ตอนที่ 13 — คลื่นเงาอัสนี...สั่นสะเทือนบัลลังก์สวรรค์

ตอนที่ 13 — คลื่นเงาอัสนี...สั่นสะเทือนบัลลังก์สวรรค์

ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์ · 30 ตอน

หมอกสีดำสนิทที่เคยคืบคลานอย่างเชื่องช้า บัดนี้กลับพวยพุ่งราวกับอสรพิษร้ายที่แหวกว่ายออกมาจากห้วงอเวจี ปกคลุมทั่วสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดจนแทบจะกลืนกินแสงอรุณทิพย์อันเจิดจรัสที่เคยเป็นหัวใจแห่งสวรรค์ ทิพย์อุทยานอันเคยเต็มไปด้วยเหล่าเทพบุตรเทพธิดากำลังวิ่งหนีความโกลาหล พรรณไม้สีสันสดใสที่เคยส่งกลิ่นหอมอบอวล บัดนี้กลับเหี่ยวเฉา บิดเบี้ยวราวกับถูกพิษร้ายกัดกิน ใบหน้าของเหล่าเทพเจ้าเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและไม่เข้าใจ ‌เกิดอะไรขึ้นกับสวรรค์อันเป็นนิรันดร์ของพวกเขา?

ท่ามกลางความสับสนอลหม่าน อัสนี เทพบุตรแห่งสายฟ้า ผู้สง่างามราวกับรูปสลักที่ไร้ที่ติ กลับยืนหยัดอย่างมั่นคงท่ามกลางพายุแห่งความมืด ดวงตาคมกริบของเขาสะท้อนประกายสีฟ้าอ่อน ราวกับพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ภายใน บรรยากาศรอบกายเขาราวกับถูกบีบอัดด้วยพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น ​เสื้อผ้าสีขาวบริสุทธิ์ที่ประดับด้วยลายเส้นสีทองอันงดงาม สะบัดไหวไปตามแรงลมที่มองไม่เห็น

“นี่มันอะไรกัน?” เสียงของเทพธิดาองค์หนึ่งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ขณะที่พยายามเกาะกุมต้นไม้ที่ใกล้ที่สุดเพื่อทรงตัว “ความมืดนี่...มันไม่ใช่ธรรมชาติ”

“มันคือคลื่นเงา” เสียงทุ้มลึกของอัสนีดังขึ้น ราวกับสายฟ้าที่กรีดร้องผ่านความเงียบ “มันถูกปลดปล่อยออกมา”

“ปลดปล่อย? ‍จากที่ไหน?” เทพบุตรอีกองค์หนึ่งถามด้วยความตกใจ “แล้วทำไม...ทำไมมันถึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?”

อัสนีไม่ได้ตอบในทันที เขากวาดสายตามองไปรอบๆ สรรพสิ่งในสวรรค์กำลังถูกกลืนกินด้วยความมืดนี้ แม้แต่เหล่าเทพเจ้าผู้ทรงพลังก็ดูราวกับจะอ่อนแรงลง พลังแห่งอัสนีของเขาเองก็รู้สึกถูกกดดันอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

“ใครกันที่กล้าทำลายสมดุลแห่งสรวงสวรรค์?” เสียงของอัสนีดังขึ้นอีกครั้ง ‌คราวนี้แฝงไว้ด้วยความกราดเกรี้ยว “จงออกมา!”

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลมที่โหยหวนราวกับจะร้องไห้ และเสียงใบไม้ที่แห้งเหี่ยวร่วงหล่น

พลัน! ท่ามกลางความมืดมิดนั้น มีเงาขนาดมหึมาปรากฏขึ้น มันไม่ใช่เงาธรรมดา แต่เป็นเงารูปกายของสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัว ‍ปีกที่กางออกราวกับจะบดบังดวงดาว ผิวหนังที่ดำมืดราวกับราตรีอันไร้ที่สิ้นสุด ดวงตาสีแดงก่ำสองดวงจับจ้องมาที่อัสนีโดยตรง

“ในที่สุด...เจ้าก็ปรากฏกาย” เสียงกระซิบอันเย็นเยือกดังมาจากในเงามืด “ข้าเฝ้ารอคอยวันนี้มานานแสนนาน”

“เจ้าคือใคร?” อัสนีถาม เสียงของเขากระชับแน่นขึ้น พร้อมกับพลังแห่งอัสนีที่เริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเขา

“ข้าคือเงา” ​เงากล่าว “เงาที่ถูกกดขี่มานานแสนนาน เงาที่ถูกลืมเลือน...บัดนี้ถึงเวลาที่เงาจะทวงคืนทุกสิ่ง!”

“เจ้าคิดจะทำลายสรวงสวรรค์งั้นรึ?” อัสนีถามด้วยความไม่เชื่อ

“ทำลาย? ไม่...ข้าจะเปลี่ยนแปลงมัน!” เงากล่าว “ข้าจะนำความมืดที่แท้จริงมาสู่ที่แห่งนี้ ความมืดที่จะกลืนกินความหลอกลวงและความจอมปลอมทั้งหลาย!”

“ความมืดของเจ้าคือความหายนะ!” ​อัสนีตะโกนกลับ

“แล้วความสว่างของพวกเจ้าล่ะ? มันปกปิดอะไรไว้?” เงาหัวเราะเยาะ “ข้าจะเปิดเผยทุกสิ่ง! และเจ้า...เทพบุตรแห่งสายฟ้า...เจ้าจะเป็นเหยื่อรายแรกที่ข้าจะฉีกกระชาก!”

พลัน! เงาขนาดมหึมาก็พุ่งเข้าใส่อัสนีราวกับสายฟ้าฟาด ลมหมุนวนรอบตัวอัสนี ร่างของเขากลายเป็นประกายสีฟ้าอ่อนราวกับกำลังจะระเบิด ​พลังแห่งอัสนีปะทุออกมาอย่างรุนแรง ปะทะเข้ากับพลังงานมืดที่มาจากเงา

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าถล่ม สรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดสั่นสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน แสงสีฟ้าเจิดจ้าปะทะกับความมืดมิด เกิดเป็นประกายไฟที่ระยิบระยับไปทั่วบริเวณ

เหล่าเทพบุตรเทพธิดาที่เหลือรอด พากันหลบซ่อนตัวอยู่ห่างๆ มองดูการต่อสู้ที่เกินกว่าจินตนาการ พวกเขาไม่เคยเห็นอัสนีโกรธเกรี้ยวเช่นนี้มาก่อน พลังที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนแทบจะหายใจไม่ออก

“เจ้านี่มัน...แข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิด” เงากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเยือกเย็น แม้จะถูกพลังของอัสนีปะทะเข้าอย่างจัง “แต่เจ้ายังเด็กเกินไป! เจ้ายังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของพลัง!”

เงาปล่อยคลื่นพลังงานมืดออกมาอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม พุ่งตรงเข้าใส่ร่างของอัสนี

“ข้าเข้าใจดี!” อัสนีตะโกนกลับ พลังแห่งอัสนีในตัวเขาร้อนแรงยิ่งขึ้น “ข้าเข้าใจดีว่าความมืดที่แท้จริงคืออะไร! มันคือความสิ้นหวัง! คือความโดดเดี่ยว! คือความกลัวที่กัดกินหัวใจ!”

ร่างของอัสนีส่องแสงเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม เขาชูมือขึ้น ดวงตาสีฟ้าฉายแววเด็ดเดี่ยว พลังแห่งอัสนีรวมตัวกันเป็นลูกบอลแสงสีฟ้าขนาดมหึมา ลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเขา

“นี่คือสายฟ้าแห่งความยุติธรรม!” อัสนีประกาศเสียงก้อง “นี่คือสายฟ้าที่จะขับไล่ความมืด! และนี่คือสายฟ้าที่จะนำแสงสว่างกลับคืนมา!”

อัสนีปล่อยลูกบอลแสงนั้นออกไป มันพุ่งทะยานเข้าใส่เงาด้วยความเร็วสูงราวกับดาวตก

เงาไม่หลบเลี่ยง แต่กลับกางปีกออก ราวกับจะโอบรับพลังนั้นไว้

“โง่เง่า!” เงากล่าว

ลูกบอลแสงของอัสนีปะทะเข้ากับเงาอย่างจัง เกิดเป็นแสงสว่างวาบที่สว่างไสวไปทั่วสรวงสวรรค์ จนเหล่าเทพเจ้าที่หลบซ่อนอยู่ต้องยกมือขึ้นบังตา

เมื่อแสงสว่างจางลง ปรากฏว่าเงาได้หายไปแล้ว แต่คลื่นแห่งความมืดที่มันปลดปล่อยออกมานั้น ยังคงปกคลุมอยู่ทั่วสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด

อัสนียืนหอบหายใจอยู่กลางวงพลัง เขารู้สึกถึงความเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การต่อสู้ครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เขาเคยเผชิญหน้ามาทั้งหมด

“มัน...ยังไม่จบ” อัสนีพึมพำกับตัวเอง

ทันใดนั้นเอง เขาพลันนึกถึงคำพูดของเงา “ข้าจะนำความมืดที่แท้จริงมาสู่ที่แห่งนี้ ความมืดที่จะกลืนกินความหลอกลวงและความจอมปลอมทั้งหลาย!”

อะไรคือความหลอกลวง? อะไรคือความจอมปลอม? คำพูดของเงาดังวนเวียนอยู่ในหัวของเขา

ในขณะที่เขากำลังครุ่นคิดถึงปริศนานี้เอง ร่างของเขาก็พลันวูบไหว ราวกับจะหายไปในอากาศ

“อะไรกัน?!” อัสนีอุทาน

เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น กำลังดึงร่างของเขาให้ลอยขึ้นไปในอากาศ

“เจ้าคิดว่าเจ้าจะหนีข้าพ้นรึ?” เสียงของเงา ดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง

“นี่มัน...มิติแห่งเงา?” อัสนีอุทานด้วยความตกใจ

ก่อนที่เขาจะได้ตั้งตัวอะไร ม่านสีดำสนิทก็พลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ร่างของเขาก็ถูกดึงเข้าไปในนั้นอย่างรวดเร็ว

แสงสีฟ้าของพลังแห่งอัสนีรอบกายเขาค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความมืดมิดที่เย็นเยียบ

ขณะที่เขากำลังจะถูกกลืนกินโดยความมืดนั้น เขาพลันได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังแว่วมา...เสียงที่เขาพยายามจะลืม...

“อัสนี...ช่วยข้าด้วย...”

เสียงนั้น...เสียงของใคร?

ร่างของอัสนีหายเข้าไปในม่านสีดำสนิทนั้นอย่างสมบูรณ์ ทิ้งไว้เพียงความเงียบอันน่าสะพรึงกลัว และคลื่นแห่งความมืดที่ยังคงปกคลุมทั่วสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด

การเดินทางของเทพบุตรแห่งสายฟ้า...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...ในสถานที่ที่เขาคาดไม่ถึง...

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!