แสงอรุณสีทองยังคงอาบทาซากปรักหักพังของมหานครโบราณ ราวกับว่าเทพธิดาแห่งรุ่งอรุณกำลังบรรจงปัดเป่าความมืดมิดให้เลือนหายไป เทพินยืนนิ่งอยู่กลางลานกว้างใหญ่ สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบทิศ ภาพสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยตั้งตระหง่าน บัดนี้เหลือเพียงซากอิฐและเสาหินที่ถูกกัดกร่อนตามกาลเวลา แต่ถึงกระนั้น ความทรงจำอันเลือนรางเกี่ยวกับความรุ่งเรืองของนครแห่งนี้ก็ยังคงชัดเจนในใจของเขา ราวกับว่าผนังที่พังทลายเหล่านี้กำลังกระซิบเรื่องราวในอดีตให้เขาฟัง
"ที่นี่... คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง" อัสนีเอ่ยขึ้น เสียงของเขาดังก้องสะท้อนไปทั่วลานกว้าง พลางชี้ไปยังแท่นบูชาที่ยังคงตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางซากปรักหักพัง แท่นบูชานั้นสลักเสลาด้วยลวดลายอันวิจิตรบรรจง เป็นรูปดวงตะวันกำลังเปล่งรัศมี และมีตัวอักษรโบราณสลักอยู่รอบๆ
เทพินพยักหน้า เขาจำได้ดีถึงสัญลักษณ์นี้ มันคือตราประจำของเทพอัสนี เทพแห่งแสงสว่างและพลังชีวิต "ท่านเคยอยู่ที่นี่สินะ"
"ข้าเคย... และที่นี่คือที่ซึ่งศรัทธาถูกสร้างขึ้น" อัสนีเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชา พลางลูบไล้ไปตามลวดลายโบราณบนนั้น "แต่ศรัทธา... ก็สามารถถูกบิดเบือนได้เช่นกัน"
ใบหน้าของเทพินฉายแววครุ่นคิด "ท่านกำลังหมายถึง... ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับเหล่าเทพแห่งป่าศักดิ์สิทธิ์?"
"ใช่" อัสนีหันกลับมามองเทพิน ดวงตาของเขาฉายแววเจ็บปวด "ความมืดที่แผ่ขยายไปทั่วป่าศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่เพียงแค่การรุกรานของพลังอำนาจชั่วร้าย แต่คือผลลัพธ์จากศรัทธาที่ถูกทอดทิ้ง... และถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัว"
เทพินก้าวเข้าไปใกล้ "แต่เหล่าเทพแห่งป่า... พวกเขายังคงจงรักภักดีต่อสวรรค์..."
"จงรักภักดี... หากแต่ถูกความสิ้นหวังกัดกิน" อัสนีถอนหายใจ "เมื่อพลังอำนาจของข้า... และพลังแห่งแสงสว่างเริ่มอ่อนแรงลง... ความมืดเริ่มคืบคลาน... เหล่าผู้คนเริ่มตั้งคำถาม... ศรัทธาที่เคยเปี่ยมล้น... กลับแปรเปลี่ยนเป็นความสงสัย... และความหวาดกลัว"
"ความกลัว..." เทพินพึมพำ "มันเป็นพลังที่อันตรายยิ่งกว่าสิ่งใด"
"ถูกต้อง" อัสนีกล่าวเสริม "ความกลัว... จะบิดเบือนทุกสิ่ง... แม้กระทั่งความจริง... และเมื่อศรัทธาเริ่มสั่นคลอน... อำนาจของเหล่าเทพผู้พิทักษ์ก็จะอ่อนแอลง... เปิดทางให้ความมืด... หรือแม้กระทั่ง... 'สิ่งอื่น' เข้ามาแทรกแซง"
"สิ่งอื่น...?" เทพินถามอย่างระแวง
"อำนาจที่ดำรงอยู่... เหนือกว่าความเข้าใจของพวกเรา... อำนาจที่ไม่ได้ถือกำเนิดจากแสงสว่าง... หรือความมืด... แต่เป็นสิ่งที่อยู่... ระหว่างกลาง" อัสนีอธิบาย "อำนาจที่กำลังใช้ความสิ้นหวัง... และความกลัว... ของเหล่ามนุษย์... และเทพ... เพื่อบรรลุเป้าหมายบางอย่าง"
เทพินเงียบไปชั่วขณะ เขากำลังประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ ภาพของเหล่าเทพแห่งป่าที่เริ่มแสดงอาการแปลกประหลาด ภาพของเหล่ามนุษย์ที่เริ่มหลงผิดไปจากเส้นทางอันดีงาม... ทั้งหมดนี้เริ่มเชื่อมโยงเข้าหากัน "ท่านกำลังบอกว่า... มีบางสิ่ง... ที่กำลังบงการ... หรือควบคุม... โชคชะตาของสวรรค์และโลกมนุษย์อยู่?"
"อาจจะ... ไม่ใช่การบงการโดยตรง... แต่เป็นการใช้ 'เงื่อนไข' ที่เหมาะสม... เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการ" อัสนีกล่าว "คล้ายกับนักหมากรุก... ที่ค่อยๆ วางหมาก... ไปทีละตัว... จนนำไปสู่การรุกฆาต"
"แล้ว... สิ่งนั้น... ต้องการอะไร?" เทพินถาม พลางกวาดสายตาไปรอบๆ ซากปรักหักพังอีกครั้ง ราวกับว่ากำลังมองหาเงาของศัตรูที่มองไม่เห็น
"มันต้องการ... การทำลาย... 'สมดุล'" อัสนีตอบ "สมดุลระหว่างแสงสว่างและความมืด... สมดุลระหว่างสวรรค์และโลกมนุษย์... และที่สำคัญที่สุด... คือสมดุลแห่งศรัทธา"
"ทำลายสมดุลแห่งศรัทธา..." เทพินทวนคำ "หมายความว่า... มันต้องการให้ผู้คน... หรือแม้กระทั่งเหล่าเทพ... หมดสิ้นศรัทธา... ต่อทุกสิ่ง?"
"ไม่ใช่... มันต้องการให้ศรัทธา... ถูกมอบให้กับ... 'มัน' เพียงผู้เดียว" อัสนีเน้นย้ำ "เมื่อทุกสิ่งสูญสิ้น... ทุกคนจะโหยหา... สิ่งที่สามารถยึดเหนี่ยว... และหาก 'มัน' สามารถนำเสนอ... สิ่งที่ดูเหมือน... 'ความหวัง'... หรือ 'คำตอบ'... ที่แท้จริง... ศรัทธาทั้งมวล... ก็จะเทไปที่ 'มัน' ทั้งหมด"
เทพินรู้สึกได้ถึงความเย็นเยือกที่แล่นไปตามไขสันหลัง แม้จะเป็นเทพผู้มีพลังอำนาจมหาศาล แต่เมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจที่ซับซ้อนและมองไม่เห็นเช่นนี้ เขาก็อดรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้ "แล้ว... เราจะหยุดยั้งสิ่งนั้นได้อย่างไร?"
"นั่นคือคำถามที่ข้า... และพวกพ้อง... กำลังหาคำตอบ" อัสนีกล่าว "การเปิดเผยความจริง... คือก้าวแรก... แต่การจะทำให้ผู้คน... กลับมาศรัทธา... ในสิ่งที่ถูกต้อง... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ในยามที่ความหวาดกลัว... กำลังครอบงำ... มันเป็นภารกิจที่ยากยิ่ง"
ทันใดนั้นเอง เสียงเอะอะโครมครามก็ดังมาจากทางทิศตะวันตกของลานกว้าง แสงสีแดงฉานสาดส่องขึ้นสู่ท้องฟ้า สลับกับเสียงร้องโหยหวนของสิ่งมีชีวิตที่ไม่คุ้นเคย
"อะไรนั่น!" เทพินอุทาน พลางหันขวับไปยังต้นเสียง
"ดูเหมือน... ความมืด... จะเริ่มแสดงตัวตนแล้ว" อัสนีกล่าว พลางชักดาบแห่งแสงสว่างออกจากฝัก ดาบส่องประกายเจิดจ้าในมือของเขา
"เราต้องไปดู" เทพินเอ่ย พลางก้าวตามอัสนีไปยังทิศทางของเสียง
เมื่อทั้งสองไปถึงบริเวณที่เกิดเสียง ก็พบภาพที่น่าตกใจ สิ่งมีชีวิตรูปร่างบิดเบี้ยว ดวงตาแดงก่ำราวกับถ่านไฟ กำลังเข้าทำร้ายกลุ่มมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ มนุษย์เหล่านั้นพยายามต่อสู้ป้องกันตัว แต่ก็ดูเหมือนจะสู้ไม่ไหว
"พวกมันคือ... อสูรกายแห่งความสิ้นหวัง..." อัสนีพึมพำ "พวกมันถูกสร้างขึ้นจากพลังแห่งความกลัว... และความสิ้นหวัง... ของผู้คน"
เทพินไม่รอช้า เขาพุ่งเข้าไปกลางวงการต่อสู้ ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือเปล่งแสงสีฟ้าประกาย พลังมหาศาลแผ่ออกมา ปะทะเข้ากับเหล่าอสูรกายอย่างจัง
"ถอยไป!" เทพินตะโกน เสียงของเขาก้องกังวานไปด้วยพลังอำนาจ
เหล่าอสูรกายที่เคยได้เปรียบ กลับต้องผงะถอยหลังเมื่อเผชิญหน้ากับพลังบริสุทธิ์ของเทพิน พลังแห่งแสงสว่างที่เทพินเปล่งออกมา ราวกับเป็นยาพิษสำหรับพวกมัน
อัสนีเองก็ไม่รอช้า เขาใช้ดาบแห่งแสงสว่างของตนเอง ปัดป้องการโจมตีของอสูรกายอีกตนหนึ่ง พลังของเขา แม้จะอ่อนแรงลงกว่าเมื่อก่อน แต่ก็ยังคงทรงประสิทธิภาพ สามารถขับไล่ความมืดได้อย่างน่าอัศจรรย์
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เทพินและอัสนีสามารถขับไล่เหล่าอสูรกายไปได้ส่วนหนึ่ง แต่จำนวนของมันก็ดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับว่ามันมาจากเงามืดอันไร้ก้นบึ้ง
"พวกมัน... มีจำนวนมากเกินไป" อัสนีกล่าว หอบหายใจเล็กน้อย "นี่ไม่ใช่แค่การโจมตี... นี่คือการทดสอบ... หรืออาจจะเป็น... การบ่อนทำลาย"
"บ่อนทำลาย... อย่างไร?" เทพินถาม พลางปัดป้องการโจมตีจากอสูรกายตัวหนึ่ง
"หากเรามัวแต่ต่อสู้กับพวกมัน... จนไม่สามารถ... ไปยังเป้าหมายที่แท้จริงได้... นั่นก็เท่ากับว่า... พวกมันประสบความสำเร็จแล้ว" อัสนีตอบ "เป้าหมายที่แท้จริง... คือการค้นหา... ต้นตอ... ของความมืด... และฟื้นฟู... ศรัทธา"
เทพินนิ่งไป เขาเข้าใจความหมายของอัสนีอย่างถ่องแท้ พวกเขาไม่สามารถเสียเวลาไปกับการต่อสู้กับ 'ผลผลิต' ของความมืดได้นานเกินไป พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับ 'สาเหตุ'
"เราต้องไปต่อ" เทพินกล่าว "ไปยังวิหารแห่งแสง"
"แต่... พวกมัน..." อัสนีชี้ไปยังเหล่าอสูรกายที่ยังคงคุกคามอยู่
"เราต้องเลือก" เทพินกล่าว ดวงตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว "ระหว่างการปกป้อง... ที่ไม่รู้จบ... หรือการค้นหา... ทางออกที่แท้จริง"
อัสนีพยักหน้า เขาเข้าใจถึงความจำเป็นในการตัดสินใจครั้งนี้ "ข้าจะ... ถ่วงเวลาพวกมัน... เจ้าจงรีบไปยังวิหารแห่งแสง... และค้นหาสิ่งที่เราต้องการ"
"ท่านแน่ใจหรือ?" เทพินถาม
"หน้าที่ของข้า... คือการปกป้อง... ในยามที่ข้าทำได้" อัสนีตอบ พลางยืนประจันหน้ากับเหล่าอสูรกายที่กำลังถาโถมเข้ามา "ไปเถิด... เทพิน... ชะตากรรมของสวรรค์... และโลกมนุษย์... อยู่ในมือของเจ้า"
เทพินมองอัสนีด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ความรู้สึกผิดที่ต้องทิ้งสหายไว้เบื้องหลัง แต่ก็เข้าใจถึงความสำคัญของภารกิจที่รออยู่ เขาพยักหน้าครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังกลับ และวิ่งจากไป ทิ้งอัสนีไว้เพียงลำพัง ท่ามกลางเหล่าอสูรกายที่กำลังกรูกันเข้ามา ราวกับว่าเขากำลังจะเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
เทพินวิ่งผ่านซากปรักหักพังอย่างรวดเร็ว หัวใจของเขากระหน่ำเต้น ภาพของอัสนีที่ยืนหยัดต่อสู้เพียงลำพัง ยังคงติดตา ภาพของเหล่าอสูรกายที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด... ทั้งหมดนี้ยิ่งเพิ่มความกดดันให้กับเขา
เขาต้องไปให้ถึงวิหารแห่งแสง ต้องค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ และต้องหาวิธีฟื้นฟูศรัทธา... ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป.

เทวาบัญชา ท้าสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก