ตอนที่ 4 — แสงอำพันสาดส่อง จิตวิญญาณบรรเลง

ตอนที่ 4 — แสงอำพันสาดส่อง จิตวิญญาณบรรเลง

ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์ · 30 ตอน

ม่านหมอกสีทองที่เคยปกคลุมแดนสุขาวดีเริ่มจางหายไป เผยให้เห็นความงามอันเป็นนิรันดร์ของสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด ทิพย์อุทยานที่ประดับประดาด้วยมวลดอกไม้นานาพรรณส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่ว ละอองดาวที่โปรยปรายลงมาราวกับผงเพชร ส่องประกายระยิบระยับสะท้อนกับผิวน้ำในลำธารทิพย์ที่ไหลเอื่อยอย่างนุ่มนวล ท้องฟ้าสีครามสดใสไร้เมฆหมอกประดับด้วยดวงดาวเล็กๆ ที่ยังคงส่องแสงเจิดจ้า แม้ในยามที่แสงสุริยะของเหล่าทวยเทพสาดส่องลงมาก็ตาม

ท่ามกลางความงดงามอันหาที่เปรียบมิได้นั้น ‌'อัสนี' เทพหนุ่มรูปงามผู้มีดวงตาคมกริบราวกับสายฟ้าฟาด และเรือนผมสีดำสนิทราวกับราตรี กำลังยืนสงบนิ่งอยู่ริมผาหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาคู่สวยของเขากวาดมองไปยังเบื้องล่าง ซึ่งเป็นภาพของโลกมนุษย์ที่ทอดตัวอยู่เบื้องหน้า แผ่นดินที่เต็มไปด้วยสีเขียวขจีของพงไพร สลับกับผืนน้ำสีครามเข้มของมหาสมุทร ​และเส้นสายสีเงินของแม่น้ำที่คดเคี้ยวไปตามทิวเขา

"ท่านอัสนี... ทรงกังวลอันใดอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะ"

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากเบื้องหลัง ดึงสติของอัสนีให้กลับคืนสู่สรวงสวรรค์อีกครั้ง เขาหันไปมอง 'วายุ' เทพบุตรผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นอยู่เสมอ ใบหน้าของเขาสะอาดเกลี้ยงเกลา ไม่มีเคราใดๆ ‍ดวงตาของวายุเป็นสีฟ้าอ่อนราวกับท้องฟ้าในยามเช้า สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่พลิ้วไหวตามแรงลมทิพย์

"ข้าเพียงแต่มองดูโลกมนุษย์ วายุ" อัสนีตอบ เสียงของเขาดังกังวาน นุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยอำนาจ "พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับความมืดที่คืบคลานเข้ามา"

วายุเดินเข้ามาใกล้ ยืนเคียงข้างอัสนี ‌มองไปยังโลกมนุษย์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ "ข้ารับรู้ถึงความปั่นป่วนที่กำลังก่อตัวขึ้นในดินแดนมนุษย์ แต่หากมิใช่ชะตากรรมของพวกเขา เราเหล่าทวยเทพก็ไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้"

"แต่ถ้าความมืดนั้นลุกลามจนยากที่จะควบคุมเล่า" อัสนีเอ่ยเสียงเครียด "หากมันส่งผลกระทบมาถึงแดนสุขาวดีของเราเล่า"

"เรายังมีเวลาอีกมากในการเตรียมพร้อม ท่านอัสนี" วายุปลอบ ‍"บางที... ความมืดที่ท่านเห็น อาจเป็นเพียงเพียงเงาที่ทอดทับจากบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่กว่า"

อัสนีขมวดคิ้ว เขาไม่เคยรู้สึกถึงสิ่งใดที่ยิ่งใหญ่กว่าอำนาจของเทพเจ้า แต่คำพูดของวายุก็ทำให้เขาฉุกคิด "บางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่กว่า... เจ้าหมายถึงสิ่งใด"

"ข้าก็ไม่อาจหยั่งถึงได้เช่นกัน" วายุส่ายหน้า ​"บางที... อาจเป็นพลังแห่งกาลเวลา หรือชะตากรรมที่ถูกลิขิตไว้"

ทันใดนั้น แสงสีอำพันอันอบอุ่นก็สาดส่องลงมาจากเบื้องบน ท่ามกลางละอองดาวที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย แสงนั้นมีความเข้มข้น และแผ่กระจายออกไปทั่วทิพย์อุทยาน ราวกับกำลังปลุกมวลสรรพสิ่งให้ตื่นจากการหลับใหล

"แสงแห่งปัญญา" ​วายุอุทานด้วยความตื่นเต้น "นี่คือสัญญาณ! ท่านอัสนี... ทวยเทพสูงสุดทรงเรียกท่าน"

อัสนีพยักหน้า เขาหันหลังกลับ ก้าวเดินไปยังใจกลางของทิพย์อุทยาน ที่ซึ่งมีวิหารสีขาวตั้งตระหง่านอยู่ ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์ที่กำลังเบ่งบานรับแสงอำพันนั้น

เมื่ออัสนีเดินเข้าไปในวิหาร ​ความเงียบสงบก็เข้าครอบงำ รัศมีของแสงอำพันยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้น เผยให้เห็นรูปปั้นขนาดมหึมาของ 'เทพบิดร' ผู้สร้างสรรค์ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล รูปปั้นนั้นทำจากทองคำบริสุทธิ์ สลักเสลาอย่างประณีต ดวงตาของเทพบิดรเป็นประกายราวกับดวงดาวที่กำลังสื่อสารกับเขา

"อัสนี... บุตรแห่งสายฟ้า" เสียงของเทพบิดรดังก้องอยู่ในความคิดของเขา "เจ้าได้เห็นถึงภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึงแล้ว"

"พ่ะย่ะค่ะ เทพบิดร" อัสนีตอบด้วยความนอบน้อม "ข้าสัมผัสได้ถึงความมืดที่กำลังแผ่ขยาย"

"ความมืดนั้น หาใช่เพียงเงาของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง" เทพบิดรกล่าว "แต่เป็นพลังแห่งการทำลายล้างที่ถูกปลุกขึ้นจากการหลับใหล พลังที่เคยถูกกักขังไว้ในมิติแห่งเงา"

อัสนีเบิกตากว้าง มิติแห่งเงา... คือสถานที่ที่เขาเคยได้ยินเรื่องเล่าในตำนานโบราณ เป็นมิติที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขังพลังอันชั่วร้ายที่ไม่อาจอยู่ร่วมกับโลกแห่งความเป็นจริงได้

"พลังแห่งการทำลายล้างนั้น... กำลังจะหลุดพ้นจากการกักขัง" เทพบิดรกล่าวต่อ "และหากมันสำเร็จ โลกทั้งใบจะถูกกลืนกินด้วยความว่างเปล่า"

"แล้วข้า... จะสามารถหยุดยั้งมันได้อย่างไร พ่ะย่ะค่ะ" อัสนีถามด้วยความหวัง

"เจ้าคือผู้ถูกเลือก อัสนี" เทพบิดรกล่าว "ดวงใจแห่งสายฟ้าของเจ้า มีพลังในการควบคุมอัสนีวิถี ซึ่งเป็นพลังแห่งการสร้างสรรค์และทำลายล้างในคราวเดียวกัน แต่เพียงลำพัง เจ้าไม่อาจต่อกรกับพลังแห่งความว่างเปล่าได้"

"ข้าต้องการสิ่งใดอีกบ้าง พ่ะย่ะค่ะ"

"เจ้าต้องตามหาสิ่งที่สูญหายไป... 'บทเพลงแห่งจิตวิญญาณ' " เทพบิดรกล่าว "บทเพลงนี้ คือกุญแจที่จะสามารถผนึกพลังแห่งความว่างเปล่าไว้ได้อีกครั้ง แต่เส้นทางสู่บทเพลงนั้น... จะเต็มไปด้วยอุปสรรคและความยากลำบาก"

"ข้าพร้อมแล้ว พ่ะย่ะค่ะ" อัสนีตอบอย่างเด็ดเดี่ยว

"เจ้าจะต้องเดินทางไปยังโลกมนุษย์" เทพบิดรกล่าว "ณ ที่นั่น เจ้าจะได้พบกับผู้ที่จะนำทางเจ้า... เทพแห่งพงไพร ผู้ซึ่งเฝ้ารักษาปริศนาของบทเพลงมานานแสนนาน"

"เทพแห่งพงไพร... พ่ะย่ะค่ะ"

"จงระวัง อัสนี" เทพบิดรเตือน "มิติแห่งเงา... ไม่ได้มีเพียงพลังแห่งความมืดเท่านั้น แต่ยังมีผู้ที่คอยเฝ้ารอการปลดปล่อยพลังแห่งความว่างเปล่าอยู่เช่นกัน พวกมันจะขัดขวางเจ้าทุกวิถีทาง"

แสงสีอำพันเริ่มจางหายไป ทิ้งไว้เพียงภาพของเทพบิดรที่ยืนนิ่งสงบ อัสนีโค้งคำนับอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากวิหาร สัมผัสได้ถึงภาระอันหนักอึ้งที่ประทับอยู่บนบ่าของเขา

เมื่อกลับมาหา วายุเห็นแววตาของอัสนีที่เปลี่ยนไป "ท่านอัสนี... เกิดอะไรขึ้นหรือ"

"ข้าได้รับคำบัญชาแล้ว วายุ" อัสนีกล่าว "ข้าต้องเดินทางไปยังโลกมนุษย์ เพื่อตามหาสิ่งที่จะช่วยหยุดยั้งความมืด"

"โลกมนุษย์!" วายุอุทานด้วยความประหลาดใจ "แต่... ท่านจะเดินทางไปอย่างไร"

"ข้าจะใช้ 'ประตูแห่งมิติ' " อัสนีตอบ "และข้าจะต้องพบกับเทพแห่งพงไพร"

"ท่านอาจต้องใช้เวลาในการเดินทางสักพัก" วายุกล่าว "ข้าจะคอยดูแลแดนสุขาวดีให้ ท่านไม่ต้องกังวล"

อัสนีพยักหน้าด้วยความซาบซึ้ง "ข้าจะรีบกลับมา"

เขาหันหลังกลับ ก้าวเดินไปทางขอบฟ้า ที่ซึ่งมีแสงสีทองระยิบระยับเป็นรูปทรงประหลาดปรากฏขึ้น นี่คือ 'ประตูแห่งมิติ' ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างสรวงสวรรค์และโลกมนุษย์

ก่อนที่จะก้าวผ่านประตู อัสนีหันกลับไปมองทิพย์อุทยานอันงดงามเป็นครั้งสุดท้าย เขาจดจำภาพความสงบสุขนี้ไว้ในใจ เพราะรู้ดีว่าเมื่อเขาจากไป โลกใบนี้อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เขาหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมพลังแห่งสายฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ในกาย และก้าวเข้าสู่ประตูแห่งมิติ

ทันทีที่เท้าของเขาสัมผัสกับพื้นดินอีกครั้ง ความรู้สึกหนึ่งก็ถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง กลิ่นอายของความชื้น กลิ่นดิน กลิ่นหญ้าสดๆ ปะทะเข้ากับประสาทสัมผัสอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อากาศในโลกมนุษย์นั้นหนักอึ้งกว่าในสรวงสวรรค์ แต่กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

เขาพบว่าตัวเองยืนอยู่กลางป่าทึบ ต้นไม้ยักษ์สูงตระหง่านเสียดฟ้า แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมจนแสงอาทิตย์ส่องลงมาได้เพียงรำไร แสงสว่างที่ลอดผ่านใบไม้ลงมานั้น มีลักษณะเป็นลำแสงสีเขียวอมเหลือง ชวนให้รู้สึกเหมือนกำลังหลงเข้าไปในมิติที่แตกต่าง

เสียงนกร้องก้องกังวาน เสียงแมลงหวีดหวิว เสียงลมพัดผ่านใบไม้ ทำให้เกิดเสียงคล้ายเสียงกระซิบกระซาบ

"ที่นี่... คือโลกมนุษย์" อัสนีพึมพำกับตัวเอง

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ สัมผัสได้ถึงพลังงานธรรมชาติอันบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว พลังงานเหล่านี้แตกต่างจากพลังงานทิพย์ในสรวงสวรรค์อย่างสิ้นเชิง มันดิบเถื่อนกว่า แต่อบอุ่นกว่า

"ข้าต้องหาเทพแห่งพงไพรให้พบ" เขาตั้งปณิธาน

ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากหลังต้นไม้ใหญ่ เป็นร่างที่ดูเหมือนจะซ่อนตัวอยู่มานาน เงาร่างนั้นขยับเข้ามาใกล้ เผยให้เห็นรูปพรรณสัณฐานที่แปลกประหลาด...

...จะเกิดอะไรขึ้นกับอัสนี เมื่อเขาได้พบกับสิ่งที่ซ่อนอยู่ในป่าลึกนี้? เขาจะสามารถหาเทพแห่งพงไพรพบหรือไม่? และเงาที่ปรากฏขึ้นนั้น คือมิตรหรือศัตรู?

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!