เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

ตอนที่ 7 — ปฐมบทแห่งพันธสัญญา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 953 คำ

สายหมอกที่เคยห่อหุ้มมหานครโบราณราวกับผ้าคลุมแห่งกาลเวลา บัดนี้ได้เลือนหายไปจนหมดสิ้น เผยให้เห็นความยิ่งใหญ่ตระการตาของสถาปัตยกรรมที่ถูกฝังกลบใต้ผืนป่ามานับพันปี เทพินยืนนิ่งอึ้ง สายตาไล่สำรวจซากปรักหักพังที่บัดนี้ปรากฏแก่สายตาอย่างสมบูรณ์ โครงสร้างหินทรายที่แกะสลักอย่างประณีต มหาเจดีย์ที่เสียดฟ้าท้าทายกาลเวลา ป้อมปราการที่แม้กาลเวลาจะกัดกร่อนก็ยังคงความแข็งแกร่ง ‌เป็นดั่งพยานแห่งอารยธรรมที่รุ่งเรืองครั้งหนึ่ง

“น่าทึ่ง…” เสียงกระซิบหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของเทพิน ความอัศจรรย์ที่ปรากฏตรงหน้าเกินกว่าที่เขาจะเคยจินตนาการได้ ยิ่งใหญ่กว่าตำนานเล่าขานใดๆ ที่เขาเคยได้ยินมา

“นี่คือที่ที่บรรพชนของเราสร้างขึ้น” เสียงแหบพร่าของชรานิกายดังขึ้นจากด้านหลัง เทพินหันไปมอง ยายเฒ่าผู้นี้ยังคงมีแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย ​ไม่ใช่เพียงความภาคภูมิใจ แต่ยังมีความเศร้าโศกเจือปนอยู่ด้วย

“บรรพชนของพวกท่าน… หมายถึงเทพ?” เทพินถาม พลางเหลือบมองไปยังรูปสลักโบราณที่ประดับประดาอยู่ตามกำแพง เป็นรูปเทพเจ้าในปางต่างๆ ที่เขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน

ชรานิกายพยักหน้าช้าๆ “เมื่อครั้งที่พวกท่านยังมีกายหยาบ ‍พวกท่านบูชาเทพเจ้า เป็นผู้สร้างสรรค์ เป็นผู้ปกป้อง เป็นผู้ประทานพร… และเป็นผู้กำหนดชะตากรรม”

เทพินก้าวเข้าไปใกล้รูปสลักที่อยู่ใกล้ที่สุด มือของเขาลูบไล้ไปตามร่องรอยแห่งกาลเวลา สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ยังคงหลงเหลืออยู่ แม้จะอ่อนจางมากก็ตาม ‌“แล้วทำไม… ทำไมอารยธรรมนี้ถึงได้ล่มสลายไป?”

“ความทะเยอทะยาน… และความกลัว” ชรานิกายตอบเสียงเรียบ “เมื่อเทพเจ้าได้มอบอำนาจบางอย่างให้แก่มนุษย์มากเกินไป มนุษย์ก็เริ่มหลงลืมตน หลงลืมความอ่อนน้อมถ่อมตน… และเมื่อความกลัวเข้าครอบงำ ‍พวกเขาก็เริ่มที่จะต่อต้าน”

เทพินขมวดคิ้ว “ต่อต้านเทพเจ้า?”

“ใช่… และการต่อต้านนั้น ก็นำมาซึ่งหายนะ” ชรานิกายกล่าว พลางกวาดสายตาไปยังมหาเจดีย์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า “ตำนานเล่าว่า เมื่อครั้งที่ความขัดแย้งถึงจุดสูงสุด ​เทพเจ้าได้ลงทัณฑ์มหานครแห่งนี้ด้วยภัยพิบัติครั้งใหญ่… แล้วม่านแห่งความมืดก็ได้เข้ามาปกคลุม”

ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ย่ำไปบนพื้นหินดังขึ้นมาจากด้านหลัง เทพินและชรานิกายหันไปพร้อมกัน ปรากฏร่างของเหล่าคนเถื่อนที่สวมใส่เกราะหนังสัตว์อย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าของพวกเขาวาดทับด้วยสีดำแดงคล้ายเครื่องหมายสงคราม ดวงตาของพวกเขาฉายแววแห่งความกระหายเลือด

“ผู้รุกราน!” หนึ่งในคนเถื่อนตะโกนขึ้น ​เสียงของเขาดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

เทพินตั้งท่าเตรียมพร้อม มือข้างหนึ่งกำแน่น ส่วนอีกข้างหนึ่งค่อยๆ เลื่อนไปที่ด้านหลัง เตรียมพร้อมที่จะดึง "สายฟ้าจำแลง" ดาบศักดิ์สิทธิ์ของเขา

“พวกเจ้ามาที่นี่ทำไม?” ชรานิกายถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสงบนิ่ง ​แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

“เข้ามาเพื่อยึดครอง!” หัวหน้าคนเถื่อนตอบด้วยเสียงห้าวหาญ “สมบัติของเมืองโบราณนี้… จะเป็นของเรา!”

“สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สมบัติ… แต่มันคือประวัติศาสตร์” ชรานิกายกล่าว “และประวัติศาสตร์… มิควรถูกช่วงชิง”

“อวดดี!” หัวหน้าคนเถื่อนคำราม พลางชักดาบเหล็กกล้าออกมา “ฆ่ามันเสีย!”

เหล่าคนเถื่อนพุ่งเข้าใส่เทพินและชรานิกายทันที เทพินไม่รอช้า เขากระโจนเข้าปะทะอย่างรวดเร็ว ดาบ "สายฟ้าจำแลง" เปล่งประกายสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา เมื่อมันวาดผ่านอากาศ เสียงหวีดหวิวราวกับเสียงสายฟ้าฟาดก็ดังขึ้น

เทพินเคลื่อนไหวราวกับลมพัด ปัดป้องและโจมตีอย่างแม่นยำ การต่อสู้ของเขาเต็มไปด้วยความสง่างาม แต่แฝงไปด้วยความอันตราย คนเถื่อนที่แม้จะแข็งแกร่งและมีจำนวนมากกว่า ก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีของเทพินได้

“พลัง… ช่างน่าทึ่ง!” เทพินคิดในใจ แม้ว่าเขาจะอยู่ในร่างมนุษย์ แต่พลังและความเร็วของเขาก็ยังคงเหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด

ในขณะที่เทพินกำลังต่อสู้ ชรานิกายก็ไม่ได้ยืนอยู่เฉยๆ แม้จะดูอ่อนแรง แต่เมื่อใดที่เหล่าคนเถื่อนพยายามจะเข้าประชิดตัว เธอก็จะร่ายคาถาบางอย่างที่ทำให้พวกมันล่าถอยไปอย่างน่าประหลาด

“คาถา… ของพวกเรา!” ชรานิกายพูดกับตัวเอง พลางมองไปยังมือที่กำลังสั่นเทาของตนเอง

การต่อสู้ดำเนินไปไม่นานนัก เมื่อเหล่าคนเถื่อนเริ่มล้มตายไปทีละคน เทพินได้ใช้ความสามารถของเขาในการควบคุมพลังสายฟ้า ทำให้เกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ สร้างความหวาดกลัวให้กับศัตรู

“ไอ้พวกโง่! พลังของพวกมัน… มันไม่ใช่ของธรรมดา!” หัวหน้าคนเถื่อนตะโกนด้วยความตกใจ เมื่อเห็นลูกน้องของตนเองล้มตายอย่างง่ายดาย

“พวกเจ้าไม่เข้าใจ… นี่คือพลังแห่งเทพ!” เทพินกล่าว พร้อมกับฟาดฟันดาบ "สายฟ้าจำแลง" เข้าใส่หัวหน้าคนเถื่อนอย่างรวดเร็ว

หัวหน้าคนเถื่อนพยายามป้องกัน แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงฟาดของดาบศักดิ์สิทธิ์ได้ ดาบของเขาแตกกระจาย ร่างของเขากระเด็นไปชนกับกำแพงหินอย่างแรง

“ถอยไป!” หัวหน้าคนเถื่อนตะโกนสั่งลูกน้องที่เหลือ “พวกเรา… พวกเราจะกลับมา!”

เหล่าคนเถื่อนที่เหลือรอด พากันวิ่งหนีเข้าไปในป่า ทิ้งไว้เพียงซากศพและความเงียบสงัด

เทพินลดดาบลง มองดูรอบๆ พื้นที่ที่เต็มไปด้วยเลือดและซากอาวุธ เขาถอนหายใจเบาๆ

“พวกมัน… เป็นเพียงพวกโจรที่อาศัยอยู่ตามชายป่า” ชรานิกายกล่าว ขณะที่เธอเดินเข้ามาหาเทพิน “พวกมันหวังเพียงจะเข้ามาหาของมีค่า… แต่ก็ไม่เคยเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของสถานที่แห่งนี้”

“แล้ว… สถานที่แห่งนี้มีความหมายอย่างไร?” เทพินถาม เขามองไปยังมหาเจดีย์อีกครั้ง รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากที่นั่น

“มหานครแห่งนี้… คือศูนย์กลางแห่งพลังงานของเทพเจ้า” ชรานิกายอธิบาย “เป็นที่ที่เทพเจ้าเคยประทับอยู่… และเป็นที่ที่เก็บรักษาพันธสัญญาแห่งสันติภาพ”

“พันธสัญญาแห่งสันติภาพ?” เทพินทวนคำ “พันธสัญญาของเทพเจ้า… กับใคร?”

“กับมนุษย์… และกับทุกสรรพสิ่ง” ชรานิกายตอบ “พันธสัญญาที่ว่าจะไม่ทำลายล้างกัน… จะอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข”

เทพินเดินเข้าไปใกล้ชรานิกาย “แล้ว… พันธสัญญานี้… มันยังคงอยู่หรือไม่?”

ชรานิกายเงยหน้ามองเทพิน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง “มัน… กำลังจะสลายไป”

“อะไรทำให้ท่านคิดเช่นนั้น?” เทพินถาม

“ข้าสัมผัสได้… ถึงความไม่สมดุลของพลัง” ชรานิกายกล่าว “โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคแห่งความขัดแย้ง… และพลังชั่วร้ายกำลังจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง”

เทพินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปาก “ถ้าเช่นนั้น… เราต้องหาทางรักษาพันธสัญญานี้ไว้”

ชรานิกายมองเทพินด้วยความประหลาดใจ “ท่าน… ท่านหมายความว่าอย่างไร?”

“ข้าเป็นเทพิน… เป็นผู้ที่ถูกเลือก” เทพินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ข้าเชื่อว่า… การปรากฏตัวของข้าที่นี่… มิใช่เรื่องบังเอิญ”

“ท่าน… คือผู้ที่ถูกกำหนดให้มาใช่หรือไม่?” ชรานิกายถามด้วยความหวัง

เทพินพยักหน้า “ข้ารู้สึกได้… ถึงพันธนาการที่เชื่อมโยงข้าเข้ากับสถานที่แห่งนี้… และกับพันธสัญญาแห่งนี้”

“หากเป็นเช่นนั้น… เราต้องไปที่วิหารแห่งแสง” ชรานิกายกล่าวอย่างรีบร้อน “ที่นั่น… คือที่ที่พันธสัญญาแห่งนี้ถูกจารึกไว้… และอาจเป็นที่เดียวที่เราจะสามารถรักษาไว้ได้”

“วิหารแห่งแสง…” เทพินทวนคำ “มันอยู่ที่ไหน?”

“อยู่ลึกเข้าไปในป่าศักดิ์สิทธิ์… เป็นสถานที่ที่อันตราย… และมีเพียงผู้ที่ถูกเลือกเท่านั้นที่จะสามารถเข้าไปได้” ชรานิกายตอบ “แต่… ข้าจะนำทางท่านไป”

เทพินมองไปยังชรานิกาย รู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าในแววตาของเธอ “ข้าพร้อมแล้ว… ชรานิกาย”

เมื่อคำพูดนั้นจบลง เทพินก็หันไปมองยังมหาเจดีย์อีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เขาไม่ได้มองเห็นเพียงซากปรักหักพังอีกต่อไป แต่เขามองเห็นถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน… และพันธสัญญาแห่งสันติภาพที่กำลังจะสูญสลายไป

“บางที… ข้าอาจจะเป็นผู้ที่จะต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่นี้ไว้” เทพินคิดในใจ

แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องลงมายังมหานครโบราณที่หลับใหล ท่ามกลางความเงียบสงัดที่ปกคลุมอยู่ มีเพียงเสียงลมที่พัดผ่านซากอารยธรรมโบราณ เป็นดั่งเสียงกระซิบจากอดีตกาล

เทพินก้าวเดินนำหน้าชรานิกาย มุ่งหน้าสู่ป่าศักดิ์สิทธิ์ ที่ซึ่งวิหารแห่งแสง อันเป็นที่ตั้งของพันธสัญญาแห่งสันติภาพ กำลังรอคอยเขาอยู่

ชะตากรรมของโลก… กำลังจะถูกกำหนด… ที่นี่.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!