เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

ตอนที่ 21 — พยัญชนะมรณะสะท้านแดนเทพ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 788 คำ

แสงอรุณสีทองยังคงอาบทาซากปรักหักพังของมหานครโบราณ ราวกับว่าเทพธิดาแห่งรุ่งอรุณกำลังบรรจงปัดเป่าความมืดมิดให้เลือนหายไป เทพินยืนนิ่งอยู่กลางลานกว้างใหญ่ สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบทิศ ภาพสถาปัตยกรรมอันโอ่อ่าแต่ผุพัง บอกเล่าเรื่องราวของอารยธรรมที่เคยรุ่งเรือง ก่อนจะถูกกลืนกินด้วยกาลเวลาและความลืมเลือน

“ท่านเทพิน” เสียงเล็กแหลมของเด็กสาวดังขึ้น ‌ทำลายความเงียบสงัด เทพินหันไปมอง ยัยหนูตัวน้อย “เมลดา” ยืนอยู่ไม่ไกล ดวงตาใสซื่อของนางมองมาที่เขาด้วยความสงสัยใคร่รู้

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่ เมลดา” เทพินเอ่ยถาม ​น้ำเสียงอ่อนโยนกว่าปกติ

“ข้า... ข้าตามท่านมา” เมลดากล่าวตะกุกตะกัก “ข้าเห็นแสงสว่างประหลาดมาจากที่นี่เมื่อคืน”

เทพินพยักหน้าเข้าใจ “ที่นี่คือมหานครโบราณของบรรพชนเรา” เขาอธิบาย “เป็นสถานที่ซึ่งถูกลืมเลือนไปนานแสนนาน”

“แล้วท่านมาทำอะไรที่นี่หรือคะ” เมลดายังคงซักถามไม่หยุด

“ข้ากำลังตามหาบางสิ่ง” ‍เทพินตอบอย่างเลี่ยงบาลี เขาไม่แน่ใจว่าควรจะบอกเด็กสาวตรงๆ หรือไม่ถึงแผนการของเขา “บางสิ่งที่สำคัญยิ่ง”

ทันใดนั้นเอง เสียงกึกก้องสะท้านแผ่นดินก็ดังขึ้น ราวกับภูเขาไฟกำลังจะระเบิด เทพินชักสีหน้าด้วยความตกใจ เขาปล่อยออร่าแห่งพลังเทพที่แผ่ออกมาปกป้องเมลดา

“เกิดอะไรขึ้น” ‌เมลดาร้องถาม เสียงสั่นเครือ

“ไม่รู้แน่ชัด” เทพินตอบขณะที่สายตาจับจ้องไปยังทิศทางของเสียง “แต่ดูเหมือนจะมีบางสิ่งที่ไม่ปกติเกิดขึ้น”

เงาดำทะมึนขนาดมหึมาค่อยๆ ปรากฏขึ้นเหนือซากปรักหักพัง มันคือสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว ร่างกายบิดเบี้ยวราวกับถูกหล่อหลอมจากความมืดและเปลวเพลิง ดวงตาของมันลุกโชนด้วยไฟแค้น ‍และมันส่งเสียงคำรามที่ทำให้แม้แต่เทพินผู้แข็งแกร่งก็ยังต้องขนลุก

“นั่นมัน... อสูรแห่งเงามรณะ!” เทพินอุทาน พลางนึกถึงตำนานโบราณที่เล่าขานถึงสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายที่เกิดจากการรวมตัวของความสิ้นหวังและความอาฆาต

“ท่านเทพิน...” เมลดามองอสูรตนนั้นด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

“เมลดา เจ้าต้องไปจากที่นี่” เทพินออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด “รีบไปตามผู้คนมา”

“แต่ข้า...”

“ไปเดี๋ยวนี้!” ​เทพินดึงพลังแห่งเทพของตนออกมาอย่างเต็มที่ ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองอร่ามราวกับดวงตะวันกำลังจุติ “ข้าจะจัดการเอง”

เมลดาเห็นแววตาเด็ดเดี่ยวของเทพิน จึงจำใจต้องเชื่อฟัง นางวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เทพินเผชิญหน้ากับอสูรตนมหึมาเพียงลำพัง

อสูรแห่งเงามรณะพุ่งเข้าใส่เทพินราวกับสายฟ้า เทพินไม่รอช้า เขากวัดแกว่งกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ ​“อัสนีพิฆาต” แสงสีทองสว่างวาบตัดผ่านความมืดมิด การปะทะกันของพลังทำให้เกิดคลื่นกระแทกแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ

“เจ้าเป็นใคร” อสูรคำราม เสียงแหบพร่าราวกับถูกขูดจากหิน

“ข้าคือเทพิน ผู้พิทักษ์แห่งแสง” เทพินตอบ พลางเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งต่อไป ​“เจ้ามาย่างกรายที่นี่ได้อย่างไร”

“ข้ามาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ถูกช่วงชิงไป” อสูรตอบ ดวงตาของมันจับจ้องไปยังใจกลางของมหานครโบราณ “สิ่งนั้นเป็นของข้าตั้งแต่แรก”

เทพินขมวดคิ้ว “เจ้ากำลังหมายถึงอะไร”

“อย่ามาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น” อสูรคำราม “พลังที่หลับใหลอยู่ภายใต้ผืนดินนี้ มันคือสิ่งที่ข้าตามหามาตลอด”

“พลังนั้นไม่ใช่ของเจ้า” เทพินกล่าวอย่างมั่นคง “มันคือมรดกของเหล่าบรรพชนที่ถูกผนึกไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของสิ่งชั่วร้ายเช่นเจ้า”

“หึ! น่าขัน!” อสูรหัวเราะเยาะ “เจ้ามนุษย์ผู้โง่เขลา คิดจะต้านทานข้าเรอะ”

อสูรเหวี่ยงแขนขนาดมหึมาเข้าใส่เทพิน เทพินหลบหลีกได้อย่างฉิวเฉียว พลางส่งกระบี่ศักดิ์สิทธิ์พุ่งเข้าใส่ลำตัวของอสูร

“ฉึก!” เสียงคมกระบี่ดังขึ้น แต่ดูเหมือนว่ามันจะแทงทะลุเพียงเปลือกนอกของอสูรเท่านั้น

“เจ้าคิดว่าแค่นี้จะทำอะไรข้าได้หรือ” อสูรคำรามด้วยความเดือดดาล “ข้าคือผลผลิตแห่งความสิ้นหวัง ข้าคือความมืดที่แท้จริง!”

ลำแสงสีม่วงดำพุ่งออกมาจากดวงตาของอสูร เทพินพยายามปัดป้องด้วยกระบี่ แต่แรงปะทะมหาศาลทำให้เขากระเด็นไปชนกับซากอาคารโบราณ

“โอ๊ย!” เทพินร้องครวญด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของเขาเริ่มอ่อนแรงลง

“ข้าจะดูดกลืนพลังชีวิตของเจ้าทั้งหมด!” อสูรแผดเสียง ก่อนจะพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง

เทพินรู้ดีว่าเขาไม่สามารถสู้กับอสูรตนนี้ด้วยกำลังกายเพียงอย่างเดียว เขาต้องใช้พลังแห่งเทพที่แท้จริงของตนออกมา

“อัสนี พิโรธ!” เทพินตะโกนสุดเสียง ร่างกายของเขาพลันสว่างวาบราวกับดวงตะวัน เขาเรียกสายฟ้าจากฟากฟ้าลงมาประทุษร้ายอสูร

“ครืนนนนน!” เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหว สายฟ้าสีทองอร่ามพุ่งเข้าใส่ร่างของอสูร อสูรคำรามด้วยความเจ็บปวด แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่ยอมแพ้

“ถึงเจ้าจะมีพลังเทพ ข้าก็ไม่หวั่น!” อสูรกล่าว ดวงตาของมันกลับมาลุกโชนด้วยเปลวไฟอีกครั้ง

เทพินมองไปยังใจกลางของมหานครโบราณ เขาเห็นร่องรอยของพลังงานบางอย่างที่กำลังถูกปลุกขึ้นมา เขาตระหนักได้ว่าอสูรตนนี้กำลังพยายามจะปลุกพลังที่ถูกผนึกไว้

“ข้าต้องหยุดเจ้าให้ได้!” เทพินรวบรวมกำลังทั้งหมดที่มี เขากระโดดขึ้นไปบนซากอาคารที่สูงที่สุด แล้วเหวี่ยงกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นฟ้า

“เทวาบัญชา!” เทพินตะโกน เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วทั้งมหานครโบราณ แสงสีทองสว่างจ้าปกคลุมทุกอณู

อสูรแห่งเงามรณะสะดุ้งเฮือก มันรู้สึกได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะปะทุออกมา

“ไม่นะ!” อสูรตะโกนด้วยความหวาดหวั่น

ทันใดนั้นเอง พลังงานสีขาวบริสุทธิ์ก็พวยพุ่งออกมาจากใจกลางของมหานครโบราณ มันคือพลังแห่งแสงอันบริสุทธิ์ที่เทพินไม่เคยพบเห็นมาก่อน พลังนั้นส่องสว่างเจิดจ้าจนอสูรต้องหรี่ตาลง

“นี่คือ... พลังแห่งการสร้างสรรค์!” เทพินอุทานด้วยความตกตะลึง

พลังแห่งการสร้างสรรค์ได้ซัดเข้าใส่อสูรแห่งเงามรณะอย่างรุนแรง ร่างกายของอสูรเริ่มสลายไปทีละน้อย มันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนก่อนที่จะอันตรธานหายไปในที่สุด

เมื่ออสูรหายไป ความเงียบสงัดก็กลับมาเยือนอีกครั้ง เทพินทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรง เขาเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกยินดีที่สามารถปกป้องสถานที่แห่งนี้ไว้ได้

“ท่านเทพิน!” เสียงของเมลดามาดังอยู่ไม่ไกล เธอวิ่งเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง

“เมลดา เจ้ามาแล้ว” เทพินยิ้มอย่างอ่อนแรง

“ท่านไม่เป็นไรนะคะ” เมลดามองเทพินด้วยความห่วงใย

“ข้าไม่เป็นไร” เทพินตอบ “แต่ดูเหมือนว่าภารกิจของข้าจะยิ่งซับซ้อนขึ้นกว่าเดิม”

เขามองไปยังใจกลางของมหานครโบราณ ที่ซึ่งพลังแห่งการสร้างสรรค์ยังคงส่องสว่างอย่างอ่อนโยน “ข้าได้ปลุกพลังที่หลับใหลขึ้นมาแล้ว แต่มันคือพลังอะไรกันแน่ และจะมีผลต่อโลกของเราอย่างไร”

เทพินรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาตระหนักว่าการเดินทางของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และยังมีปริศนาอีกมากมายที่รอคอยให้เขาค้นพบ

(จบตอนที่ 21)

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

เทวาบัญชา ท้าสวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!