ตอนที่ 3 — กำเนิดอัสนี เทพบุตรแห่งสายฟ้า
ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์ · 30 ตอน
ม่านหมอกสีทองที่เคยปกคลุมแดนสุขาวดีเริ่มจางหายไป เผยให้เห็นความงามอันเป็นนิรันดร์ของสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด ทิพย์อุทยานที่ประดับประดาด้วยมวลดอกไม้นานาพรรณส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว ละอองดาวที่โปรยปรายลงมาราวกับเกล็ดหิมะสีเงินระยิบระยับ สะท้อนแสงจากทิพย์อาทิตย์ที่ส่องสว่างนวลตา เหล่าเทพไท้เทวาผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับแกะสลักจากหยกและบุษราคัม กำลังเพลิดเพลินกับความสงบสุข ทว่า เบื้องลึกของใจกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย... ความรู้สึกของการรอคอย
ณ ใจกลางของแดนสุขาวดี ที่ซึ่งทิพย์ธาราสายหนึ่งไหลรินจากบ่อน้ำทิพย์อันศักดิ์สิทธิ์ ผุดประกายเจิดจ้าขึ้นมาอย่างฉับพลัน แสงสีฟ้าครามเข้มดุจสายฟ้าฟาด สาดกระจายออกไปรอบทิศราวกับจะประกาศก้องถึงการมาเยือนของสิ่งใหม่ที่กำลังจะถือกำเนิดขึ้น เหล่าทวยเทพที่เคยเฝ้ามองด้วยความสงบ ก็พลันผงกศีรษะขึ้นด้วยความประหลาดใจ แววตาฉายประกายแห่งความยินดีระคนตื่นเต้น
“นั่น... นั่นคือสัญญาณแห่งการมาเยือนของ... ‘อัสนี’ ใช่หรือไม่?” เทพธิดาองค์หนึ่งเอ่ยถาม เสียงของนางกังวานใสราวระฆังเงิน
“เป็นเช่นนั้นแน่นอน” เทพบุตรองค์หนึ่งตอบ ใบหน้าของเขาประดับรอยยิ้มบางๆ “พลังแห่งสายฟ้าอันเกรี้ยวกราด ทว่าแฝงไว้ด้วยความเมตตา กำลังจะถือกำเนิดขึ้นบนแดนสุขาวดีของเรา”
ม่านหมอกสีทองพลันก่อตัวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หนาแน่นกว่าเดิม และภายในม่านหมอกนั้น สัมผัสได้ถึงพลังงานที่อัดแน่นไปด้วยอำนาจอันน่าเกรงขาม ท้องฟ้าสวรรค์เริ่มมีเสียงฟ้าร้องคำรามแผ่วเบา ทว่าก้องกังวาน เสียงนั้นมิใช่เสียงแห่งความโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นเสียงแห่งการปลุกพลังบางอย่างให้ตื่นขึ้น
ท่ามกลางม่านหมอกสีทองนั้นเอง ร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น เขาคือ ‘อัสนี’ เทพบุตรที่ถือกำเนิดขึ้นจากพลังงานบริสุทธิ์ของสายฟ้าและแสงแห่งดวงดาว ร่างของเขาเพรียวบาง แต่แฝงไว้ด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง ดวงตาของเขามีสีฟ้าครามเข้มราวกับท้องฟ้ายามพายุสงบ ผมสีดำสนิทราวกับรัตติกาลยาวสลวยประบ่า ผิวขาวผ่องราวหินอ่อน สวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายสายฟ้าสีเงินระยิบระยับ
ทันทีที่ร่างของอัสนีปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์ ม่านหมอกสีทองก็สลายตัวไป เผยให้เห็นอัสนีในท่วงท่าที่สง่างาม ใบหน้าของเขาฉายแววแห่งความสงสัยใคร่รู้ แววตาคู่สวยสอดส่ายมองไปรอบๆ ราวกับกำลังสำรวจโลกใบใหม่
“นี่คือ... สรวงสวรรค์?” อัสนีเอ่ยถาม เสียงของเขาดังกังวาน มีอำนาจ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความอ่อนโยน
“ยินดีต้อนรับสู่นครแห่งทวยเทพ ‘อัสนี’ บุตรแห่งสายฟ้า” เทพบุตรองค์หนึ่งก้าวออกมาจากกลุ่มเทพไท้เทวา รอยยิ้มของเขากว้างขึ้น “ข้าคือ ‘อรุณ’ ผู้ดูแลทิศตะวันออก เป็นผู้ต้อนรับเจ้าอย่างเป็นทางการ”
อัสนีค่อยๆ โน้มศีรษะเล็กน้อย เป็นการทักทายอย่างสุภาพ
“อรุณ?” อัสนีเอ่ยทวน “ข้า...จำอะไรไม่ได้เลย นอกจากชื่อของตนเอง”
“เป็นเช่นนั้น ย่อมเป็นไปได้” อรุณกล่าว “เหล่าเทพที่ถือกำเนิดจากพลังงานบริสุทธิ์ มักจะเริ่มต้นชีวิตด้วยความว่างเปล่า ราวกับแผ่นศิลาที่รอการจารึก”
“แต่ข้าสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างในตัวข้า...” อัสนีกล่าว พลางยกมือขึ้นมอง “พลังที่ร้อนแรง... และพร้อมจะระเบิดออกมา”
ทันใดนั้นเอง ปลายนิ้วของอัสนีก็มีประกายสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้น แสงนั้นรุนแรงจนเหล่าเทพที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต้องเบิกตากว้าง
“นั่นคือพลังแห่งสายฟ้าของเจ้า” เทพธิดาองค์หนึ่งกล่าวด้วยความตื่นเต้น “มันช่างงดงามยิ่งนัก”
“พลังนี้... จะเป็นประโยชน์แก่แดนสุขาวดีของเรา” อรุณกล่าวเสริม “ในยามที่โลกมนุษย์ต้องเผชิญกับภัยพิบัติ พลังของเจ้าจะเป็นเกราะกำบังและเป็นแสงสว่างนำทาง”
ทว่า ในขณะที่เหล่าทวยเทพกำลังชื่นชมการมาเยือนของอัสนี ท้องฟ้าสีครามสดใสพลันมืดครึ้มลงอย่างรวดเร็ว ม่านหมอกสีม่วงเข้มเริ่มก่อตัวขึ้นจากขอบฟ้า ราวกับเงาแห่งความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
“นั่น... นั่นมันอะไรกัน?” อรุณเอ่ยถามด้วยความกังวล แววตาฉายประกายแห่งความระแวง
“เงาแห่งความมืด...” เทพธิดาองค์หนึ่งกล่าวเสียงสั่น “กำลังเคลื่อนเข้ามา”
เหล่าเทพไท้เทวาเริ่มกระซิบกระซาบกันด้วยความหวาดหวั่น พลังแห่งความมืดที่แผ่ซ่านออกมาจากม่านหมอกสีม่วงนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง จนแม้แต่เหล่าทวยเทพก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน
“มันกำลังคุกคามแดนสุขาวดีของเรา!” เทพบุตรองค์หนึ่งตะโกนด้วยความตกใจ
อัสนีซึ่งยืนอยู่ท่ามกลางความสับสน พลันรู้สึกถึงคลื่นพลังงานที่ปะทะเข้ามา มันเป็นพลังงานที่ชั่วร้าย เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
“ข้าสัมผัสได้ถึงมัน...” อัสนีกล่าวเสียงเครียด “มันกำลังเข้ามา”
พลันนั้นเอง ม่านหมอกสีม่วงก็พลุ่งพล่านออกไปทั่วท้องฟ้า กลืนกินแสงแห่งทิพย์อาทิตย์จนหมดสิ้น เหลือเพียงความมืดมิดอันน่าหวาดหวั่น ท่ามกลางความมืดนั้น เงาร่างของสิ่งมีชีวิตบางอย่างก็เริ่มปรากฏขึ้น มันมีรูปทรงคล้ายมนุษย์ ทว่าใบหน้าของมันบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ดวงตาของมันเรืองรองด้วยแสงสีแดงฉาน ราวกับถ่านไฟนรก
“พวกเจ้า... มนุษย์ผู้โง่เขลา” เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากเงาร่างเหล่านั้น “คิดว่าตนเองจะอยู่เหนือพวกข้าได้งั้นรึ?”
“พวกเจ้าคือใคร?” อรุณเอ่ยถามอย่างท้าทาย แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
“พวกเราคือ ‘เงา’ ผู้ถูกขับไล่จากโลกมนุษย์...” เสียงหนึ่งตอบ “พวกเราจะกลับมาทวงคืนสิ่งที่ถูกพรากไป!”
เหล่าเงาเริ่มกรูกันเข้ามายังแดนสุขาวดีด้วยความรวดเร็ว เหล่าทวยเทพก็พลันเตรียมพร้อมที่จะป้องกันตนเอง อาวุธทิพย์ประกายแสงวาบขึ้นในมือของพวกเขา
ทว่า ก่อนที่การต่อสู้จะปะทุขึ้น อัสนีก็ก้าวออกมายืนขวางหน้าเหล่าทวยเทพ ดวงตาของเขาสุกสกาวด้วยพลังแห่งสายฟ้า
“พวกเจ้า... จะไม่ผ่านข้าไป” อัสนีเอ่ย น้ำเสียงของเขาเย็นเยียบ แต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ
“เทพบุตรแห่งสายฟ้า?” เงาร่างหนึ่งหัวเราะเยาะ “เจ้าคิดว่าจะหยุดยั้งเราได้งั้นรึ?”
“ข้าจะลองดู” อัสนีกล่าว พลางยกมือขึ้น
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าที่มืดมิดก็พลันสว่างวาบขึ้นด้วยแสงสีฟ้าคราม เขากำลังรวบรวมพลังแห่งสายฟ้าไว้ในมือ เพียงชั่วพริบตา พลังงานมหาศาลก็ถูกปลดปล่อยออกมาเป็นลำแสงสายฟ้าสีน้ำเงินเข้ม พุ่งเข้าใส่เหล่าเงาเหล่านั้นอย่างรุนแรง
เหล่าเงาที่ถูกสายฟ้าฟาดใส่ พลันส่งเสียงร้องโหยหวน พวกมันบางส่วนสลายไปเป็นเถ้าถ่านทันที แต่บางส่วนก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้ พวกมันเริ่มคลุ้มคลั่งและพุ่งเข้าใส่อัสนีด้วยความเร็วที่น่าตกใจ
อัสนีไม่หวั่นไหว เขารับมือกับเหล่าเงาด้วยความคล่องแคล่ว พลังแห่งสายฟ้าของเขาปะทุออกมาอย่างต่อเนื่องราวกับน้ำตกที่ไม่เคยเหือดแห้ง เขาเคลื่อนไหวราวกับสายลม ปัดป้อง โจมตี และป้องกันตนเองได้อย่างงดงาม
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางแสงสีฟ้าครามของสายฟ้า และแสงสีแดงฉานของเงา อัสนีแสดงให้เห็นถึงความสามารถอันน่าทึ่งของเขา แม้จะเป็นเทพที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น แต่พลังของเขาก็ทัดเทียมกับเทพผู้ยิ่งใหญ่
ทว่า ยิ่งต่อสู้ อัสนีก็ยิ่งรู้สึกถึงความเหนื่อยล้า พลังของเหล่าเงาช่างมากมายเหลือเกิน และพวกมันดูเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้น
“พลังของเจ้า... ช่างน่าทึ่ง” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มเงา “แต่เจ้าไม่อาจต่อสู้กับพวกเราเพียงลำพังได้”
ทันใดนั้นเอง เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากเบื้องหลังของเหล่าเงา มันมีขนาดใหญ่กว่าเงาทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด และแผ่รังสีแห่งความมืดที่ทรงพลังกว่าใคร
“ข้าคือ ‘มายา’ ผู้ครอบครองมิติแห่งเงา” เสียงของมันดังก้องและเย็นเยียบ “และข้ามาเพื่อพรากทุกสิ่งไปจากพวกเจ้า!”
มายาพลันยกมือขึ้น และม่านหมอกสีดำสนิทก็พลุ่งพล่านออกมาจากฝ่ามือของมัน กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัว แม้กระทั่งแสงแห่งสายฟ้าของอัสนีก็ยังถูกบดบัง
อัสนีพยายามรวบรวมพลังอีกครั้ง ทว่าพลังแห่งความมืดของมายานั้นทรงพลังเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ เขาเริ่มรู้สึกอ่อนแรง และร่างของเขาก็ถูกแรงดึงดูดอันมหาศาลของมิติแห่งเงาฉุดรั้ง
“เจ้า... จะไม่สามารถต้านทานข้าได้” มายาเอ่ยยิ้มเยาะ “เจ้าจะถูกดูดกลืนเข้าไปในความมืดมิด... ตลอดกาล!”
ร่างของอัสนีเริ่มสั่นคลอน เขาพยายามอย่างสุดกำลังที่จะต้านทาน แต่พลังแห่งความมืดนั้นแข็งแกร่งเกินไป
“อัสนี!” อรุณตะโกนด้วยความตกใจ
ทว่า มันสายเกินไปเสียแล้ว ร่างของอัสนีถูกกระแสพลังงานอันรุนแรงของมายาดึงเข้าไปในม่านหมอกสีดำสนิทนั้นอย่างรวดเร็ว
“ไม่!” อัสนีตะโกนเสียงสุดท้าย ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกกลืนหายไปในความมืดมิด
เหล่าทวยเทพยืนมองด้วยความตกตะลึงและสิ้นหวัง พวกเขาไม่เคยเห็นพลังแห่งความมืดที่ทรงพลังถึงเพียงนี้มาก่อน
ท้องฟ้าแห่งแดนสุขาวดีที่เคยงดงาม กลับปกคลุมไปด้วยความมืดมิดอันน่าหวาดกลัว และคำถามที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจของเหล่าทวยเทพ คือ... ชะตากรรมของอัสนี เทพบุตรแห่งสายฟ้า จะเป็นเช่นไรต่อไป? และความมืดมิดนี้ จะสามารถกลืนกินแดนสุขาวดีไปได้ตลอดกาลหรือไม่?
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก