แสงอรุณสีทองยังคงอาบทาซากปรักหักพังของมหานครโบราณ ราวกับว่าเทพธิดาแห่งรุ่งอรุณกำลังบรรจงปัดเป่าความมืดมิดให้เลือนหายไป เทพินยืนนิ่งอยู่กลางลานกว้างใหญ่ สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบทิศ ภาพสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง บัดนี้เหลือเพียงเศษซากปรักหักพังที่กระจัดกระจาย เป็นเครื่องเตือนใจถึงความผันผวนแห่งกาลเวลา
"เจ้าเห็นสิ่งนั้นหรือไม่ เทพิน?" เสียงทุ้มต่ำของอัสนีดังขึ้นภายในจิตใจของเทพิน แสงสีทองที่ส่องลงมายังจุดหนึ่งของซากปรักหักพังนั้น ดูจะมีความเข้มข้นเป็นพิเศษ ราวกับมีพลังงานบางอย่างถูกกักเก็บไว้ ณ ที่แห่งนั้น
เทพินพยักหน้าเบาๆ "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แตกต่างออกไป... มันไม่ใช่พลังงานแห่งธรรมชาติ หรือพลังงานที่เกิดจากการก่อสร้างตามปกติ"
"ถูกต้อง" อัสนีกล่าวต่อ "มันคือพลังงานที่ถูกผนึกไว้... พลังงานแห่ง 'สภาวะสุดท้าย' ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในยามคับขันที่สุด"
เทพินก้าวเดินไปตามทิศทางที่อัสนีชี้ เขาเดินผ่านเสาหินที่ผุพัง กำแพงอิฐที่แตกร้าว ประติมากรรมที่เลือนลาง ภาพเมืองที่เคยเต็มไปด้วยชีวิตชีวา บัดนี้เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่พัดผ่านช่องว่างของซากปรักหักพัง ราวกับกำลังขับขานบทเพลงแห่งความโศกเศร้า
เมื่อเทพินมาถึงจุดที่แสงสีทองส่องลงมาอย่างเข้มข้น เขาก็พบกับแท่นหินขนาดใหญ่ แท่นหินนั้นสลักลวดลายแปลกตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ลวดลายเหล่านั้นดูเหมือนจะเคลื่อนไหวได้ภายใต้แสงอรุณ ราวกับมีชีวิต
"นี่คือ 'แท่นผนึกสภาวะ' เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกักเก็บและปลดปล่อยพลังงานขั้นสูง" อัสนีอธิบาย "พลังงานที่ถูกผนึกไว้ ณ ที่แห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการทำลายล้างสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งก่อสร้างที่ทรงพลังอย่างยิ่งยวด"
เทพินก้มลงมองแท่นหินอย่างพิจารณา "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับภารกิจของเรา?"
"เจ้ากำลังจะเข้าไปในหุบเขามรณะ" อัสนีกล่าวเสียงเคร่งเครียด "และที่นั่น เจ้าจะได้เผชิญหน้ากับ 'ลิ้นมังกร' สัตว์อสูรโบราณที่มีพลังอำนาจมหาศาล พลังของมันนั้นแม้แต่เหล่าทวยเทพในยุคโบราณยังต้องเกรงกลัว พลังงานที่ถูกผนึกไว้ที่นี่ อาจเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้เจ้ามีโอกาสต่อกรกับมันได้"
"แต่พลังงานนี้มันอันตรายเกินไปหรือไม่" เทพินถามด้วยความเป็นห่วง "ข้าไม่อยากใช้มัน หากมันจะก่อให้เกิดความเสียหายโดยไม่จำเป็น"
"ความรอบคอบของเจ้าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม เทพิน" อัสนีกล่าว "แต่บางครั้ง เพื่อปกป้องผู้บริสุทธิ์ เราก็ต้องเลือกหนทางที่ยากลำบาก ข้าจะสอนวิธีควบคุมพลังนี้ให้เจ้าเอง มันจะมอบพละกำลังมหาศาลให้แก่เจ้า แต่เจ้าต้องแลกมาด้วยการใช้พลังชีวิตของเจ้าบางส่วน"
เทพินนิ่งไปครู่หนึ่ง เขาเข้าใจดีถึงความหมายของ "พลังชีวิต" การใช้พลังงานที่ผนึกไว้บนแท่นนี้ จะเป็นการดึงเอาพลังชีวิตของเขาออกมาหล่อเลี้ยงพลังนั้น ซึ่งหมายความว่าเขาจะต้องสูญเสียส่วนหนึ่งของอายุขัยไป
"ข้าพร้อม" เทพินตอบอย่างแน่วแน่ "เพื่อชัยชนะ เพื่อปกป้องแผ่นดินนี้ ข้ายอมแลกทุกสิ่ง"
ทันทีที่คำตอบนั้นหลุดออกจากปากเทพิน แสงสีทองบนแท่นหินก็สว่างวาบขึ้นมาอย่างรุนแรง ลวดลายที่สลักอยู่บนแท่นเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูง พลังงานอันมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากแท่นหิน ห่อหุ้มร่างของเทพินไว้
เทพินรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าปริมาณมหาศาลไหลผ่านร่างกาย ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วทุกอณู แต่เขากัดฟันสู้ ดวงตาของเขาลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความมุ่งมั่น อัสนีปลุกปั่นกระแสพลังงานในตัวเทพิน ให้เชื่อมโยงกับพลังงานที่หลั่งไหลมาจากแท่นผนึก
"จงเปิดรับ จงควบคุม จงหลอมรวม!" เสียงของอัสนีดังก้องในโสตประสาทของเทพิน "นี่คือ 'บัญชาแห่งอัสนี' พลังที่สามารถสยบทุกสิ่ง!"
ร่างของเทพินเริ่มส่องแสงสีทองเรืองรองเช่นเดียวกับแท่นหิน ผมเผ้าของเขากระจายตัวออกราวกับถูกลมพัดแรง เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นชุดเกราะสีทองอร่ามที่สลักลวดลายคล้ายกับบนแท่นหิน
เมื่อกระบวนการผนึกสิ้นสุดลง เทพินรู้สึกถึงพละกำลังที่เหนือกว่าที่เคยมีมาหลายเท่า ร่างกายของเขาเบาราวกับขนนก แต่ในขณะเดียวกันก็หนักแน่นไปด้วยพลังที่พร้อมจะปะทุออกมา
"นี่คือพลังที่เจ้าต้องการ เทพิน" อัสนีกล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ "ตอนนี้ เจ้าพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับลิ้นมังกร"
เทพินก้าวออกจากรัศมีของแท่นผนึก เขารู้สึกถึงความอ่อนล้าเล็กน้อย แต่พละกำลังที่เพิ่มขึ้นนั้นกลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นไปจนหมดสิ้น "ขอบคุณ ท่านอัสนี"
"อย่าเพิ่งขอบคุณข้า การต่อสู้ที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้น" อัสนีเตือน "หุบเขามรณะนั้นเต็มไปด้วยอันตราย ไม่เพียงแต่ลิ้นมังกรเท่านั้น แต่ยังมีกับดักและอสูรกายอีกมากมายที่คอยขัดขวางทางของเจ้า"
เทพินพยักหน้า เขาหันหลังกลับมองซากปรักหักพังของมหานครโบราณเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหน้ามุ่งตรงไปยังทิศทางของหุบเขามรณะที่อยู่ไกลออกไป
เส้นทางสู่หุบเขามรณะนั้นเต็มไปด้วยป่าทึบที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนา ต้นไม้โบราณที่บิดเบี้ยวและน่าขนลุก ราวกับมีชีวิตจิตใจ คอยขยับกิ่งก้านสาขา ราวกับจะสกัดกั้นทางเดินของเขา
เทพินก้าวเดินอย่างมั่นคง เขาใช้พลังที่ได้รับมาใหม่ในการปัดป้องกิ่งก้านของต้นไม้ที่ยื่นเข้ามาขวางทาง พลังของเขาทำให้ต้นไม้เหล่านั้นถอยร่นออกไปราวกับถูกกระแสลมพัด
ระหว่างทาง เขาได้พบกับอสูรกายรูปร่างประหลาดที่ซุ่มโจมตีอยู่ตามพุ่มไม้ อสูรกายเหล่านั้นมีลักษณะคล้ายกิ้งก่ามีปีก แต่มีดวงตาสีแดงฉานที่ลุกโชนด้วยความอาฆาต
"พวกเจ้าขวางทางข้า" เทพินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะยกมือขึ้น พลังงานสีทองจากปลายนิ้วของเขากระจายออกไปราวกับสายฟ้าฟาด อสูรกายเหล่านั้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะสลายไปเป็นเถ้าธุลี
"พลังของเจ้าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก" อัสนีกล่าวชื่นชม "แต่จงระวัง อย่าประมาท จงใช้สัญชาตญาณของเจ้าให้เป็นประโยชน์"
เมื่อเทพินเดินลึกเข้าไปในป่า หมอกก็ยิ่งหนาแน่นขึ้น อากาศเย็นเยียบจนแทบจะแข็งตัว เขารู้สึกได้ถึงพลังงานมรณะที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ
ในที่สุด เขาก็มาถึงปากทางเข้าของหุบเขามรณะ มันเป็นปากถ้ำขนาดใหญ่ที่มืดมิดและน่าหวาดหวั่นราวกับปากของอสูรกายที่กำลังอ้าออก กลิ่นอายของความตายและพลังงานชั่วร้ายลอยออกมาจากภายใน
"นี่คือทางเข้าสู่ดินแดนของลิ้นมังกร" อัสนีกล่าวเสียงเครียด "เจ้าต้องเตรียมพร้อมให้ดีที่สุด"
เทพินสูดลมหายใจลึก เขาตรวจสอบดาบศักดิ์สิทธิ์ที่เอวของตนเอง ดาบนั้นส่องประกายสีเงินวาววับราวกับได้รับการชำระล้างด้วยน้ำทิพย์ เขาพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรม
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามอันกึกก้องก็ดังสะท้อนมาจากภายในหุบเขา เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนป่า ราวกับภูเขาทั้งลูกกำลังจะถล่มลงมา
"นั่นมัน..." เทพินเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก
"ลิ้นมังกร..." อัสนีตอบ "มันกำลังรอเจ้าอยู่"
เทพินยืนนิ่งอยู่หน้าปากทางเข้าหุบเขาดวงตาของเขาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น เขาไม่หวั่นเกรงต่อพลังอำนาจที่สัมผัสได้แม้แต่น้อย
"ไม่ว่าจะอันตรายเพียงใด ข้าจะไม่ถอย" เทพินกล่าว "นี่คือคำท้าสวรรค์ของข้า!"
เขาเหยียบย่างเข้าไปในความมืดมิดของหุบเขามรณะ ปล่อยให้เสียงคำรามของลิ้นมังกรเป็นเพลงประกอบการเดินทางครั้งสุดท้ายของเขา
เบื้องหน้าของเทพิน คือการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต การต่อสู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของโลกใบนี้ จะมีเพียงผู้เดียวที่จะยืนหยัดอยู่ได้ และผู้แพ้ จะต้องพบกับความพินาศอันน่าสะพรึงกลัว.
เทวาบัญชา ท้าสวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก