โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,145 คำ
ความมืดที่เคยเป็นเพียงเงาเลือนราง บัดนี้กลับทวีความหนาทึบราวกับผืนผ้ากำมะหยี่สีดำสนิท ปกคลุมสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดจนแทบมองไม่เห็นประกายแสงอรุณทิพย์ที่เคยสาดส่อง ทิพย์อุทยานที่เคยอวดโฉมด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ ส่งกลิ่นหอมจรุงใจ บัดนี้กลับเหี่ยวเฉา ใบไม้แห้งกรอบ ร่วงหล่นราวกับหยาดน้ำตาแห่งความสิ้นหวัง เหล่าเทพบุตรเทพธิดาที่เคยเปี่ยมด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ บัดนี้กลับเดินซ่อนกายหลบหนีความหวาดกลัวที่คืบคลานเข้ามาในหัวใจ
"ท่านอัสนี! เกิดอะไรขึ้นกันแน่?" เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกดังขึ้นจากทิศเบื้องซ้าย เป็นเสียงของเทพอัคคี ผู้ซึ่งปกติแล้วจะสงบนิ่งดุจเปลวไฟที่คุกรุ่น แต่บัดนี้กลับสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
อัสนี ในชุดสีครามเข้มราวกับท้องฟ้ายามราตรี ยืนนิ่งสง่าท่ามกลางความโกลาหล ใบหน้าคมคายที่เคยเปี่ยมด้วยความเมตตา บัดนี้กลับฉายแววเคร่งขรึม ดวงตาสีรัตติกาลสะท้อนประกายแห่งความกังวล แต่ทว่า...ยังมีแววแห่งความมุ่งมั่นฉายชัดอยู่ภายใน
"มันคือเงาอัสนี...พลังแห่งความมืดที่พยายามจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง" อัสนีตอบเสียงเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว
"เงาอัสนี? มันมาจากไหน?" เทพอัคคีถามต่อ เสียงสั่นเครือ
"ข้าไม่ทราบแน่ชัด...แต่พลังนี้แข็งแกร่งเกินกว่าที่เราจะรับมือได้เพียงลำพัง" อัสนีถอนหายใจยาว "หากเราไม่หยุดยั้งมันเสียแต่ตอนนี้ สรวงสวรรค์ของเรา...จะไม่มีอยู่อีกต่อไป"
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามกึกก้องก็ดังสะท้านไปทั่วสรวงสวรรค์ ม่านแห่งความมืดแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นพลังอันบ้าคลั่ง ซัดกระหน่ำเข้าใส่เหล่านางฟ้าและเทพบุตรที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดผวา
"ถอยไป! ทุกคน!" อัสนีตะโกนก้อง พลางยกมือขึ้นประคองร่างของเทพธิดาองค์หนึ่งที่กำลังจะล้มลง "เทพธิดาแห่งแสง...เจ้าต้องรีบไปก่อน!"
เทพธิดาแห่งแสง ผู้มีเรือนผมสีทองอร่ามประดุจเส้นไหม สะท้อนประกายแห่งความหวัง บัดนี้กลับซีดเซียว ใบหน้าหวานเต็มไปด้วยน้ำตา "แต่ท่านอัสนี...ข้าจะทิ้งท่านไปได้อย่างไร?"
"นี่ไม่ใช่เวลาที่จะห่วงใยกัน เทพธิดาแห่งแสง" อัสนีกล่าวเสียงเข้ม "เจ้าคือความหวังสุดท้ายของเรา จงไปหาทางรักษาความสมดุลแห่งสรวงสวรรค์ จงไป!"
เมื่อเห็นแววตาอันแน่วแน่ของอัสนี เทพธิดาแห่งแสงจึงพยักหน้ารับอย่างจำใจ "ข้าจะรอท่าน...ที่ใดสักแห่ง"
สิ้นเสียงนั้นเอง ร่างของเทพธิดาแห่งแสงก็เลือนหายไปในม่านหมอกแห่งความมืด เหลือเพียงอัสนีและเหล่าเทพบุตรเทพธิดาที่ยังคงเผชิญหน้ากับภัยพิบัติ
"ข้าไม่สามารถปล่อยให้พวกเจ้าเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพังได้" เทพอัคคีกล่าวพลางยกมือขึ้น ชายเสื้อสีเพลิงปลิวไสวราวกับเปลวไฟ "เราจะสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ท่าน!"
"ดีมาก!" อัสนีตอบรับ "แต่พลังของเงาอัสนีนั้นร้ายกาจนัก การเผชิญหน้าตรงๆ อาจนำมาซึ่งความพินาศ จงฟังข้า! ข้าจะเปิดประตูมิติแห่งเงา เพื่อล่อลวงพลังแห่งความมืดไปจากสรวงสวรรค์ แต่ข้าต้องการเวลา! เวลาที่พวกเจ้าจะต้องยื้อเวลาให้ข้า!"
เหล่าเทพบุตรเทพธิดาพยักหน้าพร้อมกันอย่างเด็ดเดี่ยว พวกเขาเข้าใจดีว่านี่คือโอกาสเดียวที่จะรักษาโลกอันศักดิ์สิทธิ์ของตนเอาไว้
"แล้วท่านอัสนีจะไปที่ใด?" เทพวารีถามด้วยความกังวล
"ข้าจะไปสู่โลกมนุษย์" อัสนีตอบ ดวงตาสีรัตติกาลทอประกาย "หากพลังแห่งความมืดถูกสร้างขึ้นจากความสิ้นหวังและความเกลียดชังในจิตใจมนุษย์ ข้าก็ต้องไปแก้ไขต้นตอของมัน ณ ที่แห่งนั้น"
ว่าแล้ว อัสนีก็รวบรวมพลังทั้งหมดที่มี สองมือประสานกัน ประกายแสงสีทองเจิดจ้าสว่างวาบขึ้นรอบกาย ร่างกายของเขาเริ่มเลือนรางราวกับกำลังจะหายไปในอากาศ
"ขอให้โชคดี ท่านอัสนี!" เสียงของเหล่าเทพบุตรเทพธิดาดังขึ้นพร้อมกัน
ร่างของอัสนีค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า และเสียงคำรามของเงาอัสนีที่ดังใกล้เข้ามาทุกที
ณ ชายป่าทึบแห่งหนึ่งในดินแดนที่ห่างไกล ผู้คนต่างเรียกขานว่า "ป่าไร้สิ้นแสง" ยามราตรีที่นี่มืดมิดยิ่งกว่าที่ใดในโลกมนุษย์ แสงจันทร์แทบจะส่องไม่ถึง ราวกับว่าป่าแห่งนี้ถูกคำสาปเอาไว้
ท่ามกลางความมืดมิดนั้น ร่างหนึ่งพลันปรากฏขึ้นอย่างแผ่วเบา ราวกับสายลมพัดผ่านมาแล้วจากไป เป็นร่างของอัสนี ในชุดสีครามเข้มที่ตัดกับความมืดมิดของป่าโดยสิ้นเชิง
เขาสำรวจรอบกายด้วยสายตาอันเฉียบคม ป่าแห่งนี้มีพลังงานบางอย่างที่แปลกประหลาด มันเต็มไปด้วยความอ้างว้างและความโหยหา ราวกับว่ามันสะท้อนความรู้สึกที่ตกค้างอยู่ในจิตใจของผู้ที่หลงเข้ามา
"นี่คือมิติแห่งเงา...ที่เชื่อมต่อกับโลกมนุษย์" อัสนีพึมพำกับตัวเอง "พลังงานที่นี่...มันอ่อนแรงกว่าที่สรวงสวรรค์มากนัก"
เขาเดินลึกเข้าไปในป่า เสียงกิ่งไม้แห้งกรอบใต้ฝ่าเท้าดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความเงียบงันที่น่าขนลุก มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนที่ดังแว่วมาเป็นครั้งคราว
พลันนั้นเอง ดวงตาของอัสนีก็เหลือบไปเห็นแสงไฟริบหรี่อยู่ไกลลิบๆ นั่นคือสัญญาณของมนุษย์!
เขาเร่งฝีเท้าขึ้น เดินตรงไปยังทิศทางของแสงไฟนั้น เมื่อเข้าไปใกล้ขึ้น ก็พบว่าเป็นกระท่อมหลังเล็กๆ กลางป่า ปลูกขึ้นอย่างเรียบง่าย ผนังทำจากไม้ไผ่ มุงหลังคาด้วยใบจาก
ภายในกระท่อม มีชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่ข้างกองไฟที่ลุกโชน เขากำลังหุงหาอาหารด้วยหม้อดินใบเล็กๆ ใบหน้าของเขาเหี่ยวย่นตามกาลเวลา ดวงตาของเขาฉายแววเศร้าสร้อย
อัสนีเดินเข้าไปใกล้ ยืนสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล
"ขอประทานอภัยที่รบกวนขอรับ"
ชายชราสะดุ้งตกใจ หันขวับมามองด้วยความตกใจ เมื่อเห็นอัสนีที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ เขาก็ยิ่งตกใจมากขึ้น
"ท่าน...ท่านเป็นใครกัน? มาจากไหน?" ชายชราถามเสียงสั่น
"ข้าเป็นเพียงนักเดินทางผู้หลงทางขอรับ" อัสนีตอบพลางค้อมศีรษะเล็กน้อย "ข้าเห็นแสงไฟของท่าน จึงคิดจะเข้ามาขอพักพิงสักคืน"
ชายชรามองอัสนีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ชุดที่สวมใส่ของอัสนีนั้นแปลกตา ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่ประกายตาของเขากลับดูสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยเมตตา ทำให้ความหวาดกลัวของชายชราลดลงไปบ้าง
"เข้ามาเถิด...หากเจ้าไม่รังเกียจที่พักอันคับแคบ" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ค่อยๆ อ่อนลง "ข้าชื่อ 'เฒ่าทมิฬ' เป็นเพียงคนแก่ที่อาศัยอยู่โดดเดี่ยวในป่าแห่งนี้"
อัสนีเดินเข้าไปในกระท่อม กลิ่นควันไฟและกลิ่นดินลอยฟุ้ง เขาเห็นถ้วยชามที่วางเรียงรายอยู่ไม่กี่ใบ และเสื่อเก่าๆ ที่ปูอยู่บนพื้น
"ขอบคุณมากขอรับ ท่านเฒ่าทมิฬ" อัสนีกล่าวพลางทรุดตัวลงนั่งข้างกองไฟ "ท่านอาศัยอยู่ที่นี่มานานแล้วหรือ?"
"นานเท่าที่ข้าจำความได้" เฒ่าทมิฬตอบพลางชะเง้อหน้ามองอัสนี "แต่ช่วงหลังๆ มานี้...ป่าแห่งนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามา ปกคลุมทุกอย่างเอาไว้"
คำพูดของเฒ่าทมิฬสะท้อนถึงความรู้สึกของอัสนีได้เป็นอย่างดี "ข้าก็รู้สึกได้เช่นกันขอรับ"
"เจ้าเห็นอะไรในความมืดนั้น?" เฒ่าทมิฬถาม ดวงตาของเขาฉายแววสงสัย
"ข้าเห็นความสิ้นหวัง...และความเกลียดชัง" อัสนีตอบอย่างตรงไปตรงมา "มันกำลังกัดกินจิตใจของผู้คน"
เฒ่าทมิฬเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว "ใช่แล้ว...ผู้คนในยุคนี้...เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ความโลภ และความอิจฉาริษยา...สิ่งเหล่านี้คือเมล็ดพันธุ์ของความมืด"
อัสนีมองเข้าไปในกองไฟ ดวงตาของเขาสะท้อนประกายสีแดงระเรื่อ "ข้ามาที่นี่...เพื่อที่จะแก้ไขสิ่งนั้น"
"แก้ไขสิ่งใดหรือ?" เฒ่าทมิฬถาม
"แก้ไขต้นตอของความมืด" อัสนีกล่าวเสียงหนักแน่น "ข้าเชื่อว่า...หากเราสามารถเยียวยาจิตใจของมนุษย์ได้...ความมืดนั้นก็จะจางหายไป"
เฒ่าทมิฬมองอัสนีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง "เป็นความคิดที่กล้าหาญยิ่งนัก...แต่เจ้าจะทำได้อย่างไร? มนุษย์นั้น...ยากที่จะเปลี่ยนแปลง"
"ข้าไม่ทราบแน่ชัด" อัสนียอมรับ "แต่ข้าจะลองดู...เพราะนี่คือหนทางเดียวที่เหลืออยู่"
ทันใดนั้นเอง! เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นจากภายนอกกระท่อม! มันไม่ใช่เสียงคำรามของสัตว์ป่าทั่วไป แต่มันเต็มไปด้วยพลังอันชั่วร้าย ราวกับว่ามันกำลังจะฉีกทุกสิ่งทุกอย่างออกเป็นชิ้นๆ
เฒ่าทมิฬหน้าซีดเผือด "นั่นมัน...เสียงของอะไรกัน?"
"เงาอัสนี..." อัสนีพึมพำ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง เขารู้ดีว่าพลังแห่งความมืดได้ตามมาถึงที่นี่แล้ว
"มันตามมาแล้ว!" เฒ่าทมิฬร้องเสียงหลง "เราต้องหนี!"
"หนีไปไหนเล่า?" อัสนีถามพลางลุกขึ้นยืน "นี่คือที่ที่ข้าต้องเผชิญหน้ากับมัน!"
ร่างของอัสนีผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาก้าวออกไปนอกกระท่อม ทิ้งให้เฒ่าทมิฬยืนมองด้วยความตกตะลึง
ภายนอกกระท่อม ท่ามกลางความมืดมิดของป่าไร้สิ้นแสง ปรากฏร่างของอัสนีอีกคนหนึ่ง! ร่างนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับอัสนีทุกประการ แต่ทว่า...ดวงตาของมันกลับเป็นสีแดงฉานราวกับเลือดที่ไหลนอง และรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าของมันนั้น...ช่างชั่วร้ายยิ่งนัก!
"ในที่สุด...เราก็ได้เจอกันเสียที...ตัวตนที่แท้จริงของข้า" เสียงแหบพร่าดังก้องไปทั่วป่า ราวกับจะเย้ยหยัน
อัสนีแท้จริงยืนนิ่งสง่า ประจันหน้ากับเงาสะท้อนอันชั่วร้ายของตนเอง เขาตระหนักได้ทันที ว่านี่คือการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขา! การต่อสู้กับส่วนที่มืดมิดที่สุดในจิตใจของตนเอง...และในจิตใจของมนุษย์ทุกคน!
"เจ้าคือส่วนที่ข้าพยายามจะหลีกหนี...แต่บัดนี้...ข้าจะเผชิญหน้ากับเจ้า!" อัสนีกล่าวเสียงก้อง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดราวกับเชือกที่ใกล้จะขาดสะบั้น
เงาอัสนีหัวเราะร่า "เจ้าจะสู้กับข้าได้อย่างไร...ในเมื่อข้าคือตัวตนที่แท้จริงของความสิ้นหวัง! ข้าคือทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ปรารถนา...และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์หวาดกลัว!"
ทั้งสองร่างยืนนิ่งประจันหน้ากัน ดวงตาสีรัตติกาลของอัสนีจ้องมองดวงตาสีโลหิตของเงาอัสนี ราวกับจะประเมินพลังของกันและกัน ป่าไร้สิ้นแสงถูกปกคลุมไปด้วยความอึมครึมที่เข้มข้นกว่าเดิม ราวกับว่ามันกำลังจะรอคอยการปะทะครั้งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งพิภพ...

ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก