เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

ตอนที่ 12 — ประตูมิติสู่แดนมรณะ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 970 คำ

แสงสีทองของอรุณรุ่งที่สาดส่องลงมานั้น ยิ่งขับเน้นความอลังการและความเก่าแก่ของมหานครโบราณแห่งนี้ให้เด่นชัดยิ่งขึ้นไปอีก เทพินยืนนิ่งอยู่ ณ ใจกลางลานกว้างที่เคยเป็นศูนย์รวมแห่งจิตวิญญาณและอำนาจ สถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ตระการตาที่ปรากฏต่อสายตา บัดนี้เผยโฉมให้เห็นถึงอดีตกาลอันรุ่งเรือง ผนังหินอ่อนสลักเสลาเป็นลวดลายวิจิตรบรรจง ‌บัดนี้กร่อนกร่าตามกาลเวลา แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างาม ปราสาทราชวังที่เคยโอ่อ่า บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพัง ทว่ากลับมีมนต์ขลังชวนให้จินตนาการถึงเรื่องราวในอดีต

เทพินกวาดสายตามองไปรอบกาย เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากผืนดินและซากปรักหักพังเหล่านั้น มันเป็นพลังงานที่เก่าแก่ ลึกลับ ​และทรงอำนาจยิ่งนัก ลมที่พัดผ่านเข้ามากลับให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก แม้จะเป็นช่วงเวลาของยามเช้าที่แสงแดดกำลังจะแผ่ขยาย นี่ไม่ใช่ลมธรรมดา แต่เป็นสายลมแห่งกาลเวลาที่พัดพาเอาเรื่องราวและความทรงจำจากอดีตกาลมาสู่ปัจจุบัน

“ที่นี่… คือศูนย์กลางของอาณาจักรแห่งนี้สินะ” เทพินพึมพำกับตัวเอง ดวงตาของเขาสะท้อนภาพของสิ่งก่อสร้างที่เคยตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ‍ภาพความรุ่งเรืองและความพินาศที่ถาโถมเข้ามา ซ้อนทับกันในห้วงความคิดราวกับภาพยนตร์เก่า

ทันใดนั้น สัมผัสอันคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาในจิตใจ เทพินยกมือขึ้นแตะที่หน้าอกเบาๆ “อัสนี… ถึงเวลาแล้วสินะ”

เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล ปลายเท้าแตะลงบนแผ่นหินที่เคยปูลาดอย่างประณีต ตอนนี้เต็มไปด้วยรอยร้าวและวัชพืชที่แทรกตัวขึ้นมา ‌ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงไปราวกับกำลังเหยียบย่ำประวัติศาสตร์อันยาวนาน

เขามุ่งตรงไปยังแท่นบูชาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางลาน แท่นบูชานั้นทำจากหินสีดำสนิท สลักลวดลายที่ดูราวกับเส้นสายของดวงดาวและกลุ่มดาวอันไพศาล แม้จะเต็มไปด้วยคราบไคลแห่งกาลเวลา แต่ก็ยังคงมีรัศมีแห่งพลังงานอันมหาศาลแผ่ออกมา

เทพินยืนอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชา เขาหลับตาลง นำพาจิตใจให้สงบ สัมผัสถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย ‍พลังแห่งอัสนี เทพสายฟ้าที่หลับใหลมานาน บัดนี้กำลังเริ่มตื่นขึ้น

“อัสนี… ข้าพร้อมแล้ว” เทพินเปล่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา แต่ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว

เมื่อคำพูดนั้นหลุดออกจากริมฝีปาก ร่างของเทพินก็พลันเรืองรองขึ้น แสงสีทองอ่อนๆ ​โอบล้อมร่างของเขาไว้ ผิวเนื้อที่เคยเป็นมนุษย์ บัดนี้กลับเปล่งประกายราวกับถูกหลอมรวมเข้ากับแสงอาทิตย์ ดวงตาที่เคยสีน้ำตาลเข้ม บัดนี้กลับกลายเป็นสีทองอร่ามราวกับดวงดาว

“พลัง… ที่หลับใหล… บัดนี้… ได้ตื่นขึ้นแล้ว…” ​เสียงที่เปล่งออกมา ไม่ใช่เสียงของเทพินอีกต่อไป แต่เป็นเสียงที่ทุ้มกังวาน ลึก และทรงพลัง ราวกับมาจากฟากฟ้าไกลโพ้น

แท่นบูชาหินสีดำพลันสั่นสะเทือน ลวดลายที่สลักไว้บนนั้นเริ่มเปล่งแสงสีฟ้าครามอ่อนๆ ออกมา ​แสงนั้นค่อยๆ เข้มข้นขึ้น จนกลายเป็นลำแสงสีฟ้าที่พุ่งทะลุขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับกำลังเปิดประตูสู่มิติอันไร้ขอบเขต

“นี่คือ… ประตูสู่หุบเขามรณะ…” เสียงของอัสนีดังขึ้นในความคิดของเทพิน

เทพินลืมตาขึ้น ดวงตาของเขามีประกายของสายฟ้าแลบอยู่ภายใน เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอีกครั้ง มุ่งตรงไปยังลำแสงสีฟ้าที่กำลังหมุนวนอยู่เบื้องบน

“ถึงเวลา… ที่ข้า… จะต้องเผชิญหน้า… กับโชคชะตา… ที่ถูกลิขิตไว้…”

ขณะที่เทพินกำลังจะก้าวเข้าสู่ลำแสงนั้น เสียงฝีเท้าที่วิ่งมาด้วยความเร็วก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง

“ท่านเทพิน! โปรดหยุดเถอะ!”

เทพินหันกลับไปมอง เขาเห็นร่างของเอลล่ากำลังวิ่งตรงมาหาเธอ ใบหน้าของเอลล่าซีดเผือด เต็มไปด้วยความกังวล

“เอลล่า?” เทพินเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

“ท่านเทพิน… ท่านจะไปที่นั่นไม่ได้!” เอลล่าตะโกนพลางวิ่งเข้ามาใกล้ “ที่นั่น… คือหุบเขามรณะ… สถานที่ที่ถูกสาป… ไม่มีผู้ใดเคยกลับออกมาจากที่นั่นได้!”

เทพินมองเอลล่าด้วยแววตาที่เข้าใจ แต่เขาก็ส่ายหน้าช้าๆ “ข้า… ต้องไป เอลล่า… นี่คือ… ทางเดียว… ที่ข้า… จะสามารถ… ช่วยเหลือ… เหล่าผู้คน… ได้”

“แต่… แต่ท่าน… ถ้าท่านหายไป… ใครจะปกป้องพวกเราเล่า!” เอลล่าร้องไห้ น้ำตาไหลอาบแก้ม “ท่านคือความหวังเดียวของเรา!”

เทพินยิ้มให้เอลล่าอย่างอ่อนโยน “ความหวัง… ไม่ได้อยู่ที่ตัวข้า… แต่อยู่ที่… จิตใจ… ของพวกเจ้า… จงเชื่อมั่น… ในตนเอง… และ… จง… สามัคคี… กัน…”

ขณะที่เทพินกำลังพูด เสียงของอัสนีก็ดังขึ้นในจิตใจของเขา “อย่าเสียเวลา… เทพิน… สวรรค์… กำลังรอ… การตัดสินใจ… ของเจ้า…”

เทพินหันกลับไปมองลำแสงสีฟ้าที่กำลังหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง เขาสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันมหาศาลที่กำลังฉุดรั้งเขาเข้าไป

“ลาก่อน… เอลล่า…” เทพินกล่าวเสียงแผ่วเบา

เขาก้าวเท้าสุดท้ายเข้าไปในลำแสงสีฟ้า ร่างของเขาก็พลันสลายหายไป ท่ามกลางแสงสว่างจ้าที่สาดกระจายออกไปทั่วบริเวณ

เอลล่าทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทา เธอมองไปยังที่ที่เทพินเคยยืนอยู่ บัดนี้ว่างเปล่า มีเพียงลมที่พัดผ่านไปอย่างเยือกเย็น

“เทพิน…” เธอพึมพำชื่อของเขาอย่างแผ่วเบา

เมื่อเทพินก้าวเข้าสู่ลำแสงสีฟ้า โลกทั้งใบของเขาก็พลันบิดเบี้ยว ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวกลายเป็นภาพพร่ามัว เขาถูกฉุดกระชากไปอย่างรุนแรงราวกับถูกเหวี่ยงเข้าใส่พายุที่ไร้ขอบเขต

เมื่อความรู้สึกหมุนคว้างนั้นค่อยๆ จางหายไป เทพินลืมตาขึ้น ภาพที่ปรากฏต่อสายตาทำให้เขาถึงกับตะลึง

เบื้องหน้าของเขาคือทิวทัศน์ที่ราวกับมาจากฝันร้าย ป่าทึบที่มีต้นไม้บิดเบี้ยว ลำต้นของมันมีลักษณะคล้ายโครงกระดูก ใบไม้แห้งกรอบเป็นสีดำ และส่งกลิ่นเหม็นอับชื้นคละคลุ้ง อากาศในป่านี้หนักอึ้ง เย็นยะเยือก และเต็มไปด้วยความรู้สึกหวาดหวั่น

เสียงร้องอันโหยหวนของสัตว์ประหลาดบางชนิดดังแว่วมาจากที่ไกลๆ สร้างความขนลุกขนพองให้กับผู้ที่ได้ยิน

“นี่คือ… หุบเขามรณะ…” เทพินพึมพำ พลังแห่งอัสนีภายในตัวเขาพลันปะทุขึ้นเล็กน้อย ราวกับกำลังตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายนี้

เขาเดินสำรวจไปรอบๆ สัมผัสได้ถึงพลังงานที่มืดมิดและชั่วร้ายที่แผ่ซ่านอยู่ทุกอณู ราวกับว่าพื้นดินแห่งนี้ถูกอาบไปด้วยความสิ้นหวังและความทุกข์ทรมาน

“พลังของอัสนี… ที่นี่… ยิ่งทำให้… ข้า… รู้สึก… ถึง… ความทรงพลัง… ของตนเอง… มากขึ้น…” เทพินกล่าว

เขาเดินลึกเข้าไปในป่า ลำต้นของต้นไม้ที่บิดเบี้ยว ราวกับกำลังจะเอื้อมแขนมากระชากเขาไว้ ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่ำลงไปบนพื้นดินที่ปกคลุมด้วยใบไม้แห้ง มักจะได้ยินเสียงกรอบแกรบที่ดังสะท้อนไปทั่วป่า

ทันใดนั้น เทพินก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวบางอย่างที่อยู่ไม่ไกลนัก เขาสั่งให้พลังของอัสนีเตรียมพร้อม ดวงตาของเขากวาดมองไปยังทิศทางของเสียง

จากเงามืดของต้นไม้ ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมา มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่รูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีผิวหนังสีดำสนิท ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงฉานราวกับถ่านไฟที่ลุกโชน มันถืออาวุธบางอย่างที่ดูราวกับกรงเล็บขนาดใหญ่

“แก… เข้ามา… ที่นี่… ได้อย่างไร… มนุษย์…” เสียงของมันแหบแห้ง และเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

เทพินไม่ตอบ เขาสัมผัสได้ถึงความมุ่งร้ายที่แผ่ออกมาจากสิ่งมีชีวิตตนนั้น

“ข้า… มา… เพื่อ… ทวงคืน… สิ่งที่… ถูกพรากไป…” เทพินเอ่ยเสียงเย็น

สิ่งมีชีวิตตนนั้นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “ของของนรก… ไม่มีผู้ใด… ทวงคืน… ได้!”

ทันใดนั้น สิ่งมีชีวิตตนนั้นก็พุ่งเข้าใส่เทพินด้วยความเร็วสูง กรงเล็บขนาดใหญ่ที่ถืออยู่ถูกเหวี่ยงมาอย่างแรง

เทพินไม่หลบเลี่ยง เขาเพียงแค่ยกแขนขึ้น ปล่อยพลังของอัสนีออกมา แสงสีทองสว่างวาบออกมาจากแขนของเขา ปะทะเข้ากับกรงเล็บของสิ่งมีชีวิตตนนั้น

เสียงโลหะกระทบกันดังกึกก้อง กรงเล็บของสิ่งมีชีวิตตนนั้นเกิดรอยร้าวทันทีที่ปะทะเข้ากับพลังของอัสนี

“เป็นไปไม่ได้!” สิ่งมีชีวิตตนนั้นตะโกนด้วยความตกใจ

เทพินก้าวเข้าไปใกล้ “เจ้า… ยัง… ไม่รู้… อีกหรือ… ว่า… ข้า… คือ… อัสนี… เทพสายฟ้า…”

เมื่อกล่าวจบ เทพินก็ปล่อยกระแสไฟฟ้าสีทองอร่ามออกมาจากฝ่ามือ พุ่งเข้าใส่สิ่งมีชีวิตตนนั้นอย่างรุนแรง

เสียงกรีดร้องอันทรมานดังขึ้น ขณะที่ร่างของสิ่งมีชีวิตตนนั้นถูกกระแสไฟฟ้าเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าถ่าน

เทพินยืนนิ่ง มองดูเถ้าถ่านที่ปลิวไปตามลม เขาถอนหายใจเบาๆ

“นี่… เพิ่ง… จะ… เริ่มต้น… เท่านั้น…”

เขาเดินลึกลงไปในหุบเขามรณะ ท่ามกลางความมืดมิดและอันตรายที่ซุ่มซ่อนอยู่เบื้องหน้า เขาไม่รู้ว่าอะไรกำลังรอเขาอยู่ แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!