เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

ตอนที่ 20 — ประตูสู่ดินแดนต้องห้าม

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 992 คำ

แสงอรุณสีทองยังคงอาบทาซากปรักหักพังของมหานครโบราณ ราวกับว่าเทพธิดาแห่งรุ่งอรุณกำลังบรรจงปัดเป่าความมืดมิดให้เลือนหายไป เทพินยืนนิ่งอยู่กลางลานกว้างใหญ่ สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบทิศ ภาพสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังที่บอกเล่าเรื่องราวของอดีตกาลที่สาบสูญ ผนังหินที่แตกหักเต็มไปด้วยลวดลายโบราณที่เลือนลาง ‌ เสาหินที่ล้มระเนระนาด และรูปปั้นเทพเจ้าที่ชำรุดทรุดโทรม ล้วนแต่เป็นพยานแห่งความยิ่งใหญ่และความพินาศที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

“นี่คือที่ที่เราต้องตามหาใช่หรือไม่ อัสนี?” เทพินเอ่ยถามขึ้น ​ เสียงของเขาทุ้มต่ำ สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด แม้จะอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง แต่พลังอันศักดิ์สิทธิ์บางอย่างยังคงแผ่ซ่าน ‍ เป็นพลังที่เขาคุ้นเคย แต่ก็แฝงเร้นด้วยความอันตรายที่ไม่อาจมองข้าม

ภาพของเทพเจ้าผู้สง่างาม มีประกายแสงสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายรอบกาย ปรากฏขึ้นข้างกายเทพิน ‌ อัสนี ในร่างของเทพ ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ‍ “ใช่ ที่นี่คือจุดศูนย์กลางของพลังงานโบราณ แต่ดูเหมือนว่า มันจะถูกปิดผนึกไว้ ​ นานเสียจน แทบจะเลือนหายไปจากความทรงจำของสวรรค์”

เทพินพยักหน้า เขาเดินสำรวจไปรอบๆ สัมผัสกับก้อนหินแต่ละก้อน ​ ราวกับกำลังพยายามสื่อสารกับมัน “มีบางอย่าง ที่ถูกซ่อนไว้ ลึกเกินกว่าที่เราจะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า”

“มันคือพลังที่มาจากยุคแห่งการสร้างโลก ​ ก่อนที่เหล่าทวยเทพจะลงมาปกครอง ก่อนที่จะมีการแบ่งแยกดินแดน สวรรค์ และโลกมนุษย์” อัสนีอธิบาย “พลังนี้ มีอำนาจในการเปลี่ยนแปลง และสร้างสรรค์ แต่ก็มีอำนาจในการทำลายล้าง หากตกอยู่ในมือของผู้ที่ไร้คุณธรรม”

ทันใดนั้น พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของเทพินก็เริ่มสั่นสะเทือน ไม่ใช่การสั่นสะเทือนธรรมดา แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่มาพร้อมกับเสียงครืนครั่นอันดังลั่น ราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังจะถล่มลงมา เศษฝุ่นและกรวดหินร่วงหล่นลงมาจากซากอาคาร ดวงตาของเทพินและอัสนีเบิกกว้าง พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับสิ่งที่คาดไม่ถึง

“นี่มันอะไรกัน!” เทพินอุทาน เขาชักดาบศักดิ์สิทธิ์ “ดาบแห่งทวยเทพ” ออกมาจากฝัก แสงสีทองสว่างวาบ เตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคาม

เบื้องหน้าของพวกเขา จากใจกลางของลานกว้าง พื้นดินได้แยกออกเป็นสองส่วน เผยให้เห็นอุโมงค์ลึกที่มืดมิด ราวกับปากของสัตว์ร้ายที่กำลังอ้าปากรอ จากเบื้องลึก มีเสียงกระแสลมที่เย็นยะเยือกพัดออกมา พร้อมกับกลิ่นอายที่หนักอึ้ง เต็มไปด้วยความเก่าแก่ และความดำมืด

“ประตูสู่ดินแดนต้องห้าม” อัสนีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล “มันคือทางเข้าสู่สถานที่ที่ถูกผนึกไว้ แม้แต่เหล่าทวยเทพก็ไม่เคยเหยียบย่างเข้าไป”

เทพินจ้องมองเข้าไปในอุโมงค์นั้น ความมืดมิดที่อยู่ภายใน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขาดแสงสว่าง แต่เป็นความมืดมิดที่สะท้อนถึงความว่างเปล่า และพลังงานที่ถูกกักเก็บไว้ “ทำไมมันถึงถูกเปิดออกในตอนนี้?”

“อาจเป็นเพราะ เรากำลังเข้าใกล้สิ่งที่ถูกผนึกไว้ หรือบางที มีบางสิ่ง กำลังพยายามเข้ามา” อัสนีตอบ “เราต้องระวัง เทพิน สิ่งที่อยู่ในนั้น อาจจะอันตรายเกินกว่าที่เราจะจินตนาการ”

เทพินก้าวเท้าไปข้างหน้า เขาไม่ได้รู้สึกกลัว แต่เป็นความอยากรู้อยากเห็น และความมุ่งมั่นที่ยิ่งใหญ่กว่า “ไม่ว่ามันจะเป็นอะไร เราก็ต้องเผชิญหน้ากับมัน”

“เจ้าแน่ใจหรือ?” อัสนีถาม “สถานที่แห่งนี้ เต็มไปด้วยพลังที่แม้แต่สวรรค์ก็ไม่สามารถควบคุมได้ อาจมีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว หรือกับดักที่ร้ายกาจ”

“ข้าเป็นเทพิน ข้าคือผู้ที่ได้รับบัญชาจากสวรรค์ และข้าจะทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ภารกิจนี้สำเร็จ” เทพินตอบด้วยความเด็ดเดี่ยว เขาก้าวเข้าไปในอุโมงค์นั้น โดยมีอัสนีเดินตามติดๆ แสงจากดาบศักดิ์สิทธิ์ของเทพิน ส่องสว่างเพียงเล็กน้อย เผยให้เห็นผนังอุโมงค์ที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เต็มไปด้วยอักษรโบราณที่สลักลึก ดูเหมือนจะส่องแสงเรืองรองได้เอง

ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไป บรรยากาศก็ยิ่งทวีความกดดัน ความเย็นยะเยือกยิ่งทวีความรุนแรง ราวกับว่า พวกเขาได้ก้าวข้ามขอบเขตของโลกแห่งความเป็นจริง เสียงสะท้อนของฝีเท้า และเสียงกระแสลม ดูเหมือนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบแผ่วเบา ที่พยายามจะสื่อสารบางสิ่งบางอย่าง

“ข้ารู้สึกถึงพลังงานที่รุนแรง เทพิน” อัสนีเอ่ยขึ้น “มันเหมือนกับ มีบางสิ่ง กำลังถูกปลุกขึ้นมา”

“ข้าก็รู้สึกเช่นกัน” เทพินตอบ “เหมือนกับว่า สถานที่แห่งนี้ กำลังหายใจ”

ทันใดนั้น ผนังอุโมงค์ก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ ไม่ใช่การสั่นสะเทือน แต่เป็นการแปรเปลี่ยน อักษรโบราณที่เคยสลักอยู่ เริ่มเปล่งแสงสีม่วงเข้ม แล้วค่อยๆ เคลื่อนไหว หมุนวน ก่อตัวเป็นรูปร่างแปลกประหลาด

“ระวัง!” อัสนีตะโกน เขาส่งพลังงานสีฟ้าอ่อน เข้าปะทะกับสิ่งที่กำลังก่อตัวขึ้น แต่พลังนั้น กลับถูกดูดกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่า มันเป็นเพียงแค่หยดน้ำเล็กๆ ในมหาสมุทรอันไร้ที่สิ้นสุด

“นี่ไม่ใช่แค่กับดัก แต่มันคือ ผู้พิทักษ์” เทพินกล่าว เขาเหวี่ยงดาบศักดิ์สิทธิ์ เข้าปะทะกับรูปร่างนั้น เสียงกระทบกันดังกึกก้อง ประกายแสงสีทองและสีม่วงเข้ม สาดกระจายไปทั่วอุโมงค์

ร่างที่ก่อตัวขึ้นนั้น ดูเหมือนจะเป็นเงาดำ ที่บิดเบี้ยว และมีแขนขาที่ยาวเหยียด ไม่มีใบหน้าที่ชัดเจน แต่กลับรับรู้ได้ถึงความอาฆาตแค้นที่แผ่ซ่านออกมา มันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ราวกับสายลม ยากที่จะจับต้อง

“มันคือ วิญญาณบรรพกาล ที่ถูกผนึกไว้ เพื่อปกป้องดินแดนแห่งนี้” อัสนีอธิบาย “มันถูกสร้างขึ้นจากพลังแห่งความว่างเปล่า และถูกหล่อเลี้ยงด้วยความหวาดกลัว ที่เกิดขึ้นในยุคโบราณ”

“แล้วเราจะหยุดมันได้อย่างไร?” เทพินถาม ขณะที่เขาหลบหลีกการโจมตีของวิญญาณนั้น ดาบของเขา ดูเหมือนจะไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรเลย “พลังแห่งแสงของข้า ดูเหมือนจะไม่มีผล”

“พลังแห่งแสง อาจไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความดำมืด” อัสนีครุ่นคิด “เราต้องหา แก่นแท้ของมัน หรือบางที เราต้องหา จุดอ่อนที่ซ่อนอยู่”

วิญญาณบรรพกาล คำรามเสียงดังลั่น มันพุ่งเข้าใส่เทพิน ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ เทพินพยายามหลบหลีก แต่พลังของมัน กลับดูเหมือนจะแผ่กระจาย ไปรอบๆ จนยากที่จะหาที่กำบัง

“ข้าเห็นบางอย่าง!” อัสนีร้องขึ้น “ตรงกลางอกของมัน มีแสงสีดำเล็กๆ เรืองรองอยู่ นั่นอาจจะเป็น แก่นแท้ของมัน”

เทพินได้ยินดังนั้น ก็รวบรวมกำลังทั้งหมด เขาพุ่งทะยานเข้าใส่ กลางอกของวิญญาณนั้น ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือ เปล่งประกายสีทองอร่าม ด้วยความตั้งใจที่จะทำลายแก่นแท้นั้น ให้สิ้นซาก

การปะทะครั้งสุดท้าย เต็มไปด้วยพลังงานมหาศาล เสียงระเบิดดังกึกก้อง ทำเอาผนังอุโมงค์สั่นสะเทือน จนแทบจะพังทลาย แสงสีทอง และสีม่วงเข้ม สาดส่อง จนตาพร่ามัว

เมื่อฝุ่นควันจางลง วิญญาณบรรพกาล ก็สลายหายไป เหลือเพียง ความว่างเปล่า และผนังอุโมงค์ที่กลับคืนสู่สภาพเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เราทำได้แล้ว” เทพินกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน แต่เต็มไปด้วยความโล่งใจ

“ใช่ แต่ข้ายังรู้สึกถึงพลังงานบางอย่าง ที่ยังคงแผ่ซ่านอยู่” อัสนีกล่าว “เรายังมาไม่ถึง จุดหมายที่แท้จริง”

เบื้องหน้าของพวกเขา อุโมงค์ก็สิ้นสุดลง เผยให้เห็น โถงขนาดใหญ่ ที่ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด เต็มไปด้วยประติมากรรม และรูปสลัก ที่บอกเล่าเรื่องราวของยุคสมัยที่สาบสูญ และตรงกลางโถงนั้น มีแท่นบูชา ที่ส่องแสงสีขาวนวล เปล่งประกาย ดึงดูดสายตาของพวกเขา

“นั่นคือ วิหารแห่งแสง” อัสนีกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความพิศวง “ที่ที่เราต้องตามหา”

เทพินจ้องมองไปยังแท่นบูชานั้น ความรู้สึกบางอย่าง กำลังก่อตัวขึ้นในใจ ความรู้สึกที่ ทั้งคุ้นเคย และแปลกประหลาด “ถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้อง ไขความลับทั้งหมด”

ขณะที่พวกเขา กำลังจะก้าวเข้าไป เสียงกระซิบแผ่วเบา ก็ดังขึ้น ราวกับมาจากที่ไหนสักแห่ง “ผู้ที่ก้าวเข้ามา จักต้อง ยอมรับ ซึ่ง ชะตากรรม ของตนเอง”

เทพินและอัสนี มองหน้ากัน ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ชะตากรรมที่ว่านั้น คืออะไร? และใคร คือผู้ที่กำลังพูด? ความลับที่รอคอยอยู่ เบื้องหน้า ดูเหมือนจะ ซับซ้อน และอันตราย ยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยคาดคิด การเดินทางของพวกเขา เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เท่านั้น…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!