เงาในม่านหมอก

ตอนที่ 14 —

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,036 คำ

ตอนที่ 14 — เสียงกระซิบจากอดีต

สายหมอกยังคงเกาะกินทุกอณูของเมือง ราวกับจะกลืนกินทุกชีวิตให้เลือนหายไปกับความอึมครึมที่ไม่มีวันจาง นพรัตน์ยืนนิ่งอยู่หน้าอาคารเก่าแก่หลังหนึ่ง มันคือบ้านพักของครอบครัว "อัคนี" ‌ตระกูลเก่าแก่ที่ครั้งหนึ่งเคยรุ่งเรือง แต่บัดนี้กลับเหลือเพียงตำนานเล่าขานและเงาที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังม่านหมอก ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้แล่นผ่านเข้ามาในอก สัมผัสได้ถึงพลังงานที่กดดัน ชวนให้ขนลุกซู่

เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วก้าวเท้าเข้าไปยังประตูไม้สักที่ผุกร่อนตามกาลเวลา เสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานพับดังราวกับเสียงร้องคร่ำครวญของวิญญาณที่ถูกจองจำ ภายในบ้านยังคงมีกลิ่นอับชื้นของฝุ่นละอองและกลิ่นไม้เก่าคละคลุ้ง ​แต่สิ่งที่ทำให้เขาสะดุดใจคือความสะอาดผิดปกติในบางจุด ราวกับมีคนเข้ามาดูแลรักษาอยู่เป็นระยะ

"มีใครอยู่ไหมครับ" นพรัตน์ตะโกนเรียก พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงที่มืดสลัว เฟอร์นิเจอร์โบราณหลายชิ้นถูกคลุมด้วยผ้าขาว ราวกับวิญญาณกำลังหลับใหลรอวันตื่น

ความเงียบคือคำตอบเดียวที่เขาได้รับ ยิ่งทำให้บรรยากาศภายในบ้านยิ่งน่าอึดอัด เขาเดินสำรวจไปตามห้องต่างๆ ‍ผนังบางส่วนมีรอยด่างดำคล้ายคราบน้ำ หรืออาจจะเป็นคราบเลือดเก่าที่ไม่มีวันจางหายไป เสียงฝีเท้าของเขาก้องกังวานในความเงียบ ยิ่งเพิ่มความรู้สึกโดดเดี่ยวและหวาดระแวง

ขณะที่เขากำลังจะก้าวออกจากห้องสมุดที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยฝุ่น นพรัตน์ก็เหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือที่ถูกปกคลุมด้วยผ้าขาว มันดูใหม่กว่าสิ่งของอื่นๆ ในห้อง ราวกับเพิ่งถูกนำมาวางไว้

ด้วยความสงสัย ‌เขาค่อยๆ ยกผ้าขาวออก เผยให้เห็นปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ซีดจาง เมื่อเปิดเข้าไป ด้านในเป็นลายมือที่หวัดแต่ยังคงอ่านได้ชัดเจน มันคือบันทึกของ "พัชรา" ภรรยาของท่านอัคนี ‍ผู้ที่หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อหลายปีก่อน

"วันที่... (วันเดือนปีที่เขียนไม่ชัดเจน แต่คาดว่าน่าจะหลายปีที่แล้ว)

หมอกหนาขึ้นทุกวัน ราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง แม้กระทั่งความหวัง... สามีของฉันเริ่มเปลี่ยนไป เขาหมกมุ่นอยู่กับบางสิ่งบางอย่างที่ฉันไม่เข้าใจ เสียงกระซิบในยามค่ำคืนดังขึ้นเรื่อยๆ ​จากห้องใต้ดิน ฉันพยายามถามเขา แต่เขากลับไม่เคยตอบ ยิ่งทำให้ฉันหวาดกลัว... ความลับของตระกูลอัคนีนี้ มันกำลังจะกลืนกินเราทุกคน"

นพรัตน์อ่านบันทึกด้วยความตื่นเต้นระคนสยองขวัญ น้ำเสียงที่ถ่ายทอดออกมาจากบันทึกเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและอ้างว้าง มันสะท้อนให้เห็นถึงสภาพจิตใจของผู้เขียนได้อย่างชัดเจน

"วันที่... ​(อีกหนึ่งบันทึก)

ฉันได้ยินเสียง... เสียงมาจากข้างในกำแพง ฉันเชื่อว่ามันไม่ใช่เพียงแค่เสียงลมพัด แต่เป็นเสียงเรียก... เสียงที่ต้องการจะบอกอะไรบางอย่าง ฉันรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังจับตามองฉันอยู่ตลอดเวลา แม้ในยามที่หมอกหนาทึบที่สุด ฉันไม่สามารถหลบซ่อนจากมันได้อีกต่อไป... ​ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรที่สามีของฉันกำลังซ่อนไว้"

ในบันทึกถัดมา นพรัตน์พบข้อความที่น่าตกใจยิ่งกว่า

"วันที่... (บันทึกสุดท้ายที่พอจะอ่านออก)

ฉันเจอทางเข้า... ทางเข้าที่ซ่อนอยู่หลังชั้นหนังสือในห้องทำงานของสามี มันนำไปสู่... ที่นั่น! ฉันเห็น... ฉันเห็นสิ่งที่ทำให้โลกของฉันพังทลาย... พวกเขา... พวกมัน... ไม่... ฉันต้องหนี... ก่อนที่... ก่อนที่หมอกจะกลืนกินฉันไปตลอดกาล"

บันทึกสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ทำให้นพรัตน์รู้สึกถึงความลึกลับที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ประโยคสุดท้ายของพัชราทิ้งไว้เพียงคำถามปลายเปิดที่ชวนให้จินตนาการไปถึงสิ่งที่เธอได้พบเจอ

ขณะที่เขากำลังจดจ่ออยู่กับการอ่านบันทึก เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังขึ้นจากด้านนอก นพรัตน์สะดุ้งเฮือก รีบวางสมุดบันทึกกลับที่เดิม แล้วค่อยๆ ปิดผ้าขาวคลุมไว้ เขาแอบมองผ่านช่องประตูเล็กๆ ที่มีฝุ่นจับหนาเตอะ

ร่างสูงโปร่งของหญิงสาวคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวเข้ามาในบ้าน เธอสวมชุดสีดำสนิท ปกปิดใบหน้าด้วยผ้าคลุมศีรษะที่หนาจนแทบมองไม่เห็นโครงหน้า แต่จากรูปร่างแล้ว นพรัตน์จำได้ทันทีว่าเธอคือ "อรุณี" หญิงสาวที่เขาเคยพบเจอในตลาดเมื่อไม่นานมานี้

อรุณีเดินตรงไปยังมุมหนึ่งของห้องโถงที่มืดมิดที่สุด เธอยกมือขึ้นสัมผัสผนังเบาๆ ราวกับกำลังหาบางสิ่งบางอย่าง นพรัตน์รู้สึกถึงความผิดปกติอย่างรุนแรง นี่ไม่ใช่การมาเยี่ยมชมบ้านร้างตามปกติ

"อรุณี..." นพรัตน์ตัดสินใจก้าวออกมาจากที่ซ่อน

อรุณีหันขวับด้วยความตกใจ ดวงตาของเธอเบิกกว้าง แต่เมื่อเห็นว่าเป็นนพรัตน์ สีหน้าของเธอก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย

"คุณนพรัตน์... มาทำอะไรที่นี่คะ" น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย

"ผมกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลอัคนี แต่คุณล่ะครับ มาทำอะไรที่นี่... ดูเหมือนคุณจะรู้จักที่นี่ดี" นพรัตน์ถาม สายตาจับจ้องไปที่มือของอรุณีที่ยังคงวางอยู่บนผนัง

อรุณีรีบชักมือกลับมา แล้วยิ้มแห้งๆ "ฉัน... ฉันแค่ผ่านมาแถวนี้ค่ะ แล้วก็นึกถึงเรื่องราวเก่าๆ เลยลองแวะเข้ามาดู..."

"ผ่านมาแถวนี้? ในวันที่หมอกหนาขนาดนี้... แล้วทำไมต้องมาสัมผัสผนังด้วยครับ" นพรัตน์สังเกตเห็นว่าอรุณีมีท่าทีลุกลี้ลุกลนอย่างเห็นได้ชัด

"เปล่าค่ะ... พอดีว่า... เอ่อ... กำลังมองหาของบางอย่างที่อาจจะตกหล่นไป" อรุณีพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย แต่ดูเหมือนจะไม่น่าเชื่อถือสักเท่าไหร่

ทันใดนั้นเอง นพรัตน์ก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ข้อมือของอรุณี เป็นรอยขีดข่วนเล็กๆ ที่ยังดูสดใหม่ ราวกับเพิ่งถูกของมีคมบาด

"ข้อมือคุณเป็นอะไรครับ" เขาถามด้วยความเป็นห่วง

อรุณีรีบยกมือขึ้นซ่อนไว้ใต้แขนเสื้อ "ไม่มีอะไรค่ะ แค่... สะดุดล้มนิดหน่อย"

"คุณแน่ใจนะครับ" นพรัตน์ไม่เชื่อ เค้าจำได้ว่าอรุณีเคยพูดถึงการค้นหา "ความจริง" บางอย่างในเมืองนี้ มันอาจจะเชื่อมโยงกับที่นี่ก็ได้

"ค่ะ... แน่ใจค่ะ" อรุณีรีบเปลี่ยนเรื่อง "คุณนพรัตน์กำลังหาอะไรอยู่เหรอคะ... อาจจะช่วยได้นะคะ"

นพรัตน์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อใจอรุณีได้มากแค่ไหน แต่จากท่าทีของเธอที่พยายามปกปิดบางอย่าง ยิ่งทำให้เขาสงสัย

"ผมกำลังหาข้อมูลเกี่ยวกับ... การหายตัวไปของภรรยาคุณอัคนีครับ" เขาตัดสินใจพูดออกไป

เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของอรุณีก็ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด เธออ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็กลืนคำพูดกลับไป

"เรื่องนั้น... ฉัน... ฉันไม่รู้อะไรเลยค่ะ" เธอตอบเสียงแผ่วเบา

"แต่จากที่คุณทำเมื่อครู่... เหมือนคุณจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับบ้านหลังนี้" นพรัตน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอรุณี หวังจะมองทะลุความโกหก

ทันใดนั้นเอง เสียงกุกกักดังขึ้นมาจากชั้นบน นพรัตน์และอรุณีต่างหันไปมองด้วยความตกใจ

"เสียงอะไรน่ะคะ" อรุณีถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

"ผมไม่รู้... แต่ดูเหมือนเราจะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญ" นพรัตน์ตอบ เขาหยิบไฟฉายที่พกติดตัวออกมา แล้วส่องนำทางไปทางบันได

ทั้งสองคนค่อยๆ เดินขึ้นบันไดไปอย่างเงียบเชียบ พื้นบันไดไม้เก่าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเป็นระยะ ราวกับจะส่งสัญญาณเตือนภัย

เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบน หมอกที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาทำให้บรรยากาศยิ่งน่าขนลุก เสียงกุกกักดังมาจากห้องนอนห้องหนึ่งที่อยู่สุดทางเดิน

นพรัตน์ค่อยๆ แง้มประตูเข้าไป แสงจากไฟฉายสาดส่องเข้าไปในห้องที่มืดมิด เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นยังคงถูกคลุมด้วยผ้าขาว แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งสองคนถึงกับผงะ คือภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

กลางห้อง มีเก้าอี้ตัวหนึ่งตั้งอยู่ และบนเก้าอี้ตัวนั้น... มีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเ***่ยวย่น ดวงตาเบิกโพลง แต่ไร้แววของชีวิต

"ใคร... ใครเป็นคนทำแบบนี้!" อรุณีร้องเสียงหลง

นพรัตน์ค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ชายชรา เขาสำรวจร่างกายอย่างละเอียด ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับอรุณี

"เขา... เสียชีวิตแล้ว" นพรัตน์บอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ใครคือชายชราคนนี้? เขามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? และใครเป็นคนฆ่าเขา?

ทันใดนั้นเอง อรุณีก็ชี้ไปที่ผนังด้านหนึ่งของห้อง

"ดูนั่นสิคะ! รอย... รอยนั้น!"

นพรัตน์หันไปมองตามนิ้วของอรุณี บนผนังมีรอยขีดข่วนที่ใหม่กว่ารอยอื่นๆ มันดูเหมือนรอยข่วนจากเล็บมือที่ยาวและแหลมคม... และมันมีลักษณะคล้ายกับที่เขาเคยเห็นในบันทึกของพัชรา... รอยที่บ่งบอกถึงการต่อสู้ดิ้นรน... หรือบางที... อาจจะไม่ใช่รอยที่เกิดจากมนุษย์?

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น เสียงกุกกักจากที่อื่นก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังมาจากภายในห้องที่พวกเขายืนอยู่!

"อะไรนะ!?" นพรัตน์อุทาน เขารีบหันไฟฉายไปรอบๆ ห้อง แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

"เสียงมาจาก... ไหนคะ" อรุณีถามด้วยความตื่นตระหนก

ทันใดนั้นเอง นพรัตน์ก็รู้สึกถึงลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านต้นคอของเขา ราวกับมีใครกำลังยืนอยู่ข้างหลัง...

"ระวัง!" อรุณีตะโกน

ก่อนที่นพรัตน์จะทันตั้งตัว ร่างเงาสีดำทะมึนก็พุ่งออกมาจากมุมมืดของห้อง มันเคลื่อนที่เร็วจนแทบมองไม่ทัน...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาในม่านหมอก

เงาในม่านหมอก

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!