โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 914 คำ
แสงอรุณทอประกายสีทองอาบไล้ไปทั่วซากมหานครโบราณที่ถูกปลดปล่อยจากพันธนาการแห่งหมอกม่าน เทพินยืนนิ่งอึ้งอยู่กลางลานกว้างที่ครั้งหนึ่งเคยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ตระการตาที่ปรากฏต่อสายตา บัดนี้ล้วนถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์และมอสส์สีเขียวชอุ่ม ราวกับธรรมชาติกำลังโอบกอดอารยธรรมที่หลับใหลมาเนิ่นนาน
"ไม่น่าเชื่อ..." เสียงของเทพินแผ่วเบา เป็นคำอุทานที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากอย่างยากจะเก็บงำ ความรู้สึกตื่นตะลึงปนเปไปกับความทึ่งในความยิ่งใหญ่ของอดีตกาล ยิ่งสำรวจสายตาไปรอบกาย ยิ่งพบรายละเอียดที่น่าทึ่ง สลักเสลาอันซับซ้อน รูปปั้นที่ยังคงความสง่างามแม้กาลเวลาจะล่วงเลย ก้อนหินแต่ละก้อนถูกสกัดอย่างประณีต บรรจงเรียงร้อยเป็นโครงสร้างอันแข็งแกร่งที่ท้าทายความเสื่อมสลาย
"นี่คือสิ่งที่ข้าเคยเห็นในตำนาน..." เสียงทุ้มนุ่มของเทพกระซิบดังขึ้นในโสตประสาทของเทพิน เป็นเสียงของอัสนี ผู้ซึ่งสถิตอยู่ในร่างของเขา ดวงตาของเทพินทอประกายวาวโรจน์เมื่อรับรู้ถึงการปรากฏตัวของเทพผู้ทรงอำนาจ
"ท่านหมายความว่า...ที่นี่เคยมีอยู่จริงอย่างนั้นหรือ" เทพินถาม พลางเหลือบมองไปยังร่างจำแลงของอัสนีที่ปรากฏกายขึ้นอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางแสงแดดที่สาดส่องลงมา
"ใช่ เทพิน เมืองแห่งนี้คือ 'เอเธเนียม' นครแห่งแสงสว่างและความรู้ บรรพบุรุษของเจ้าได้สร้างสรรค์มันขึ้นด้วยปัญญาและความศรัทธาอันแรงกล้า" อัสนีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงความโศกเศร้าเล็กน้อย "แต่แล้ว...ทุกสิ่งก็มลายหายไป"
เทพินกวาดสายตาไปรอบทิศทางอีกครั้ง บรรยากาศของที่นี่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอดีตอันรุ่งเรือง แต่ขณะเดียวกัน ก็มีความรู้สึกวังเวงบางอย่างแผ่ซ่าน เขาเดินสำรวจไปตามทางเดินที่ปูด้วยหินโบราณ มุ่งหน้าไปยังใจกลางของมหานคร ที่ซึ่งดูเหมือนจะเป็นจุดศูนย์รวมของพลังงานบางอย่าง
"มีสิ่งใดที่ท่านจำได้เกี่ยวกับที่นี่บ้างหรือไม่" เทพินเอ่ยถามขณะที่เท้าก้าวเหยียบย่างเข้าไปในอาคารที่ใหญ่โตตระหง่าน เสาหินขนาดมหึมาตั้งเรียงรายราวกับทหารองครักษ์ที่ยืนตระหง่าน ปกป้องความลับอันเก่าแก่
"ความทรงจำของข้า...เหมือนเส้นใยที่ขาดวิ่น" อัสนีตอบ "ข้าจำได้ถึงภาพลวงตาที่สวยงาม ความหวังที่ส่องประกาย และ...ความมืดที่กลืนกิน"
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในมหานคร เทพินยิ่งสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไป กลิ่นอายของความสงบที่เคยรู้สึกเริ่มจางหายไป แทนที่ด้วยความอึดอัดและกดดันบางอย่าง ราวกับมีสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็นกำลังจับจ้องเขาอยู่
"ข้างหน้า...มีสิ่งที่ทรงพลังรออยู่" อัสนีเอ่ยเตือน "มันไม่ใช่พลังแห่งแสงสว่างอย่างที่เคยเป็น"
เทพินก้าวต่อไปตามสัญชาตญาณ พลางเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ท่ามกลางซากอาคารที่พังทลาย เขาเห็นเส้นทางที่ทอดยาวไปยังอาคารที่โดดเด่นที่สุดในมหานครแห่งนี้ มันคือวิหารขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ปลายยอดแหลมเสียดฟ้า สะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ
"นั่นคือวิหารแห่งแสง" อัสนีกล่าว "แต่...สิ่งที่อยู่ภายใน ไม่ใช่แสงสว่างอีกต่อไป"
เทพินก้าวเท้าขึ้นเนินไปยังวิหารแห่งแสง สัมผัสได้ถึงพลังงานที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ อากาศรอบกายเริ่มเย็นยะเยือกผิดปกติ แม้ว่าแดดจะส่องลงมาอย่างแรง เขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปภายในวิหาร ประตูบานใหญ่ที่ทำจากศิลาสีขาวบริสุทธิ์เปิดออกเองอย่างเชื่องช้า ราวกับเชื้อเชิญให้เขาเข้าไป
ภายในวิหารแห่งแสง เต็มไปด้วยความว่างเปล่าและเงียบสงัด แสงแดดส่องลอดผ่านช่องหน้าต่างบนเพดานลงมาเป็นลำ บ่งบอกถึงความอลังการที่เคยมี แต่บัดนี้กลับเหลือเพียงซากปรักหักพัง กำแพงที่เคยถูกประดับประดาด้วยลวดลายอันงดงาม บัดนี้มีร่องรอยแห่งการถูกทำลาย บ่งบอกถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เคยเกิดขึ้น
"ที่นี่...เคยเป็นศูนย์รวมแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์" อัสนีกล่าว "แต่บัดนี้...มีบางสิ่งได้ยึดครองมันไว้"
เทพินเดินไปตามทางเดินกลางวิหาร สายตาของเขาสะดุดเข้ากับแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางห้อง บนแท่นบูชานั้น มีวัตถุบางอย่างที่เปล่งแสงสีดำทะมึนออกมาอย่างต่อเนื่อง แสงสีดำนั้นแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งรอบกาย
"นั่นคือ... 'แก่นแห่งเงา' " อัสนีเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "มันคือพลังแห่งความมืดที่ถูกผนึกไว้ ณ ที่แห่งนี้"
ทันใดนั้นเอง เงาดำทะมึนก็เริ่มก่อตัวขึ้นรอบๆ แท่นบูชา ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีลักษณะที่น่าสะพรึงกลัว ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงฉาน จ้องมองมายังเทพินอย่างอาฆาตแค้น
"เจ้า...มนุษย์ผู้น่าเวทนา" เสียงแหบพร่าดังขึ้นมาจากเงาร่างนั้น "เจ้าบังอาจมาเหยียบย่างสถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร"
เทพินยืนนิ่ง ไม่แสดงอาการหวาดกลัว แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "ข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ถูกช่วงชิง"
"ทวงคืน?" เงาร่างนั้นหัวเราะเสียงดังเยาะเย้ย "ไม่มีสิ่งใดให้เจ้าทวงคืนอีกแล้ว! ที่นี่คืออาณาเขตของข้า! ข้าคือผู้ครอบครอง 'แก่นแห่งเงา'!"
เงาร่างนั้นพุ่งเข้าใส่เทพินอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความมืดมิดที่ก่อตัวขึ้น พลังงานอันมหาศาลปะทะกันอย่างรุนแรง เทพินพยายามหลบหลีกอย่างเต็มที่ แม้ว่าร่างกายของเขาจะยังไม่คุ้นชินกับพลังอำนาจของอัสนีอย่างเต็มที่
"ระวัง! เทพิน!" อัสนีตะโกนเตือน "มันคือ 'เงาแห่งอดีต' วิญญาณของจอมมารที่ถูกผนึกไว้ในสมัยโบราณ!"
เทพินสัมผัสได้ถึงพลังอันร้ายกาจที่แผ่ซ่านออกมาจากเงาแห่งอดีต มันไม่ใช่พลังที่ใช้เพียงกำลัง แต่ยังแฝงไปด้วยความบิดเบือนของจิตใจ การโจมตีของมันไม่เพียงแต่ทำร้ายร่างกาย แต่ยังพยายามบั่นทอนกำลังใจของเขาอีกด้วย
"เจ้าคิดจะหยุดข้าหรือ?" เงาแห่งอดีตกล่าวเย้ยหยัน "เจ้ายังอ่อนแอเกินไป! เจ้าไม่มีทางเข้าใจถึงพลังที่แท้จริงของความมืด!"
ขณะที่การต่อสู้กำลังดำเนินไป เทพินพลันสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแท่นบูชา มันคือรูปสลักโบราณที่ดูเหมือนจะถูกปกปิดไว้ด้วยพลังงานบางอย่าง
"อัสนี! นั่นคืออะไร!" เทพินตะโกนถาม พลางพยายามเบี่ยงเบนการโจมตีของเงาแห่งอดีต
"นั่นคือ... 'ตราแห่งพันธนาการ' " อัสนีตอบ "มันถูกสร้างขึ้นเพื่อผนึกเงาแห่งอดีตไว้ แต่...ดูเหมือนว่าอำนาจของมันกำลังอ่อนแอลง"
เทพินเข้าใจในทันที หากเขาสามารถทำลายตราแห่งพันธนาการนั้นได้ บางทีเขาอาจจะสามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของอัสนีออกมาได้ แต่การจะเข้าถึงตรานั้น ก็หมายถึงการเผชิญหน้ากับเงาแห่งอดีตอย่างเต็มรูปแบบ
"ข้าจะจัดการมันเอง!" เทพินตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว "ท่านช่วยตรึงมันไว้สักครู่!"
เทพินรวบรวมพลังทั้งหมดที่เขามี ออร่าสีทองสว่างไสวปรากฏขึ้นรอบกาย พลางพุ่งตรงไปยังแท่นบูชา ทิ้งให้เงาแห่งอดีตตกอยู่ในภวังค์แห่งความโกรธแค้น
"เจ้าบังอาจ!" เงาแห่งอดีตคำรามเสียงดัง พยายามจะพุ่งเข้าขัดขวาง แต่กลับถูกบางสิ่งบางอย่างชะลอไว้
"ข้าจะช่วยเจ้า เทพิน!" เสียงของอัสนีดังขึ้นอย่างทรงพลัง ร่างของเขาปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของเงาแห่งอดีต แสงสว่างสีทองสาดส่องออกมาจากร่างของเขา ทำให้เงาแห่งอดีตต้องถอยร่นไป
เทพินอาศัยจังหวะนี้ พุ่งเข้าหาตราแห่งพันธนาการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแท่นบูชา เขายกมือขึ้นหมายจะสัมผัสกับมัน แต่ทันใดนั้นเอง ร่างของเขาก็ถูกกระแสพลังงานมหาศาลดูดเข้าไป
"ไม่นะ!" เทพินร้องออกมา ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือน เขาเห็นเงาแห่งอดีตหัวเราะอย่างสะใจ ขณะที่ร่างของเขากำลังถูกฉีกกระชากออกเป็นเสี่ยงๆ
"เจ้าจะไปไหน เทพิน!?" อัสนีตะโกนก้อง พยายามจะคว้าตัวเทพินไว้ แต่ก็สายเกินไป
ร่างของเทพินถูกดูดเข้าไปในตราแห่งพันธนาการอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับเสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดของเขา ปรากฏการณ์ประหลาดนี้ทำให้วิหารแห่งแสงสั่นสะเทือน พลังงานสีดำที่เคยแผ่ซ่าน บัดนี้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"ถึงเวลา...ที่ข้าจะหลุดพ้น!" เสียงของเงาแห่งอดีตดังขึ้นอย่างปิติยินดี
แล้วทุกสิ่งก็ตกอยู่ในความมืดมิด...
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)

เทวาบัญชา ท้าสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก