ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์

ตอนที่ 6 — เพลิงพิโรธแห่งสวรรค์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,046 คำ

แสงอรุณทิพย์ที่สาดส่องลงมายังแดนสุขาวดีนั้นหาใช่แสงแห่งความสงบสุขอีกต่อไป หากแต่เป็นประกายแห่งความกริ้วโกรธที่แผ่ซ่านไปทั่ว สรรพสิ่งบนสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดที่เคยเปล่งปลั่งด้วยทิพย์มนต์กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับถูกราดด้วยเลือดของทวยเทพ อัสนีเทพหนุ่มผู้สง่างามยืนตระหง่านอยู่กลางทิพย์อุทยาน ดวงตาที่เคยทอประกายสดใสบัดนี้ฉายแววแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ใบหน้าหล่อเหลาคมสันราวกับสลักเสลาจากหินอ่อนชั้นดีถูกบดบังด้วยเงาแห่งพายุที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในใจ

“เกิดอันใดขึ้น?” เสียงของพระแม่ธรณีดังขึ้นแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความกังวล ‌ระลอกคลื่นแห่งพลังปรากฏขึ้นรอบกายพระองค์ สะท้อนถึงความปั่นป่วนที่กำลังคืบคลานเข้ามา

อัสนีหันไปมองพระแม่ธรณี ใบหน้าของท่านซีดเผือด ราวกับกำลังสูญเสียพลังชีวิต “ม่านหมอกสีทอง… มันไม่ใช่เพียงสิ่งปกคลุมแดนสุขาวดีอีกต่อไปแล้วพะย่ะค่ะ” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรวดร้าว “มันคือ… ​เพลิงพิโรธแห่งสวรรค์”

เมื่ออัสนีกล่าวจบ ม่านหมอกสีทองที่เคยสวยงามราวกับใยไหมแห่งแสงดาวก็เริ่มแปรเปลี่ยน มันไม่ใช่ละอองดาวอันอ่อนโยนอีกต่อไป หากแต่กลายเป็นเปลวเพลิงสีทองอร่ามที่ลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง เปลวเพลิงนั้นมิได้ให้ความอบอุ่น แต่กลับแผดเผาทำลายล้าง ทุกสิ่งที่มันสัมผัสล้วนแปรสภาพเป็นเถ้าถ่านในพริบตา ดอกไม้นานาพรรณที่เคยส่งกลิ่นหอมอบอวล ‍บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษเถ้าธุลีที่ลอยฟุ้งไปกับกระแสลมแห่งความพิโรธ

“เป็นไปได้อย่างไร?” มหาเทพวายุคำรามขึ้น เสียงของท่านสะท้อนก้องไปทั่วสรวงสวรรค์ “เพลิงพิโรธแห่งสวรรค์นั้นจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อ… ต่อเมื่อความสมดุลแห่งจักรวาลสั่นคลอนอย่างรุนแรง!”

อัสนีหลับตาลง นึกถึงภาพนิมิตที่ปรากฏแก่เขาเมื่อคืน ดวงตาของเขายังคงเห็นภาพของโลกมนุษย์ที่กำลังลุกเป็นไฟ ภาพของผู้คนกำลังกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว ‌ภาพของความมืดมิดที่คืบคลานเข้ามากลืนกินทุกสิ่ง “มีบางสิ่ง… บางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้นบนโลกมนุษย์” เขาพึมพำ “พลังอันมืดมิดกำลังก่อตัวขึ้น และมันได้ส่งผลกระทบมาถึงสรวงสวรรค์ของเราแล้ว”

“โลกมนุษย์?” พระแม่กาลีทรงถาม เสียงของนางเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ‍“แต่โลกมนุษย์อยู่ห่างไกลจากสรวงสวรรค์ของเราถึงเพียงนั้น เหตุใดมันจึงสามารถก่อให้เกิดเพลิงพิโรธแห่งสวรรค์ได้เล่า?”

“เพราะ… เพราะมีบางสิ่งเชื่อมโยงเราเข้าหากัน” อัสนีตอบ พลางกวาดสายตาไปรอบๆ ทิพย์อุทยานที่กำลังถูกทำลาย “ม่านหมอกสีทอง… มันไม่ใช่แค่สิ่งปกคลุม ​แต่เป็น… สะพาน”

“สะพาน?” มหาเทพวายุทรงขมวดพระขนง “สะพานเชื่อมระหว่างสรวงสวรรค์และโลกมนุษย์เช่นนั้นหรือ? แต่มันเป็นไปไม่ได้! ม่านหมอกสีทองนั้นเป็นทิพย์มนต์อันบริสุทธิ์ของสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด เป็นปราการป้องกันที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อปกป้องเราจากพลังอันแปดเปื้อนของโลกเบื้องล่าง”

“แต่บัดนี้… มันได้กลายเป็นช่องทาง” ​อัสนีกล่าว เสียงของเขาหนักแน่น “พลังอันมืดมิดบนโลกมนุษย์ กำลังกัดกร่อนม่านหมอกสีทอง ทำให้มันแปรสภาพเป็นเพลิงพิโรธแห่งสวรรค์”

พลัน! เสียงระเบิดดังกึกก้องราวฟ้าผ่า ดังขึ้นจากทิศตะวันออกของทิพย์อุทยาน เปลวเพลิงสีทองที่เคยลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง ​บัดนี้กลับมีสีดำสนิทแทรกซึมเข้ามาอย่างรวดเร็ว ราวกับหมึกดำที่ถูกหยดลงในน้ำใส มันแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว กลืนกินเปลวเพลิงสีทองจนหมดสิ้น

“นั่นมัน… พลังแห่งเงา!” พระแม่ธรณีทรงอุทาน ใบหน้าของพระองค์ซีดเผือดกว่าเดิม “พลังแห่งเงา… เป็นพลังที่อันตรายที่สุด! มันไม่เพียงแค่ทำลายล้าง แต่ยังกัดกินจิตวิญญาณอีกด้วย!”

อัสนีเพ่งมองไปยังทิศตะวันออก ร่างของเขากระตุกเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันชั่วร้ายที่แผ่ออกมา มันเย็นยะเยือกจนแทบจะทำให้เลือดในกายแข็งตัว

“พวกมัน… มาแล้ว” เขาเอ่ยเสียงเบา “พวกปีศาจจากมิติแห่งเงา”

พลัน! ร่างของพวกปีศาจก็ปรากฏขึ้นจากม่านหมอกสีดำ พวกมันมีรูปร่างบิดเบี้ยว ผิวหนังสีดำสนิท ดวงตาเรืองรองเป็นสีแดงฉาน ร่างกายของพวกมันเต็มไปด้วยหนามแหลมคมที่ชวนสยดสยอง

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายดังขึ้นจากร่างหนึ่งในพวกปีศาจ มันมีขนาดใหญ่กว่าตัวอื่นๆ ดวงตาของมันฉายแววแห่งความกระหายอำนาจ “ในที่สุด… ในที่สุดเราก็ได้พบกับแดนสุขาวดีอันงดงามนี้เสียที!”

“แกคือใคร?” มหาเทพวายุทรงคำราม เสียงของท่านเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด “กล้าดีอย่างไรมาบุกรุกสรวงสวรรค์ของพวกเรา!”

“ข้าคือ ‘เงาทมิฬ’ ผู้ปกครองมิติแห่งเงา” ปีศาจตนนั้นตอบ “และในไม่ช้า… ข้าจะครอบครองแดนสุขาวดีแห่งนี้!”

“ฝันไปเถอะ!” อัสนีตะโกนกลับ ใบหน้าของเขาฉายแววแห่งความเด็ดเดี่ยว “สรวงสวรรค์แห่งนี้… จะไม่มีวันตกอยู่ในมือของแก!”

พลัน! อัสนีก็กระโดดขึ้นไปบนอากาศ ร่างของเขาเปล่งประกายสีฟ้าครามเจิดจ้า มือทั้งสองข้างของเขาประสานกัน พลังสายฟ้าอันรุนแรงเริ่มก่อตัวขึ้น

“สายฟ้าแห่งทวยเทพ!” เขาตะโกน กรีดร้อง สายฟ้าสีฟ้าครามพุ่งทะยานออกไปราวกับงูพิษ โจมตีเข้าใส่เหล่าปีศาจ

เหล่าปีศาจพยายามหลบหลีก แต่สายฟ้าของอัสนีนั้นรวดเร็วและทรงพลัง หลายตัวถูกสายฟ้าฟาดจนกลายเป็นเถ้าถ่าน

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!” เงาทมิฬหัวเราะ “เจ้านั่น… ก็มีพลังไม่เลวนี่! แต่… มันยังไม่เพียงพอ!”

พลัน! เงาทมิฬก็ยกแขนขึ้น ปล่อยคลื่นพลังงานสีดำออกมา คลื่นพลังงานนั้นพุ่งเข้าใส่สายฟ้าของอัสนี ทำให้มันอ่อนกำลังลง และสลายหายไปในที่สุด

“เป็นไปได้อย่างไร?” อัสนีตกใจ เขาไม่เคยพบเจอกับพลังที่สามารถต้านทานสายฟ้าแห่งทวยเทพของเขาได้มาก่อน

“พลังแห่งเงา… สามารถกลืนกินทุกสิ่งได้” เงาทมิฬกล่าว “แม้กระทั่งแสงสว่างอันบริสุทธิ์ของพวกเจ้า!”

อัสนีถอยหลังไปเล็กน้อย เขาตระหนักได้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้… จะไม่ใช่การต่อสู้ที่ง่ายดาย

“อัสนี!” เสียงของพระแม่ธรณีดังขึ้น “ข้าจะช่วยเจ้า!”

พลัน! พระแม่ธรณีก็ยกพระหัตถ์ขึ้น ดินแดนใต้เท้าของเหล่าปีศาจก็พลันแยกออก เกิดเป็นหลุมดำขนาดใหญ่หลายหลุม เหล่าปีศาจบางส่วนตกลงไปในหลุมดำนั้น และส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

“ขอบพระคุณพะย่ะค่ะ พระแม่!” อัสนีกล่าว

“ไม่ต้องมากพิธี” พระแม่ธรณีทรงตอบ “เราคือทวยเทพแห่งสรวงสวรรค์ เราต้องร่วมมือกันปกป้องบ้านของเรา!”

ขณะที่อัสนีและพระแม่ธรณีทรงต่อสู้กับเหล่าปีศาจจากมิติแห่งเงา ม่านหมอกสีดำที่แผ่ขยายออกไปเรื่อยๆ ก็ได้กลืนกินทิพย์อุทยานไปเกือบทั้งหมด สรรพสิ่งอันงดงามที่เคยมี บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและความมืดมิด

“พวกมัน… จะไม่หยุดแค่นี้” อัสนีคิด ในใจของเขาเริ่มมีความกังวล “ถ้าพวกมันสามารถบุกรุกเข้ามาถึงสรวงสวรรค์ได้… แล้วโลกมนุษย์เล่า?”

พลัน! ร่างของเงาทมิฬก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอัสนีอีกครั้ง ดวงตาของมันทอประกายด้วยความเหยียดหยาม

“เจ้า… ช่างน่าสมเพชนัก” เงาทมิฬกล่าว “คิดว่าพลังแค่นี้… จะสามารถหยุดยั้งเราได้หรือ?”

“เราจะแสดงให้แกเห็น” อัสนีกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว “ว่าทวยเทพแห่งสรวงสวรรค์… มิได้มีไว้ให้ปีศาจเช่นแกเหยียดหยาม!”

พลัน! ร่างของอัสนีก็พลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แสงสีฟ้าคราม แต่เป็นแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่สาดส่องไปทั่วบริเวณ พลังอันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากกายของเขา

“นี่คือ… พลังแห่งแสงบริสุทธิ์!” อัสนีตะโกน “พลังที่จะขับไล่ความมืดมิดทั้งหมด!”

แสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งเข้าใส่เงาทมิฬอย่างรุนแรง เงาทมิฬร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันเริ่มถูกเผาไหม้ด้วยแสงสว่าง

“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้!” เงาทมิฬร้องตะโกน “แสงสว่าง… จะต้องถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด!”

แต่พลังแห่งแสงบริสุทธิ์ของอัสนีนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่พลังแห่งเงาจะต้านทานได้ ร่างของเงาทมิฬค่อยๆ สลายไป เหลือเพียงกลุ่มควันสีดำที่ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

“สำเร็จแล้ว!” มหาเทพวายุทรงอุทานด้วยความยินดี

แต่ความยินดีนั้นอยู่ได้เพียงชั่วครู่ ม่านหมอกสีดำที่เคยปกคลุมทิพย์อุทยาน บัดนี้กลับแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังจะกลืนกินสรวงสวรรค์ทั้งหมด

“ไม่ใช่… พวกมันยังไม่หมดไป” อัสนีกล่าว เสียงของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “พลังแห่งเงา… มันไม่ใช่แค่ปีศาจตนเดียว แต่มันคือ… คำสาป”

พลัน! เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นจากม่านหมอกสีดำ “เมื่อใดที่โลกมนุษย์ตกอยู่ในความมืดมิด… สรวงสวรรค์ก็จะพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย…”

อัสนีเงยหน้ามองท้องฟ้า ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความมุ่งมั่น “ข้าจะต้องหาทางแก้ไข… ข้าจะต้องปกป้องทั้งสรวงสวรรค์และโลกมนุษย์ให้ได้!”

แต่ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิด ภาพของโลกมนุษย์ที่กำลังถูกความมืดมิดปกคลุม ก็ปรากฏขึ้นในหัวของเขาอีกครั้ง ภาพของความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินจิตใจของผู้คน…

“ข้า… จะต้องไปที่นั่น” เขาตัดสินใจ

“เจ้าจะไปที่ไหน?” พระแม่ธรณีทรงถาม

“โลกมนุษย์” อัสนีตอบ “ข้าจะต้องไปที่นั่น เพื่อค้นหาต้นตอของพลังแห่งเงา และหยุดยั้งมันให้ได้ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป”

และแล้ว… เส้นทางแห่งการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ของอัสนีเทพหนุ่มผู้ทรงพลัง ก็ได้เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางเปลวเพลิงแห่งสวรรค์ที่ยังคงคุกรุ่น และคำสาปแห่งเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามา…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์

ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!