เงาในม่านหมอก

ตอนที่ 2 — เสียงกระซิบจากม่านหมอก

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 942 คำ

นพรัตน์กุมขมับ ความเย็นชื้นของหมอกที่เกาะอยู่ตามปลายนิ้วปะปนกับเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือน ลำต้นของต้นไม้ใหญ่ที่เรียงรายอยู่ริมถนนนั้นดูบิดเบี้ยวราวกับถูกบีบคั้นให้ผิดรูปภายใต้การห่อหุ้มอันหนาทึบ เสียงที่แว่วมาแต่ไกลนั้นไม่ใช่เสียงลมพัด แต่เป็นเสียงบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้น มันแฝงเร้นอยู่ในม่านหมอก ราวกับกระซิบจากสิ่งมีชีวิตที่มองไม่เห็น

“หมอกนี่มัน… ‌เหมือนมันกำลังจะกลืนกินเราเข้าไปทั้งเป็น”

เสียงของหญิงสาวดังแทรกขึ้นมา ทำให้นพรัตน์สะดุ้ง เขาหันขวับไปมอง ต้นเสียงคือ ลลิตา หญิงสาวผู้มีดวงตาฉายแวววิตกกังวลไม่ต่างจากเขา เธอสวมเสื้อคลุมสีเข้มที่ดูจะกลมกลืนไปกับบรรยากาศทึบเทาของเมือง ผมยาวสีดำสนิทของเธอกระเซอะกระเซิงเข้ากับใบหน้า

“คุณลลิตา… ​ผมคิดว่าผมกำลังจะบ้าไปแล้ว” นพรัตน์พึมพำ ปล่อยมือจากขมับลงมายกแก้วกาแฟที่เย็นชืดขึ้นจิบ

“ไม่ค่ะ คุณนพรัตน์ คุณไม่ได้กำลังจะบ้า… แต่เมืองนี้มันมีบางอย่างผิดปกติไปจากเดิม” ลลิตากล่าว ดวงตาของเธอสอดส่ายไปมา ‍ราวกับพยายามจะจับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในความขาวขุ่นตรงหน้า

“ผิดปกติ… ในแง่ไหนครับ?” นพรัตน์ถามอย่างสนใจ แม้ใจจะยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ

“นับตั้งแต่… ตั้งแต่วันที่ คุณวิชัยหายตัวไป หมอกนี่มันก็เริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ” ‌ลลิตาเอ่ยเสียงเบา “และ… มีเสียงแปลกๆ ค่ะ”

“เสียงแปลกๆ?” นพรัตน์เลิกคิ้ว

“ใช่ค่ะ… เหมือนเสียงกระซิบ แต่ฟังไม่ออกว่าเป็นภาษาอะไร บางทีก็เหมือนเสียงร้องไห้… ‍แต่ก็ไม่แน่ใจนัก มันมักจะดังขึ้นในตอนกลางคืน หรือตอนที่หมอกหนาจัดที่สุด” ลลิตาอธิบาย ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงกว่าเดิม

นพรัตน์เงียบไป เขาจำได้ว่าตั้งแต่เขาย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เมื่อสามปีก่อน หมอกก็หนาทึบอยู่เสมอ แต่เขาก็ไม่เคยสังเกตว่ามันหนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ​เขาเคยได้ยินเสียงแปลกๆ บ้าง แต่ก็คิดว่าเป็นเสียงลม หรือเสียงสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในป่าทึบที่โอบล้อมเมืองนี้อยู่

“ผม… ผมเองก็เคยได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง” นพรัตน์ยอมรับ “แต่ผมคิดว่ามันเป็นแค่เสียงลม”

“ไม่ค่ะ มันไม่ใช่เสียงลม” ​ลลิตายืนกราน “คุณวิชัย… เขาก็เคยพูดถึงมันเหมือนกันค่ะ ก่อนที่เขาจะ… หายไป”

คำว่า “หายไป” ที่ออกจากปากลลิตาทำให้นพรัตน์รู้สึกหนาวสะท้านไปถึงไขสันหลัง เขารู้จักคุณวิชัยเป็นอย่างดี ​คุณวิชัยเป็นนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เป็นคนที่สนใจในตำนานและเรื่องลึกลับของเมืองนี้มาโดยตลอด คุณวิชัยหายตัวไปเมื่อประมาณหกเดือนก่อนโดยไม่มีร่องรอยใดๆ ทิ้งไว้ นอกจากบันทึกการค้นคว้าที่กระจัดกระจายอยู่ในห้องทำงานของเขา

“คุณวิชัย… เขาเคยพูดถึงอะไรเกี่ยวกับหมอกนี้หรือเปล่าครับ?” นพรัตน์ถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเองให้เป็นปกติที่สุด

ลลิตาพยักหน้า “เขากำลังค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องราวของ ‘ผู้เฝ้ามอง’ ค่ะ”

“ผู้เฝ้ามอง?”

“ใช่ค่ะ… เป็นตำนานเก่าแก่ของเมืองนี้ ว่ากันว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในหมอก คอยเฝ้ามองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเมือง บางทีก็คอยชี้แนะ บางทีก็… คอยลงทัณฑ์” ลลิตาเล่า พลางกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวง “คุณวิชัยเชื่อว่า… หมอกหนานี้เป็นเหมือนม่านที่กั้นระหว่างโลกของเรากับโลกของพวกเขา”

นพรัตน์รู้สึกเหมือนมีใครเอามือเย็นเฉียบมาบีบหัวใจ เขาไม่เคยเชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ หรือเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่คำพูดของลลิตา ประกอบกับบรรยากาศที่แสนจะอึดอัดและน่าหวาดหวั่นนี้ ทำให้ความคิดที่ว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นกำลังจับจ้องเขาอยู่เริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจ

“ผม… ผมว่าเรากลับกันเถอะครับ” นพรัตน์เอ่ย พยายามปัดเป่าความคิดฟุ้งซ่าน

“ค่ะ… แต่คุณนพรัตน์คะ” ลลิตาเรียกไว้ “ถ้าคืนนี้คุณได้ยินเสียงอะไร… อย่าได้ออกไปตามหามันนะคะ”

คำเตือนนั้นหนักอึ้งอยู่ในใจของนพรัตน์ เมื่อเขากลับมาถึงบ้านหลังเล็กของตัวเองที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากร้านกาแฟ เขาก็พบว่าบรรยากาศภายในบ้านก็ไม่ได้ต่างจากภายนอกมากนัก หมอกหนาได้แทรกซึมเข้ามาทางรอยร้าวเล็กๆ น้อยๆ ของหน้าต่างและประตู ปล่อยให้ความเย็นชื้นและกลิ่นอับชื้นคละคลุ้งอยู่ทั่วห้อง

นพรัตน์เดินไปที่โต๊ะทำงาน เขาเปิดโคมไฟ แสงสีเหลืองนวลสาดส่องลงบนกองเอกสารและหนังสือที่วางเรียงรายอยู่ เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมา วันที่เขียนคือวันนี้

วันที่… (ไม่แน่ใจนัก เพราะนาฬิกาในเมืองนี้มักจะเดินช้ากว่าปกติ) หมอก… มันหนาขึ้นเรื่อยๆ ฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องมองตลอดเวลา ลลิตาบอกว่าเสียงที่ได้ยินไม่ใช่เสียงลม มันคือเสียงกระซิบจาก ‘ผู้เฝ้ามอง’ เธอบอกว่าคุณวิชัยก็เคยพูดถึงมัน… แล้วเขาก็หายไป… ฉันควรจะเชื่อเธอไหม? หรือว่าฉันกำลังเริ่มคิดไปเอง? ความหวาดระแวงนี้มันกำลังกัดกินฉัน…

เขาปิดสมุดบันทึกอย่างแรง ความรู้สึกท่วมท้นตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาเดินไปที่หน้าต่าง พยายามเพ่งมองออกไปนอกบ้าน แต่สิ่งที่เห็นมีเพียงม่านสีขาวขุ่นที่บดบังทุกสิ่งทุกอย่าง

“ผู้เฝ้ามอง…” นพรัตน์พึมพำ ชื่อนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเขา

เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นแสงสุดท้ายของมัน หมอกก็ยิ่งทวีความหนาแน่นขึ้นไปอีก บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงหัวใจของนพรัตน์ที่เต้นระรัวอยู่ในอก

แล้วมันก็เริ่มขึ้น…

เสียงแรกที่ดังขึ้นมานั้นแผ่วเบามาก ราวกับลมหายใจที่กระทบแก้วหู แต่เมื่อเวลาผ่านไป เสียงนั้นก็เริ่มชัดเจนขึ้น เร็วขึ้น หนักแน่นขึ้น มันไม่ใช่เสียงลม มันไม่ใช่เสียงสัตว์ป่า… มันคือเสียงกระซิบ… ที่ดังมาจากทุกทิศทาง

นพรัตน์ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ดวงตาเบิกกว้าง จิตใจของเขาพยายามประมวลผลสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เสียงกระซิบเหล่านั้นฟังดูราวกับมนุษย์กำลังพูดคุยกัน แต่คำพูดนั้นก็ยังคงเป็นปริศนา… ฟังดูเหมือนภาษาโบราณที่ไม่มีใครเข้าใจ…

“…เจ้า… มา… แล้ว…”

“…เฝ้า… รอ… คอย…”

“…ที่… นี่… เอง…”

เสียงเหล่านั้นวนเวียนอยู่รอบตัวเขา ราวกับมีใครกำลังล้อมวงเข้ามาใกล้ นพรัตน์รู้สึกเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ เขาอยากจะวิ่งหนี อยากจะตะโกน แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง

ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบก็เปลี่ยนไป มันกลายเป็นเสียงที่เหมือนกำลังลากของหนักๆ ไปบนพื้น… เสียงเสียดสีอันน่าขนลุก… แล้วก็มีเสียงเหมือนบางสิ่งบางอย่างกำลังถูกลาก… ลาก… ไป…

“ไม่… ไม่… นี่มัน… ไม่ใช่… เรื่องจริง…” นพรัตน์พึมพำ พยายามรวบรวมสติ

เขาก้าวถอยหลังไปช้าๆ เท้าของเขาไปชนเข้ากับขาโต๊ะ ความเจ็บปวดเล็กน้อยช่วยให้เขากลับมามีสติอีกครั้ง เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะไม่อยู่นิ่งๆ อีกต่อไป

นพรัตน์เดินไปที่ประตูห้อง เขาไม่สนใจคำเตือนของลลิตาอีกต่อไปแล้ว เขาต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น เขาต้องหาคำตอบ… เขาต้องรู้ว่าเสียงพวกนี้มาจากไหน…

เขาเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู มือของเขาสั่นเทาเล็กน้อย เมื่อเขากำลังจะเปิดประตูออกไป…

ทันใดนั้นเอง เสียงกระซิบก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันดังใกล้เข้ามา… ใกล้กว่าที่เคย… ราวกับว่าผู้ที่กำลังกระซิบนั้นยืนอยู่เพียงไม่กี่ก้าวจากเขา…

“…อย่า… มา… ยุ่ง… กับ… พวกเรา…”

เสียงนั้น… มันไม่ใช่เสียงกระซิบอีกต่อไปแล้ว… มันคือเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว… และคำขู่…

นพรัตน์ชะงักมือ เขาถอยห่างจากประตูอย่างรวดเร็ว หอบหายใจอย่างหนักหน่วง หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง พยายามเพ่งมองผ่านม่านหมอกที่แทรกซึมเข้ามา แต่ก็ไม่เห็นอะไรเลย… มีเพียงความมืดและความขาวขุ่นที่ปกคลุมทุกสิ่ง

แต่… เขามั่นใจ… เขาได้ยินเสียงนั้น… เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง…

แล้วเขาก็เห็น…

ที่มุมห้อง… ตรงที่เงาหนาทึบที่สุด… มีบางอย่าง… เคลื่อนไหว…

มันไม่ใช่เงา… มันคือรูปร่าง… รูปร่างที่บิดเบี้ยว… และใหญ่โต…

นพรัตน์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง… เขาจ้องมองไปยังรูปร่างนั้น… รูปร่างที่กำลังค่อยๆ… เคลื่อนตัว… ออกมาจากเงา…

ลมหายใจของเขาติดขัด… เขาไม่สามารถแม้แต่จะกรีดร้อง…

สิ่งที่กำลังปรากฏขึ้น… มันคือ… สิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิด… และมันกำลัง… จ้องมองมาที่เขา… ด้วยดวงตาที่… เรืองแสง… สีแดงเข้ม…

จบตอนที่ 2

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาในม่านหมอก

เงาในม่านหมอก

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!