ตอนที่ 14 — ดาบโลหิตทวงแค้น ณ ขอบเขตมิติ
ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์ · 30 ตอน
หมอกสีดำสนิทที่เคยแผ่ปกคลุมทั่วสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด บัดนี้ได้ก่อตัวเป็นม่านทึบหนาทึบจนแทบจะบดบังทุกสิ่ง สุรเสียงสวรรค์อันเคยไพเราะเสนาะหู บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบกระซาบอันเยือกเย็น สั่นสะท้านไปถึงแก่นกลางแห่งทวยเทพ อัสนี เทพบุตรผู้เปี่ยมด้วยพลังแห่งสายฟ้าและแสงอรุณทิพย์ กำลังยืนตระหง่านอยู่บนปลายสุดของทิพย์อุทยาน สายตาคมกริบมองตรงไปยังใจกลางของความมืดที่กำลังแผ่ขยายราวกับอัสดงทิพย์ที่กำลังจะสิ้นแสง
"นี่คือสิ่งที่พวกมันต้องการอย่างนั้นหรือ?" เสียงทุ้มกังวานของอัสนีดังขึ้น แม้จะแฝงไว้ด้วยความขุ่นเคือง แต่ก็ยังคงความเด็ดเดี่ยว "ม่านแห่งความสับสนและความหวาดหวั่น...ที่จะกลืนกินแสงอรุณทิพย์ของสรวงสวรรค์"
เอลาร่า เทพีแห่งแสงดาว ผู้ซึ่งมีเรือนผมยาวสลวยราวกับเกลียวแสงจันทร์ ยืนเคียงข้างอัสนี ดวงตาของนางทอประกายแห่งความกังวลระคนสงสัย "ท่านอัสนี...ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานอันดำมืดที่แผ่ซ่านออกมาจากม่านหมอกนี้ มันไม่ใช่เพียงพลังแห่งความมืดทั่วไป แต่มันเจือปนด้วยความโกรธแค้นและความอาฆาตพยาบาทที่รุนแรงเกินกว่าจะจินตนาการ"
"ข้าเองก็รู้สึกเช่นกัน" อัสนีกล่าว พลางยกมือขึ้น สัมผัสกับอากาศรอบกายที่เริ่มเย็นเยียบ "พลังนี้...มันคุ้นเคยยิ่งนัก ราวกับเคยเผชิญหน้ามาแล้วในอดีตชาติอันไกลโพ้น"
ทันใดนั้น ม่านหมอกสีดำก็เริ่มพลุ่งพล่าน ร่างเงาตะคุ่มหลายร่างค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืดเหล่านั้น พวกมันคือเหล่าทวยเทพที่เคยถูกขับไล่ บัดนี้กลับกลายร่างเป็นอสูรกายในชุดเกราะสีดำสนิท ดวงตาของพวกมันลุกโชนไปด้วยไฟแค้นที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง
"อะ...อสูรเงา!" เอลาร่าอุทานด้วยความตกตะลึง "พวกมันกลับมาแล้ว!"
"ไม่ใช่เพียงพวกมัน" อัสนีกล่าวเสียงเข้ม พลางชักดาบ 'อรุณรุ่ง' ออกจากฝัก ดาบเล่มงามที่สลักเสลาด้วยอักขระแห่งแสงอรุณทิพย์ ส่องประกายเจิดจ้าท้าทายความมืด "แต่รวมถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลัง...ผู้ที่ปลุกเร้าความแค้นของพวกมันขึ้นมา"
เหล่าอสูรเงาพุ่งเข้าโจมตีอย่างไม่รีรอ อัสนีไม่รอช้า ปลดปล่อยพลังแห่งสายฟ้าเข้าปะทะ ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีทองอร่ามราวกับดวงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณ พลังสายฟ้าฟาดฟันออกไปราวกับสายน้ำที่ไหลหลาก ทำลายร่างอสูรเงาไปหลายตน แต่เหล่าอสูรเงาก็ยังมีจำนวนมาก และความมืดที่ปกคลุมก็ยิ่งทำให้การมองเห็นยากลำบาก
"ข้าจะเปิดทางให้ท่าน!" เอลาร่ากล่าว นางยกมือขึ้น ปล่อยละอองดาวสีเงินยวงออกไป ก่อเกิดเป็นม่านแสงดาวอันเจิดจรัสที่ค่อยๆ ส่องสว่างขึ้น ท่ามกลางความมืดมิด ทำให้มองเห็นเส้นทางที่พอจะหลบหลีกได้
"ขอบใจ เจ้าจงระวังตัว" อัสนีตอบรับ พลางเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วราวสายฟ้า ฟาดฟันดาบอรุณรุ่งเข้าใส่เหล่าอสูรเงาที่เข้ามาใกล้
ขณะที่อัสนีกำลังต่อสู้อย่างดุเดือดนั้นเอง ร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากใจกลางของม่านหมอก ร่างนั้นคือ 'โซล' เทพแห่งความมืดผู้เคยถูกผนึก บัดนี้เขากลับมีพลังอำนาจที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ร่างกายของเขาถูกปกคลุมด้วยเงาที่เคลื่อนไหวได้ราวกับอวัยวะของตนเอง ดวงตาของเขาแดงฉานราวกับโลหิตที่กำลังจะไหลหลั่ง
"อัสนี...ในที่สุดเราก็ได้พบกันอีกครั้ง" โซลกล่าว น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "เจ้าคิดว่าพลังแห่งแสงอรุณทิพย์ของเจ้าจะสามารถหยุดยั้งความมืดที่แท้จริงได้เช่นนั้นหรือ?"
"โซล!" อัสนีตะโกนกลับ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายสรวงสวรรค์อันเป็นที่รักของข้าอย่างเด็ดขาด!"
"สรวงสวรรค์? ฮ่าๆๆ!" โซลหัวเราะเสียงดังราวกับปีศาจ "สรวงสวรรค์อันจอมปลอมที่สร้างขึ้นจากความหลอกลวงและความโหดร้าย! บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ความจริงจะปรากฏ!"
โซลยกมือขึ้น ปล่อยพลังแห่งความมืดสีดำสนิทเข้าโจมตีอัสนี อัสนีรีบตั้งรับด้วยดาบอรุณรุ่ง พลังแห่งแสงและเงาปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดคลื่นพลังที่สั่นสะเทือนไปทั่วสรวงสวรรค์
"พลังของเจ้ายังคงแข็งแกร่ง" โซลกล่าว "แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะต่อกรกับความแค้นอันท่วมท้นของพวกเรา!"
อัสนีสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่แผ่ซ่านมาจากโซล มันไม่ใช่เพียงพลังแห่งความมืด แต่เป็นพลังที่ถูกหล่อหลอมขึ้นจากความเจ็บปวดและความสูญเสียของเหล่าทวยเทพที่ถูกขับไล่
"พวกเจ้าถูกหลอกลวง" อัสนีกล่าว "ความแค้นของพวกเจ้าถูกชักนำโดยผู้ที่ต้องการทำลายทุกสิ่ง!"
"ไร้สาระ!" โซลตะโกนกลับ "ความจริงคือความจริง! พวกเจ้าคือผู้ที่ทรยศพวกเรา!"
ขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากันอย่างตึงเครียดนั้นเอง ร่างของทวยเทพในชุดเกราะสีดำก็เริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวโซล พวกมันคืออสูรเงาที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม แต่ละตนมีอาวุธที่ส่องประกายสีดำสนิท
"พวกเราจะทวงคืนทุกสิ่ง!" อสูรเงาตนหนึ่งตะโกน
อัสนีรู้ดีว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่จะหยุดยั้งแผนการอันชั่วร้ายนี้ เขาตัดสินใจที่จะปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มี
"เอลาร่า! ถอยไป!" อัสนีตะโกน พลางตั้งท่า เตรียมพร้อมที่จะใช้ท่าไม้ตาย
"ท่านจะทำอะไร?" เอลาร่าถามด้วยความหวั่นใจ
"ข้าจะเปิดทางสู่มิติแห่งเงา!" อัสนีตอบ พลางหลับตาลง สัมผัสกับพลังอันบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนอยู่ในกาย "ข้าจะเข้าไปจัดการกับต้นตอของความมืดนี้!"
ทันใดนั้น ร่างของอัสนีก็เปล่งประกายสีทองอร่ามยิ่งกว่าเดิม พลังแห่งสายฟ้าและแสงอรุณทิพย์รวมตัวกันก่อเกิดเป็นลำแสงอันเจิดจรัสที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ลำแสงนั้นแหวกม่านหมอกสีดำราวกับมีดที่กรีดผ่านผืนผ้า ล้อมรอบด้วยอักขระแห่งแสงอรุณทิพย์ที่ส่องสว่าง
"นี่คือ 'อรุณทมิฬ'!" อัสนีประกาศเสียงกึกก้อง "ข้าจะใช้พลังนี้ เปิดทางสู่มิติแห่งเงา เพื่อเผชิญหน้ากับปีศาจที่อยู่เบื้องหลัง!"
ลำแสงอรุณทมิฬส่องสว่างไปทั่วสรวงสวรรค์ ก่อให้เกิดเป็นช่องว่างที่บิดเบี้ยวราวกับประตูสู่มิติอื่น ช่องว่างนั้นมีสีดำสนิทเจือด้วยประกายสีแดงฉาน ราวกับปากปล่องภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ
"ท่านแน่ใจหรือ?" เอลาร่าถาม ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
"ข้าต้องทำ" อัสนีตอบ พลางหันมายิ้มให้เอลาร่า "เพื่อสรวงสวรรค์...เพื่อทุกสรรพสิ่ง"
ก่อนที่เอลาร่าจะทันได้กล่าวสิ่งใด อัสนีก็พุ่งตัวเข้าไปในช่องว่างนั้นทันที ร่างกายของเขาหายลับไปในมิติแห่งเงา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว และกลุ่มอสูรเงาที่ยังคงยืนนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"เขา...เขาหายไปไหน?" อสูรเงาตนหนึ่งถาม
"เขาเข้าไปในมิติแห่งเงา" โซลกล่าว ดวงตาของเขายังคงจ้องมองไปยังจุดที่อัสนีหายไป "แต่เขาจะได้รับบทเรียนอันแสนสาหัสที่นั่น"
เมื่ออัสนีหลุดเข้าไปในมิติแห่งเงา ภาพตรงหน้าของเขาคือความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุด บรรยากาศเย็นเยียบจนสัมผัสได้ถึงกระดูก มีเพียงแสงสีแดงสลัวๆ ที่ลอดผ่านม่านเงาบางๆ ก่อให้เกิดเงาประหลาดที่เต้นระบำอยู่รอบตัวเขา
"นี่คือมิติแห่งเงา..." อัสนีกล่าว พลางหยิบดาบอรุณรุ่งขึ้นมาถืออย่างมั่นคง "ที่ซึ่งความมืดถูกสร้างขึ้นจากความเจ็บปวดและความแค้น..."
พลัน! เสียงหัวเราะอันชั่วร้ายก็ดังขึ้นจากทุกทิศทาง ราวกับเสียงกระซิบของปีศาจที่กำลังหัวเราะเยาะเย้ย
"ยินดีต้อนรับ สู่ดินแดนแห่งข้า...อัสนี" เสียงนั้นดังขึ้น ฟังดูคุ้นเคยแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นยะเยือก "เจ้าคิดว่าเจ้าจะเข้ามาทำลายทุกอย่างที่ข้าสร้างขึ้นได้เช่นนั้นหรือ?"
ร่างเงาตะคุ่มหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืด ร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ถูกปกคลุมด้วยเงาที่เคลื่อนไหวได้ราวกับอวัยวะของตนเอง ดวงตาของมันเปล่งประกายสีดำสนิทราวกับบ่อน้ำที่ไร้ก้นบึ้ง
"เจ้า...คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด?" อัสนีถาม น้ำเสียงของเขามุ่งมั่น
"ข้าคือผู้ที่ปลุกเร้าความแค้นของพวกมัน" ร่างเงากล่าว "ข้าคือผู้ที่ชี้ทางสว่างให้แก่ผู้ที่หลงทาง...ทางสู่การทวงแค้น!"
"เจ้ากำลังทำลายทุกสิ่ง!" อัสนีตะโกน
"ไม่ใช่ข้า...แต่คือพวกเจ้าต่างหาก" ร่างเงากล่าว "พวกเจ้าคือผู้ที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับพวกมัน! บัดนี้...ถึงเวลาแห่งการชดใช้แล้ว!"
ร่างเงาพุ่งเข้าโจมตีอัสนีอย่างรวดเร็ว พลังแห่งความมืดสีดำสนิทพวยพุ่งออกมาจากร่างของมัน อัสนีรีบตั้งรับด้วยดาบอรุณรุ่ง แสงอรุณทิพย์ของดาบส่องประกายต่อสู้กับความมืดมิด
การต่อสู้ระหว่างอัสนีและผู้บงการแห่งความมืดได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ ใจกลางของมิติแห่งเงา การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์ถึงพลังที่แท้จริงของอัสนี และชะตากรรมของสรวงสวรรค์จะขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการต่อสู้ครั้งนี้
แต่ก่อนที่การต่อสู้จะดำเนินไปมากกว่านี้ ร่างของอัสนีก็พลันแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาเหลือบมองไปยังด้านหลังของร่างเงา ผู้บงการแห่งความมืด เผยให้เห็นภาพที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ...
ภาพนั้นคือ...ร่างของหญิงสาวผู้หนึ่ง ใบหน้าของนางซีดเซียว ดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ...นางสวมใส่เครื่องแต่งกายที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี...ชุดแห่งเทพีแห่งสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด!
"เป็นไปไม่ได้..." อัสนีพึมพำ
นี่คือจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่เหนือกว่าการคาดเดา...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก