ตอนที่ 11 — เปลวเพลิงแห่งศรัทธา ปะทะ เงาแห่งมายา

ตอนที่ 11 — เปลวเพลิงแห่งศรัทธา ปะทะ เงาแห่งมายา

ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์ · 30 ตอน

ความมืดที่คืบคลานเข้าปกคลุมสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดนั้น มิได้เป็นเพียงเงาของเมฆหมอกหรือยามราตรี แต่เป็นม่านแห่งความสับสนและความหวาดหวั่นที่บดบังแสงอรุณทิพย์อันเจิดจรัส ทิพย์อุทยานที่เคยเบ่งบานด้วยพรรณไม้อันศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้กลับแห้งเหี่ยว ใบไม้ร่วงโรยราวกับถูกกาลเวลาแผดเผา อัสนี เทพหนุ่มผู้สง่างาม ‌ยืนนิ่งอยู่กลางความวุ่นวายนั้น ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเฉลียวฉลาด บัดนี้กลับสะท้อนประกายแห่งความกังวลและความมุ่งมั่น

"ท่านอัสนี" เสียงหวานใสแต่แฝงความหวั่นไหวของเทพธิดาบุษบา ดังกังวานขึ้น ดึงสติของอัสนีให้กลับมาสู่ปัจจุบัน เทพธิดาผู้งดงามราวกับดอกไม้นานาพันธุ์ในทิพย์อุทยาน กำลังยืนอยู่ไม่ไกลนัก ​ใบหน้างามซีดเผือด ความกังวลปรากฏชัดในดวงตาคู่สวย

"เกิดอันใดขึ้น บุษบา" อัสนีเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมด้วยอำนาจ แม้จะพยายามซ่อนความรู้สึก แต่ความสั่นสะเทือนที่แผ่ซ่านไปทั่วสรวงสวรรค์นั้นยากจะปิดบัง

"ข้า...ข้าเห็นเงาดำแผ่ขยายออกไปทั่วทุกหนแห่ง ราวกับว่ามันกำลังกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างไปช้าๆ ‍แสงสว่างเริ่มเลือนหายไป ความอบอุ่นที่เราเคยสัมผัส บัดนี้กลับกลายเป็นความเย็นยะเยือก" บุษบาตอบ เสียงของเธอสั่นเครือ

อัสนีพยักหน้า ความรู้สึกของบุษบานั้นตรงกับสิ่งที่เขาสัมผัสได้เช่นกัน พลังงานบางอย่างที่ชั่วร้าย กำลังรุกคืบเข้ามายังสรวงสวรรค์ ‌จากมิติแห่งเงาที่เขาเคยเผชิญหน้ามาก่อน

"มันไม่ใช่เพียงแค่เงา บุษบา" อัสนีกล่าว น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น "มันคือพลังงานแห่งความมืด ที่ถูกปลุกขึ้นมาโดยใครบางคน หรือบางสิ่ง"

ทันใดนั้น แสงสีแดงฉานอันน่าสะพรึงกลัวก็สาดส่องไปทั่วทิศ ‍เป็นประกายที่สะท้อนถึงความเจ็บปวดและความสิ้นหวัง เสียงกรีดร้องของทวยเทพดังระงมไปทั่ว เป็นสัญญาณแห่งการโจมตีที่เริ่มขึ้นแล้ว

"อัสนี! นั่นมันอะไรกัน!" เสียงของเทพวายุ โซริน ดังขึ้นมาจากเบื้องบน เขาบินร่อนลงมาด้วยความรวดเร็ว ​ใบหน้าเปื้อนไปด้วยเหงื่อ

"มันคือการโจมตี โซริน" อัสนีตอบ ดวงตาจับจ้องไปยังทิศทางที่แสงสีแดงฉานนั้นสาดส่องมา "จากมิติแห่งเงา"

"มิติแห่งเงา! เป็นไปได้อย่างไร พวกมันไม่เคยกล้าเข้ามาถึงสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดเช่นนี้มาก่อน!" โซรินอุทานด้วยความตกตะลึง

"พวกมันคงได้พบกับผู้นำที่แข็งแกร่งขึ้น" ​อัสนีกล่าว นึกถึงเงาร่างที่เขาเผชิญหน้าในมิติแห่งเงา พลังอำนาจของมันนั้นน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด

"แล้วเราจะทำอย่างไร!" บุษบาร้องถาม เธอกุมมือของอัสนีแน่น ราวกับจะหาความมั่นคงจากเขา

อัสนีบีบมือของบุษบาเบาๆ เป็นการให้กำลังใจ "เราจะต่อสู้" ​เขาตอบ น้ำเสียงหนักแน่น "เราจะปกป้องสรวงสวรรค์แห่งนี้"

ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง วัตถุรูปทรงประหลาดที่ทำจากเงา มืดสนิท ราวกับถูกสร้างขึ้นจากความมืดโดยตรง ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมากลางทิพย์อุทยานที่กำลังเหี่ยวเฉา เป็นรูปร่างคล้ายอสุรกายที่มีดวงตาเปล่งประกายสีแดงก่ำ

"นั่นมัน...อสุรกายแห่งเงา!" โซรินร้องบอก หน้าตาซีดเผือด

"พวกมันมาถึงแล้ว" อัสนีกล่าว เขาปลดปล่อยพลังศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากกาย รัศมีสีทองเจิดจรัสแผ่กระจายออกไปรอบตัว เป็นการขับไล่ความมืดมิดที่กำลังก่อตัว

"จงถอยไป!" เสียงกึกก้องของอัสนีดังขึ้น เป็นคำประกาศิตที่ทรงพลัง เขายกมือขึ้น พลังงานสีทองอร่ามก็พุ่งตรงเข้าใส่อสุรกายแห่งเงา

อสุรกายแห่งเงาคำรามลั่น มันยกแขนขึ้น ปล่อยลำแสงสีดำทะมึนออกมาปะทะกับพลังของอัสนี เกิดเป็นเสียงระเบิดกึกก้อง เศษเสี้ยวของเงาและรัศมีสีทองฟุ้งกระจายไปทั่ว

"ข้าจะจัดการพวกมันเอง บุษบา เจ้าจงพาเหล่าทวยเทพที่บาดเจ็บไปหลบภัย" อัสนีออกคำสั่ง

"แต่ว่า..." บุษบาจะทักท้วง

"นี่คือคำสั่ง" อัสนีกล่าว ดวงตาของเขามุ่งมั่นแน่วแน่

บุษบายอมรับคำสั่ง เธอรีบหันไปช่วยเหลือทวยเทพที่กำลังบาดเจ็บ ขณะที่อัสนีและโซรินก็เข้าต่อสู้กับอสุรกายแห่งเงาที่ปรากฏตัวขึ้นอีกหลายตน

โซรินใช้พลังแห่งสายลมของเขา ก่อเกิดเป็นพายุหมุนอันทรงพลัง พัดพาอสุรกายแห่งเงาให้กระเด็นไป แต่พวกมันก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว

"พลังของพวกมันแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก!" โซรินตะโกนแข่งกับเสียงลม

"นั่นเพราะมันดูดซับพลังจากความหวาดกลัวและความสิ้นหวังของทวยเทพ" อัสนีตอบขณะที่เขาปัดป้องการโจมตีของอสุรกายตนหนึ่งได้สำเร็จ

"เราต้องหาวิธีหยุดยั้งมัน!" โซรินกล่าว

อัสนีครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่วทิพย์อุทยานที่กำลังเหี่ยวเฉา "ความมืดนี้...มันกำลังกลืนกินทุกสิ่ง หากเราไม่สามารถขับไล่มันออกไปได้ สรวงสวรรค์ของเราก็จะพินาศ"

ในขณะเดียวกัน ทั่วทั้งสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดก็เกิดความโกลาหล เสียงร้องไห้ เสียงตะโกน เสียงแห่งความหวาดกลัวดังระงมไปทั่ว ร่างกายของทวยเทพหลายตนเริ่มมีรอยด่างดำปรากฏขึ้น ราวกับกำลังถูกความมืดกลืนกิน

"อัสนี!" เสียงเรียกของเทพธิดาองค์หนึ่งดังมาจากฝั่งตรงข้าม เธอมีใบหน้าเปื้อนน้ำตา มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกแน่น

"ท่านเทพี!" อัสนีหันไปมองด้วยความตกใจ

"พลังแห่งความมืด...มันกำลังแผ่ขยายไปทั่ว! พวกเรา...พวกเรากำลังจะ..." เทพธิดากล่าวไม่จบประโยค ร่างกายของเธอก็เริ่มเลือนรางไป กลายเป็นเพียงเงาจางๆ แล้วสลายหายไปในอากาศ

"ไม่!" อัสนีตะโกนด้วยความโกรธและความเจ็บปวด เขาเห็นภาพของเทพธิดาองค์นั้นสลายหายไปต่อหน้าต่อตา เป็นการยืนยันถึงความรุนแรงของภัยคุกคามครั้งนี้

"เราต้องทำอะไรสักอย่าง! เราจะปล่อยให้พวกมันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างไปอย่างนั้นหรือ!" โซรินตะโกนอย่างสิ้นหวัง

อัสนีหลับตาลง เขาพยายามรวบรวมสมาธิ นึกถึงพลังที่แท้จริงของเขา พลังแห่งแสงสว่างบริสุทธิ์ที่สถิตอยู่ในตัวเขาเสมอมา "แสงอรุณทิพย์...มันไม่ได้หายไปไหน" เขาพึมพำ

"หมายความว่าอย่างไร ท่านอัสนี?" โซรินถาม

"แสงอรุณทิพย์...คือสัญลักษณ์แห่งความหวัง สัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นใหม่" อัสนีลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองเจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง "หากความมืดสามารถกลืนกินทุกสิ่งได้...แสงสว่างก็ย่อมสามารถขับไล่มันออกไปได้เช่นกัน"

เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดครึ้ม "ข้าจะไม่ยอมให้ความมืดนี้กลืนกินสรวงสวรรค์ของเรา!"

ทันใดนั้น ร่างของอัสนีก็สว่างวาบขึ้นมา เปล่งแสงสีทองเจิดจ้ากว่าที่เคยเป็นมา แสงนั้นไม่ได้เป็นเพียงแสงสว่าง แต่เป็นพลังงานอันบริสุทธิ์ที่ขับไล่ความมืดมิดออกไปรอบทิศ รัศมีของเขาแผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว กลืนกินอสุรกายแห่งเงาหลายตนให้สลายไป

"นั่นมัน...พลังแห่งแสงอรุณทิพย์!" โซรินอุทานด้วยความตกตะลึง

"ท่านอัสนี! ท่านทำได้อย่างไร!" บุษบาที่กำลังช่วยเหลือเหล่าทวยเทพอยู่ ก็เงยหน้าขึ้นมองด้วยความปิติ

"นี่คือพลังที่แท้จริงของข้า" อัสนีกล่าว น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "พลังที่เกิดจากศรัทธาในความดีงามของเรา"

แต่แล้ว รัศมีสีทองของอัสนีก็เริ่มสั่นคลอน เมื่อเงาดำที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม ก่อตัวขึ้นมาจากใจกลางของทิพย์อุทยานที่เหี่ยวเฉา เงาดำนั้นมีรูปร่างสูงใหญ่ และมีพลังอำนาจที่น่าสะพรึงกลัวเกินกว่าอสุรกายแห่งเงาตนใดๆ ที่ปรากฏตัวมาก่อน

"ใคร...คือผู้ที่กล้าขวางทางข้า!" เสียงทุ้มต่ำ เย็นเยียบ ดังก้องไปทั่ว ราวกับมาจากห้วงอเวจี

อัสนีหันไปมองด้วยความตึงเครียด เขาสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากเงาดำนั้น เป็นพลังที่ซับซ้อน ลึกล้ำ และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่เขาเคยเผชิญหน้ามา

"นี่คือผู้นำของพวกมัน" อัสนีกล่าวกับโซริน "พลังของมัน...ดูเหมือนจะมาจากมิติที่ลึกซึ้งกว่าที่ข้าเคยเข้าไป"

เงาดำนั้นค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าหาอัสนีอย่างช้าๆ แต่ทุกย่างก้าวของมัน ทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน และความมืดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

"พลังแห่งศรัทธาของเจ้า...ช่างน่าขันนัก" เสียงของเงาดำกล่าวเย้ยหยัน "ในที่สุด...ความมืดก็จะกลืนกินทุกสิ่ง"

"ไม่!" อัสนีตะโกนกลับ "ตราบใดที่ยังมีแสงสว่าง...ตราบใดที่ยังมีศรัทธา...ความมืดก็ไม่มีวันได้รับชัยชนะ!"

เขาปลดปล่อยพลังแห่งแสงอรุณทิพย์ออกมาอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงยิ่งกว่าเดิม แสงสีทองเจิดจรัสปะทะเข้ากับเงาดำนั้นโดยตรง เกิดเป็นเสียงคำรามกึกก้องที่ทำให้สรวงสวรรค์สั่นสะเทือน

แต่แล้ว สิ่งที่น่าตกใจก็เกิดขึ้น...

แสงสีทองของอัสนี แม้จะทรงพลัง แต่ก็ถูกเงาดำนั้นดูดกลืนเข้าไปช้าๆ ราวกับว่าเงาดำนั้นมีพลังอำนาจที่จะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างได้จริงๆ

"เป็นไปได้อย่างไร!" โซรินอุทานด้วยความตกใจ

อัสนีเองก็รู้สึกได้ถึงพลังที่ถูกดูดกลืนไป เขาพยายามเพิ่มพลัง แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผล

"พลังของเจ้า...มันไม่เพียงพอ" เงาดำกล่าว "โลกนี้...กำลังจะถูกปกครองโดยความมืดมิด"

อัสนีจ้องมองไปยังเงาดำนั้น ดวงตาของเขาฉายแววแห่งความไม่ยอมแพ้ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความกังวลที่ยากจะปิดบัง

แล้วจู่ๆ...เงาดำนั้นก็ยื่นมือที่ก่อตัวจากเงามืดออกมา หมายจะคว้าจับตัวอัสนี

อัสนีรีบกระโดดถอยหลังเพื่อหลบหนี แต่เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังดึงดูดเขาเข้าไป

ในวินาทีนั้นเอง...

ร่างของบุคคลลึกลับ ผู้สวมชุดคลุมสีดำสนิท ก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าอัสนีอย่างรวดเร็ว ราวกับถูกส่งมาจากที่ไหนสักแห่ง

"เจ้า...คือใคร!" เสียงของเงาดำดังขึ้นด้วยความประหลาดใจ

บุคคลลึกลับนั้น ไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับยกมือขึ้น ปล่อยพลังงานสีม่วงเข้มที่แผ่ประกายเย็นยะเยือก ออกมาปะทะเข้ากับเงาดำนั้นโดยตรง

เกิดเป็นเสียงระเบิดที่ทรงพลังยิ่งกว่าครั้งใดๆ แสงสว่างและเงามืดปะทะกันอย่างรุนแรง จนแทบจะทำให้สรวงสวรรค์แตกสลาย

อัสนียืนมองด้วยความตกตะลึง เขาไม่รู้ว่าบุคคลลึกลับผู้นี้คือใคร แต่การปรากฏตัวของเขา ในยามที่สรวงสวรรค์กำลังจะตกอยู่ในอันตราย คือสิ่งเดียวที่จะช่วยให้เขาคลายความกังวลในตอนนี้ได้

แต่แล้ว...เงาดำนั้นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ลั่น "ฮ่า ฮ่า ฮ่า! คิดว่าแค่พลังแค่นี้จะหยุดข้าได้งั้นรึ! เจ้ายังเด็กนัก!"

ก่อนที่อัสนีจะทันได้ตั้งตัว...เงาดำนั้นก็ปล่อยลำแสงสีดำทะมึน พุ่งตรงเข้าใส่บุคคลลึกลับผู้นั้น

"ระวัง!" อัสนีตะโกน

แต่ไม่ทันแล้ว...ลำแสงสีดำทะมึนนั้น พุ่งเข้าชนร่างของบุคคลลึกลับ ทำให้ร่างนั้นกระเด็นไป และปลิวกระจายออกไป... กลายเป็นเพียงเศษผงสีดำที่ล่องลอยไปในอากาศ...

อัสนีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ความหวังที่เพิ่งก่อตัวขึ้น บัดนี้กลับดับวูบไปอีกครั้ง

"เป็นอย่างไรเล่า!" เสียงของเงาดำดังขึ้นอย่างผู้ชนะ "ใครหน้าไหนก็ไม่อาจหยุดยั้งข้าได้! ความมืด...กำลังจะครอบงำทุกสิ่ง!"

อัสนียืนนิ่งด้วยความรู้สึกที่ท่วมท้น เขามองไปยังทิศทางที่ร่างของบุคคลลึกลับหายไป ความรู้สึกผิดและความสิ้นหวังเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ

"ข้า...ข้าล้มเหลวแล้วหรือ" เขาพึมพำ

ก่อนที่ความสิ้นหวังจะกัดกินเขาไปมากกว่านี้...

จู่ๆ...ดวงตาของอัสนีก็ไปสะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง ที่ปลิวลอยอยู่ท่ามกลางเศษผงสีดำที่สลายไปของบุคคลลึกลับนั้น

มันคือ...สร้อยคอจี้รูปดวงดาวสีเงิน ที่เปล่งประกายระยิบระยับ แม้จะอยู่ในท่ามกลางความมืดมิด

อัสนีรีบพุ่งตัวไปคว้ามันไว้ในมือ ทันทีที่สัมผัสถูกจี้นั้น...

ความรู้สึกประหลาดก็แล่นผ่านไปทั่วร่างของเขา ราวกับว่าสร้อยคอจี้นี้...กำลังส่งสัญญาณบางอย่างมาถึงเขา

และในขณะเดียวกัน...

เงาดำนั้น ก็เริ่มมองมาที่อัสนีด้วยความสนใจที่แฝงไว้ด้วยความสงสัย "นั่นมัน...อะไรกัน?"

อัสนีมองจี้รูปดวงดาวในมือ ด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย

นี่คือเบาะแสใหม่ หรือคือกับดักที่อันตรายกว่าเดิม?

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!