เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

ตอนที่ 16 — พลังแห่งสายฟ้า ปลุกชีพมหานคร

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 959 คำ

แสงอรุณสีทองยังคงอาบทาซากปรักหักพังของมหานครโบราณ ราวกับว่าเทพธิดาแห่งรุ่งอรุณกำลังบรรจงปัดเป่าความมืดมิดให้เลือนหายไป เทพินยืนนิ่งอยู่กลางลานกว้างใหญ่ สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบทิศ ภาพสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่า ตระหง่านด้วยเสาหินแกะสลักลวดลายวิจิตร ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์กลางแห่งอารยธรรมอันรุ่งเรือง บัดนี้กำลังถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาด้วยพลังอันลึกลับของเขา

"นี่คือ...นครหลวงแห่งอัสนี" ‌เสียงทุ้มต่ำของเทพินเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา เขาจำได้ถึงตำนานที่ถูกเล่าขานสืบต่อกันมาในหมู่เทพเจ้า ถึงมหานครที่สร้างขึ้นโดยเหล่าเทพแห่งสายฟ้า เพื่อเป็นที่ประทับของอัสนีเทพ เทพเจ้าแห่งพายุและสายฟ้า ซึ่งเป็นหนึ่งในเหล่าเทพอัสนีบรรพกาล

"แต่เหตุใดจึงถูกทอดทิ้งไว้เช่นนี้" ดวงตาของเทพินฉายแววสงสัย เขาเดินทอดน่องไปตามพื้นหินที่แตกหัก ​ผิวสัมผัสเย็นเฉียบราวกับเก็บงำความลับแห่งกาลเวลาไว้มากมาย ทุกย่างก้าวของเขา เสียงกระทบของรองเท้าบู๊ตหนังสะท้อนกึกก้องไปทั่วบริเวณอันเงียบสงัดราวกับจะปลุกผีสางที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมา

"ท่านผู้กล้า" เสียงหวานใสของเด็กสาวดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาเทพินหันขวับกลับไปมอง ภาพเด็กสาวในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์ ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ใบหน้าของเธอเปื้อนไปด้วยฝุ่นละออง ‍แต่ดวงตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววแห่งความหวังและศรัทธา

"เจ้าคือใคร" เทพินถาม เสียงของเขายังคงความสุขุมเยือกเย็น แต่ก็มีความสงสัยเจือปนอยู่

"ข้าคือ เอลล่า เป็นผู้ดูแลวิหารแห่งแสงแห่งนี้" เด็กสาวตอบพร้อมกับก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม "ข้าเฝ้ารอคอยผู้ที่จะมาปลุกนครแห่งนี้ให้กลับคืนมานานแสนนาน"

"วิหารแห่งแสง?" ‌เทพินเลิกคิ้ว "ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้มาก่อน"

"วิหารแห่งแสงคือศูนย์กลางของพลังที่หล่อเลี้ยงนครแห่งนี้มาตั้งแต่ครั้งโบราณ" เอลล่าอธิบาย "แต่เมื่อนครถูกทอดทิ้ง พลังแห่งแสงก็อ่อนแอลง จนเกือบจะมอดไหม้"

เทพินพยักหน้าช้าๆ เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากวิหารแห่งนั้น มันเป็นพลังงานที่บริสุทธิ์และอบอุ่น ‍คล้ายกับแสงอรุณยามเช้าที่เขากำลังสัมผัสอยู่

"ข้าเข้าใจแล้ว" เทพินกล่าว "ข้าจะช่วยฟื้นฟูพลังของวิหารแห่งนี้เอง"

เอลล่ามองเทพินด้วยความยินดี "ขอบคุณท่านผู้กล้า ข้าจะนำทางท่านไป"

ทั้งสองเดินนำกันไปยังใจกลางของมหานครโบราณ สถาปัตยกรรมที่นี่ดูมีความสมบูรณ์มากกว่าที่อื่น ราวกับว่าพลังแห่งแสงยังคงรักษาไว้ซึ่งความงามของมันไว้ได้อย่างเหนียวแน่น เสาหินแกะสลักเป็นรูปเทพเจ้าและอักขระโบราณที่เทพินไม่เคยพบเห็นมาก่อน

เมื่อมาถึงด้านหน้าวิหารแห่งแสง ​เทพินก็ต้องตะลึงกับความงดงามเบื้องหน้า วิหารแห่งนี้สร้างด้วยหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ สะอาดตา ราวกับเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ แสงอรุณสาดส่องกระทบกับพื้นผิวของวิหาร ทำให้เกิดประกายระยิบระยับราวกับอัญมณี

"นี่คือวิหารแห่งแสงที่แท้จริง" เทพินพึมพำ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความพิศวง

"ภายในวิหารมีแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ ​ที่ซึ่งรวบรวมพลังแห่งแสงทั้งหมดไว้" เอลล่ากล่าว "แต่พลังงานนั้นได้อ่อนแอลงมาก จนแทบจะไม่หลงเหลือ"

เทพินก้าวเข้าไปในวิหาร บรรยากาศภายในเย็นสบายและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน แสงอรุณที่สาดเข้ามาทางช่องหน้าต่างบานใหญ่ยิ่งขับเน้นความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น เพดานวิหารสูงตระหง่าน ประดับประดาด้วยภาพวาดสีเฟรสโกอันงดงาม ​แสดงถึงเรื่องราวของเหล่าเทพเจ้าในตำนาน

เมื่อเดินมาถึงแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์ เทพินก็พบกับแท่งคริสตัลขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลาง แท่งคริสตัลนี้เคยส่องประกายเจิดจรัส บัดนี้กลับหมองมัว ไร้ซึ่งแสงใดๆ

"ข้าจะทำอย่างไร" เทพินถามเอลล่า

"ท่านต้องใช้พลังของท่าน ปลุกพลังแห่งสายฟ้าที่อยู่ในตัวท่าน ให้หลอมรวมเข้ากับพลังแห่งแสงที่ยังคงหลงเหลืออยู่" เอลล่าตอบ ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังแท่นบูชาด้วยความหวัง

เทพินพยักหน้า เขาหลับตาลง สูดลมหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมพลังแห่งสายฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ในกาย พลังแห่งอัสนีเทพ บรรพบุรุษของเขา

"อัสนีเอ๋ย จงฟังคำบัญชาของข้า" เสียงของเทพินดังขึ้น แฝงด้วยอำนาจอันน่าเกรงขาม "จงสำแดงเดช ปลุกชีพนครแห่งนี้ขึ้นมาอีกครา!"

ทันใดนั้น ท้องฟ้าภายนอกก็พลันมืดครึ้ม เมฆดำก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหว

เทพินลืมตาขึ้น สายตาของเขาลุกโชนไปด้วยประกายสีฟ้าอ่อนๆ เขาประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากัน แล้วยกขึ้นเหนือศีรษะ

"จงออกมา!"

ประกายสายฟ้าสีฟ้าสว่างวาบ พุ่งลงมาจากเบื้องบน เข้าปะทะกับร่างของเทพิน ร่างของเขาเปล่งแสงสีฟ้าเจิดจรัสราวกับจะถูกกลืนกินด้วยสายฟ้า

"ไม่!" เอลล่าร้องอุทานด้วยความตกใจ

แต่เทพินไม่ได้รับอันตรายใดๆ กลับกัน พลังแห่งสายฟ้าเหล่านั้นดูเหมือนจะไหลเข้าสู่ร่างของเขาอย่างสมบูรณ์ พลังงานอันมหาศาลก่อตัวขึ้นภายในตัวเขา

"ข้าคือ อัสนี!" เสียงของเทพินกึกก้อง ราวกับว่าเสียงนั้นมาจากฟากฟ้าอันไกลโพ้น

ร่างของเทพินเปล่งประกายสีฟ้าสว่างวาบ จนแทบจะมองไม่เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา เขาค่อยๆ ปล่อยพลังงานสายฟ้าที่รวบรวมได้ออกมา พลังเหล่านั้นไหลวนไปรอบตัวเขา ก่อนจะพุ่งตรงไปยังแท่นบูชาศักดิ์สิทธิ์

"ตูม!"

เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย สายฟ้าสีฟ้าสว่างเจิดจ้า พุ่งเข้าปะทะกับแท่งคริสตัลอย่างรุนแรง

แท่งคริสตัลที่เคยหมองมัว บัดนี้เริ่มเปล่งประกายสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา จากนั้นก็ค่อยๆ สว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ สีฟ้าอ่อนๆ เปลี่ยนเป็นสีทองระยิบระยับ คล้ายกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะขึ้น

"วู้วววว!"

เสียงของลมพายุพัดโหมกระหน่ำเข้ามาในวิหาร กระแสลมนั้นเต็มไปด้วยพลังงานอันบริสุทธิ์ ราวกับจะชำระล้างสิ่งสกปรกทั้งปวง

"สำเร็จแล้ว!" เอลล่าร้องอุทานด้วยความปิติ

แท่งคริสตัลบนแท่นบูชา บัดนี้ส่องประกายเจิดจ้าจนยากจะมองตรงๆ แสงสีทองอันอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจากแท่งคริสตัล ปกคลุมไปทั่วทั้งวิหาร และค่อยๆ แผ่ขยายออกไปยังภายนอก

ทันใดนั้นเอง สถาปัตยกรรมรอบตัวก็เริ่มสั่นสะเทือน ผนังหินที่แตกร้าว บัดนี้เริ่มผสานเข้าหากัน เสาหินที่เคยหักโค่น ก็กลับมาตั้งตรงอย่างสง่างาม

"ดูนั่นสิ!" เอลล่าชี้นิ้วออกไปนอกวิหาร

เทพินหันไปมองตาม ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาต้องอ้าปากค้าง

มหานครโบราณที่เคยเป็นเพียงซากปรักหักพัง บัดนี้กำลังกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง! กำแพงเมืองที่เคยพังทลาย กำลังก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว อาคารบ้านเรือนที่เคยเป็นเพียงเศษหิน กำลังกลับมาตั้งตระหง่านเหมือนเดิม

"นี่คือ...พลังของสายฟ้า" เทพินกล่าว เสียงของเขายังคงเต็มไปด้วยความพิศวง "พลังที่สามารถปลุกทุกสิ่งให้คืนชีพได้"

แสงสว่างจากแท่งคริสตัลบนแท่นบูชา ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น มันส่องสว่างไปทั่วทั้งมหานคร ราวกับจะประกาศให้โลกรู้ว่า นครหลวงแห่งอัสนี ได้กลับมาแล้ว

ทันใดนั้น เสียงประหลาดก็ดังขึ้นมาจากเบื้องลึกของมหานคร เสียงนั้นดังราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายโบราณ

"เสียงอะไรน่ะ?" เอลล่าถามด้วยความหวาดกลัว

"ข้าไม่แน่ใจ" เทพินตอบ เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ซ่านออกมาจากทิศทางนั้น เป็นพลังงานที่มืดมนและอันตราย

"แต่สิ่งหนึ่งที่ข้าแน่ใจได้คือ...นครแห่งนี้ยังไม่ปลอดภัย"

เทพินหันกลับไปมองยังแท่นบูชา แสงสว่างจากแท่งคริสตัลยังคงทอประกาย แต่ในมุมหนึ่งของแท่นบูชา กลับมีเงาดำทะมึนกำลังก่อตัวขึ้น ราวกับจะท้าทายพลังแห่งสายฟ้าและแสงสว่างที่เพิ่งถูกปลุกขึ้นมา

"ดูเหมือนว่า...ข้าจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูอีกครั้ง" เทพินกล่าว ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยความมุ่งมั่น

เขาหันไปมองเอลล่า "ข้าต้องไปดูว่ามันคืออะไร"

ก่อนที่เอลล่าจะได้ตอบ เทพินก็พุ่งตัวออกไปจากวิหาร เขาหายลับไปในฝุ่นควันและแสงสว่างที่กำลังปกคลุมมหานครแห่งนี้

เอลล่ามองตามร่างของเทพินไปด้วยหัวใจที่เต้นระรัว เธอรู้ดีว่าการกลับมาของเทพิน อาจนำมาซึ่งความหวัง แต่ก็อาจนำมาซึ่งภัยพิบัติที่คาดไม่ถึงเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ณ เบื้องลึกของหุบเขามรณะ ที่ซึ่งความมืดมิดปกคลุมตลอดกาล ดวงตาของบางสิ่งกำลังลืมขึ้นมา แสงสีแดงฉานสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น

"อัสนี...แกกล้าดียังไง" เสียงแหบพร่าดังขึ้น ราวกับมาจากขุมนรก "แกจะไม่มีวันได้ครองโลกนี้!"

ความมืดมิดเริ่มเคลื่อนไหว ...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!