เสียงกระซิบจากเงาไม้

ตอนที่ 7 — เสียงเพรียกจากความมืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 944 คำ

แสงตะวันยามบ่ายแก่คล้อย เริ่มสาดส่องลงมาอย่างแผ่วเบา ทะลุผ่านม่านหมอกที่ยังคงปกคลุมหมู่บ้านศิลาทิพย์เอาไว้อย่างหนาแน่น ทำให้เงาของต้นไม้โบราณที่รายล้อมบ้านไม้เก่าทรุดโทรมของชนก ทอดตัวยาวเหยียด บิดเบี้ยวราวกับมือปิศาจที่กำลังจะคว้าจับใครสักคน ชนกยืนนิ่งอยู่กลางชานบ้าน มองไปยังทิศทางที่เขาเพิ่งจะสำรวจเสร็จสิ้นเมื่อครู่ ‌ดวงตาของเขามีแววสับสนและหวาดระแวง สิ่งที่เขาพบเห็นเมื่อครู่มันเกินกว่าที่สมองจะประมวลผลได้ง่ายๆ

พื้นดินรอบบ้านของเขาเปียกชื้นไปด้วยละอองหมอกที่เกาะตัวเป็นหยดน้ำใส แต่ที่น่าขนลุกคือรอยเท้าที่ปรากฏขึ้นบนพื้นดินเหล่านั้น มันไม่ใช่รอยเท้าของมนุษย์อย่างที่เขาคุ้นเคย รอยเท้าเหล่านั้นมีลักษณะผิดรูปผิดร่าง กว้างกว่าปกติ ปลายนิ้วเท้าดูเหมือนจะแยกออกจากกันอย่างแปลกประหลาด และที่สำคัญ ​มันคือรอยเท้าที่ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่องราวกับมีใครบางคนกำลังเดินวนเวียนอยู่รอบบ้านของเขา

“นี่มันอะไรกัน…” ชนกพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความไม่เชื่อ รอยเท้าเหล่านี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ พื้นดินตรงนี้ยังคงราบเรียบ ไม่มีร่องรอยใดๆ เลย ‍แล้วทำไมตอนนี้มันถึงได้ปรากฏขึ้นมาเหมือนกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเดินย่ำไปมาอยู่ตลอดเวลา?

เขาก้มลงไปสัมผัสรอยเท้าเหล่านั้น นิ้วมือของเขาสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่ลูบไล้ไปตามขอบรอยที่ประทับอยู่บนดิน ความเย็นเยียบที่สัมผัสได้จากดิน ไม่ใช่เพียงเพราะความชื้นจากหมอก แต่เป็นความเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามาจากภายใน มันให้ความรู้สึกราวกับว่าดินผืนนี้มันกำลังมีชีวิต และกำลังเต้นเป็นจังหวะของความน่าสะพรึงกลัว

ทันใดนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาในโสตประสาทของเขา ‌มันเป็นเสียงที่แผ่วเบา แต่คมกริบ ราวกับเสียงกระซิบที่ลอดผ่านม่านหมอก เสียงนั้นฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด แต่ก็เต็มไปด้วยความผิดปกติ มันไม่ใช่เสียงลม เสียงใบไม้เสียดสี หรือเสียงสัตว์ป่า ‍มันคือเสียงที่ฟังดูเหมือน…มนุษย์กำลังเรียกหา

“ชนก…”

เสียงนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนกว่าเดิม มันดังมาจากทิศทางของป่าทึบ ที่ซึ่งเงาไม้ทอดยาวจนกลืนกินขอบฟ้า ชนกสะดุ้งเฮือก เขาหันขวับไปมองทางต้นเสียง หัวใจของเขาเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก

“ใครน่ะ!” เขาตะโกนถามออกไป ​เสียงของเขาดังสะท้อนก้องไปในความเงียบของป่า แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากเสียงใบไม้ที่ไหวเอนตามแรงลมแผ่วเบา

เขาพยายามเพ่งมองเข้าไปในความมืดของป่า ท่ามกลางม่านหมอกที่ยังคงหนาทึบ เขาเห็นเพียงโครงร่างของต้นไม้ใหญ่สูงตระหง่าน ราวกับเสาหินโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือกาลเวลา แสงตะวันสีส้มที่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ สร้างภาพลวงตาที่ทำให้ดูเหมือนว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในเงามืดเหล่านั้น

“ชนก…มาทางนี้…” ​เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันใกล้เข้ามากว่าเดิม ราวกับว่าผู้เรียกนั้นกำลังเดินเข้ามาใกล้เขา ชนกถอยหลังไปเล็กน้อย มือของเขากำแน่นจนข้อขาว

“ใครกันแน่! อย่ามาหลอกกัน!” เขาตะโกนอีกครั้ง คราวนี้พยายามดึงสติของตัวเองให้กลับคืนมา ​เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เขามาที่นี่เพื่อพักผ่อน เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ ไม่ใช่เพื่อมาเผชิญหน้ากับสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็น

แต่เสียงกระซิบนั้นก็ยังคงดังอยู่ มันเหมือนจะลอยมากับลม ทำให้เขาไม่สามารถระบุทิศทางที่แน่นอนได้ ยิ่งเขาพยายามจะจับต้นเสียงมากเท่าไหร่ เสียงนั้นก็ยิ่งดูเหมือนจะอยู่ห่างออกไปเท่านั้น มันเป็นกลลวงที่ซับซ้อน และชวนให้ไขว้เขว

ชนกตัดสินใจ เขาต้องเข้าไปดูให้แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เขาเดินลงจากชานบ้าน มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เสียงนั้นดังมา เขาหยิบไฟฉายเก่าๆ ที่วางอยู่บนขอบหน้าต่างขึ้นมา สภาพของมันดูไม่น่าไว้ใจนัก แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย

ขณะที่เขาก้าวเท้าลงสู่พื้นดินที่เต็มไปด้วยรอยเท้าประหลาด ชนกก็รู้สึกได้ถึงความเย็นที่แผ่ซ่านขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่ใช่ความเย็นจากความชื้นอีกต่อไป แต่มันคือความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้าไปในกระดูก เป็นความเย็นที่มาพร้อมกับความรู้สึกหวาดกลัวที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา

เขาเดินลึกเข้าไปในป่า ท่ามกลางต้นไม้สูงใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยมอสสีเขียวเข้ม หมอกที่นี่หนาทึบกว่าบริเวณบ้านพักของเขาเสียอีก แสงตะวันแทบจะส่องผ่านลงมาไม่ได้เลย ทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาดูมืดมิดและน่าขนลุก

“มีใครอยู่ตรงนั้นไหม!” เขาตะโกนถามอีกครั้ง เสียงของเขาฟังดูเล็กนิดเดียวในความกว้างใหญ่ของป่า

ทันใดนั้นเอง ดวงตาของชนกก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เบื้องหน้า มันเป็นเงาตะคุ่มๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางหมอกหนา มันมีลักษณะที่ดูเหมือนกับมนุษย์ แต่กลับมีรูปร่างที่บิดเบี้ยวผิดปกติ แขนขาสั้นยาวไม่สมส่วน และศีรษะที่ดูเหมือนจะห้อยต่ำลงไปจนเกือบติดพื้น

ชนกยืนตัวแข็งทื่อ หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้

“นั่น…นั่นมันอะไร…” เขาพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบา

เงาร่างนั้นค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ ชนกพยายามเพ่งมอง แต่หมอกที่หนาทึบก็ทำให้การมองเห็นของเขาถูกจำกัด เขาไม่สามารถมองเห็นรายละเอียดของเงาร่างนั้นได้ชัดเจน แต่มันมีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติอย่างร้ายแรง

เสียงกระซิบดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันมาจากเงาร่างนั้นโดยตรง “มา…นี่…”

ชนกกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงด้วยความตกใจ เขาหมุนตัวกลับหลัง วิ่งหนีสุดชีวิตโดยไม่คิดถึงทิศทางใดๆ ทั้งสิ้น เขาวิ่งไปตามเส้นทางที่เขาคุ้นเคย ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังไล่ตามเขามาอย่างกระชั้นชิด

เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านหลัง ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ แต่มันเป็นเสียงที่ฟังดูเหมือนกับเสียงเท้าที่ลากไปกับพื้นดิน เสียงนั้นแหละที่ทำให้เขายิ่งวิ่งเร็วขึ้นไปอีก

เขาชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่จนเกือบจะล้มลงไปกับพื้น ความเจ็บปวดแล่นปราดขึ้นมาที่ศีรษะ แต่เขาก็ไม่หยุด ชนกวิ่งต่อไปอย่างไม่คิดชีวิต เขาเห็นแสงสลัวๆ ของบ้านพักของเขาอยู่เบื้องหน้า

เขาพุ่งเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา มือของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาหอบหายใจอย่างหนัก หัวใจของเขายังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ

ชนกเดินโซเซเข้าไปในห้องนั่งเล่น เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เก่าๆ ตัวหนึ่ง ดวงตาของเขายังคงเบิกกว้าง เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาพยายามรวบรวมสติของตัวเอง

“เมื่อกี้มัน…มันอะไรกันแน่?” เขาถามตัวเองอีกครั้ง

เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ เขาเห็นเพียงรอยเท้าประหลาดบนพื้นดิน แต่เขาก็ยังไม่ได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่ทำให้เกิดรอยเท้านั้น แต่ตอนนี้…ตอนนี้เขาได้เห็นมันแล้ว สิ่งที่น่าขนลุก สิ่งที่บิดเบี้ยวเกินกว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่เขารู้จัก

เสียงกระซิบ เสียงเรียกหา และเงาร่างที่ปรากฏขึ้นมาในป่า มันไม่ใช่ภาพลวงตา มันคือความจริงที่กำลังคุกคามเขา

ชนกเงยหน้าขึ้นมองออกไปนอกหน้าต่าง ที่ซึ่งหมอกยังคงปกคลุมหนาทึบราวกับผืนผ้าห่มสีเทา เขายังคงได้ยินเสียงลมพัดแผ่วเบา แต่ในเสียงลมนั้น มันเหมือนจะมีเสียงบางอย่างดังแทรกเข้ามา…เสียงกระซิบที่ฟังดูเหมือนจะมาจากทุกทิศทุกทาง

“ชนก…”

เสียงนั้นดังขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันเบาลงกว่าเดิม แต่กลับน่ากลัวยิ่งกว่า เพราะมันดังมาจากข้างนอกบ้าน…ราวกับว่าสิ่งนั้นกำลังวนเวียนอยู่รอบบ้านของเขา

ชนกกลั้นหายใจ เขากลัวที่จะขยับตัว กลัวที่จะทำอะไรก็ตามที่จะดึงดูดความสนใจของสิ่งที่อยู่นอกบ้านออกไป เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังแกรกกรากที่ผนังบ้านด้านนอก มันเหมือนกับเสียงเล็บที่กำลังข่วนกับไม้

เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองไปทางผนังด้านที่ได้ยินเสียง เขามองเห็นเงาตะคุ่มๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ภายนอก ร่างนั้นมันสูงใหญ่กว่าต้นไม้ที่เขาเห็นในป่าเสียอีก

ทันใดนั้นเอง เสียงประตูบ้านก็ดังเอี๊ยดอ๊าด… ราวกับว่ามีใครบางคนกำลังจะพังมันเข้ามา

ชนกเบิกตากว้าง เขาไม่สามารถจะทำอะไรได้อีกแล้ว เขารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจ ความสิ้นหวังที่กำลังคืบคลานเข้ามา…

ประตูบ้านค่อยๆ เปิดออกช้าๆ ท่ามกลางหมอกที่หนาทึบ ชนกเห็นเพียงเงาตะคุ่มๆ ที่กำลังจะก้าวเข้ามา…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เสียงกระซิบจากเงาไม้

เสียงกระซิบจากเงาไม้

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!