ตอนที่ 18 — เปลวเพลิงแห่งอัสนี ปะทะ เงาอเวจี

ตอนที่ 18 — เปลวเพลิงแห่งอัสนี ปะทะ เงาอเวจี

ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์ · 30 ตอน

ความมืดมิดอันไร้ขอบเขตกลืนกินสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดไปจนเกือบสิ้น แสงอรุณทิพย์อันเคยเปล่งประกายเจิดจรัส เป็นหัวใจของแดนสุขาวดี บัดนี้เหลือเพียงแสงริบหรี่ สั่นไหวราวกับจะดับสูญไปทุกเมื่อ เสียงคำรามดุจสายฟ้าฟาดผ่าดังสนั่นหวั่นไหว โหมกระหน่ำไม่หยุดหย่อน ราวกับจะฉีกกระชากก้อนเมฆสีครามให้แหลกละเอียด

อัสนี ‌ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพายุหมุนแห่งเงามืด แสงสีทองอำพันที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา เป็นดั่งดวงตะวันดวงน้อยๆ ที่กำลังต่อต้านความมืดอันไร้ที่สิ้นสุด ใบหน้าคมคายเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ดวงตาอันเฉียบคมทอประกายแข็งกร้าว ปลายนิ้วเรียวยาวของเขา ปล่อยกระแสไฟฟ้าสีทองอำพันอันร้อนแรงออกมาเป็นสาย ​ทะลวงผ่านม่านหมอกดำสนิท

“พลังแห่งอัสนี จะไม่ยอมจำนนต่อความมืดมิด!” เสียงของอัสนีดังขึ้น ก้องกังวาน แม้จะถูกกลบด้วยเสียงคำรามของพายุ แต่ก็ยังคงแฝงไว้ด้วยอำนาจอันน่าเกรงขาม

ด้านหลังของเขา เทพบุตรและเทพธิดาที่ยังคงเหลืออยู่ ต่างยืนจับจ้องด้วยความหวัง ‍สภาพของพวกเขาเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งการต่อสู้ เครื่องแต่งกายอันงดงามบัดนี้ขาดวิ่น ใบหน้าซีดเผือด แต่ดวงตายังคงเปี่ยมไปด้วยความศรัทธาในตัวอัสนี

“ท่านอัสนี! เราจะสู้เคียงข้างท่าน!” เสียงของเทพธิดาองค์หนึ่งดังขึ้น เธอยกอาวุธทิพย์ของตนขึ้น ชี้ตรงไปยังใจกลางของพายุหมุน

อัสนีหันไปมองแวบหนึ่ง ‌พยักหน้ารับ ก่อนจะหันกลับมาจ้องมองความมืดมิดเบื้องหน้าอีกครั้ง

“ข้าจะเปิดทางให้พวกเจ้า จงเตรียมพร้อม!”

ทันใดนั้น ประกายแสงสีทองอำพันจากร่างของอัสนีก็สว่างวาบขึ้นอีกครั้ง เขาประสานมือทั้งสองข้างเข้าหากัน พลังงานมหาศาลเริ่มก่อตัวขึ้นตรงกลางฝ่ามือ

“เปลวเพลิงแห่งอัสนี! จงแผดเผาความมืดมิดนี้เสีย!”

เสียงร้องกึกก้องของอัสนีดังขึ้น พร้อมกับที่พลังงานสีทองอำพันอันร้อนแรง ‍ก่อตัวเป็นลูกไฟขนาดมหึมา ส่องสว่างจ้าจนแสบตา ลูกไฟนั้นหมุนวนอย่างรวดเร็ว ปล่อยคลื่นความร้อนแผ่กระจายออกมา คลื่นความร้อนนั้นปะทะเข้ากับม่านหมอกดำสนิทที่ห้อมล้อมอยู่

เกิดเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวราวกับภูเขาไฟระเบิด แสงสว่างสีทองอำพันปะทะกับความมืดมิด เกิดเป็นประกายไฟหลากสีสันระยิบระยับ ดอกเห็ดเพลิงที่งอกออกมาจากแรงปะทะพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

ม่านหมอกดำสนิทเริ่มสั่นคลอน ​มันพยายามโอบล้อมลูกไฟสีทองอำพันนั้นไว้ แต่คลื่นความร้อนที่แผ่ออกมากลับเผาผลาญมันให้มอดไหม้ไปทีละน้อย

“นี่แหละ คือพลังที่แท้จริงของข้า! พลังที่มาจากสายเลือดแห่งอัสนี!” อัสนีคำราม เขากระชับกำลัง ส่งพลังงานเข้าไปในลูกไฟอย่างต่อเนื่อง

ลูกไฟสีทองอำพันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ความร้อนแรงของมันเพิ่มทวีคูณจนเกินกว่าม่านหมอกดำจะต้านทานได้

ทันใดนั้น ​เสียงกระซิบกระซาบอันเยือกเย็นที่เคยดังอยู่รอบตัวอัสนี ก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะแหละแห้งเย็นยะเยือก เสียงหัวเราะนั้นดังมาจากทุกทิศทุกทาง ราวกับมีบางสิ่งกำลังเยาะเย้ยเขา

“เจ้าคิดว่า... แค่นี้... จะกำจัดข้าได้รึ? เจ้าเด็กน้อย!”

เสียงนั้นดังมาจากใจกลางของพายุหมุน เสียงนั้นทุ้มต่ำ ​ก้องกังวาน แฝงไว้ด้วยอำนาจที่น่าสะพรึงกลัว

ร่างเงาดำทะมึนปรากฏขึ้นในใจกลางของพายุหมุน ร่างนั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่สูงใหญ่กว่าธรรมดา ดวงตาของมันเป็นสีแดงฉาน เปล่งประกายอำมหิต แขนขาของมันยาวผิดปกติ ราวกับกิ่งก้านของต้นไม้ที่ถูกแผดเผา

“อเวจี!” อัสนีอุทาน เมื่อจำร่างนั้นได้

“ถูกต้อง... ข้าคืออเวจี... ผู้ที่จะกลืนกินทุกสิ่ง!” ร่างเงาตอบ ดวงตาสีแดงของมันจ้องมองมาที่อัสนีอย่างหมายมาด

“แก! แกคือต้นเหตุของความมืดมิดนี้! แกคือผู้ที่ทำให้สวรรค์ต้องเดือดร้อน!” อัสนีตะโกนใส่หน้าอเวจี

“ข้าเพียงแค่... กำลังคืนสิ่งที่เคยเป็นของข้า!” อเวจีหัวเราะ “สวรรค์... มันเป็นเพียงวังวนที่พวกเทพผู้โง่เขลาสร้างขึ้น... เพื่อกักขังพลังที่แท้จริง!”

อเวจีแผ่กรงเล็บสีดำทะมึนออกมา กรงเล็บนั้นปล่อยออร่าแห่งความมืดมิดออกมาอย่างรุนแรง มันปัดป่ายไปในอากาศ สร้างคลื่นพลังงานที่บิดเบือนสรรพสิ่งรอบข้าง

ลูกไฟสีทองอำพันของอัสนีปะทะเข้ากับคลื่นพลังงานของอเวจี เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง พลังทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง ราวกับสงครามระหว่างแสงสว่างและความมืดจะตัดสินกันในครั้งนี้

“ข้าจะไม่ยอมให้แกทำลายสรวงสวรรค์!” อัสนีประกาศก้อง เขาเพิ่มพลังให้กับลูกไฟสีทองอำพันอีกครั้ง

แต่ทันใดนั้นเอง อเวจีก็ยกมืออีกข้างขึ้น ปลายนิ้วของมันสัมผัสเข้ากับม่านหมอกดำสนิท

“หากเจ้าต้องการ... พลัง... ข้าจะให้เจ้าได้สัมผัส... พลังที่แท้จริงของความมืด!”

ม่านหมอกดำสนิทรอบกายอเวจีพลันหนาทึบยิ่งขึ้น รัศมีแห่งความมืดมิดแผ่ออกมาอย่างรวดเร็ว จนลูกไฟสีทองอำพันของอัสนีเริ่มหรี่แสงลง

“อะไรกัน!?” อัสนีอุทานด้วยความตกใจ

“เจ้าคิดว่า... พลังของเจ้า... มันมากมายเพียงใดกัน?” อเวจีหัวเราะเยาะ “พลังของข้า... คือการกลืนกิน... คือความว่างเปล่า... คือจุดจบของทุกสรรพสิ่ง!”

อเวจีปล่อยคลื่นพลังแห่งความมืดออกมาอีกระลอก คราวนี้มันรุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก คลื่นพลังงานสีดำสนิทพุ่งตรงเข้าใส่ลูกไฟสีทองอำพันของอัสนี

การปะทะกันครั้งนี้ รุนแรงยิ่งกว่าครั้งก่อนๆ แสงสว่างสีทองอำพันของลูกไฟเริ่มถูกกลืนกินโดยความมืดมิดของอเวจี

“ไม่นะ!” เทพธิดาองค์หนึ่งร้องออกมาด้วยความสิ้นหวัง

อัสนีพยายามอย่างสุดกำลังที่จะต้านทาน แต่พลังของอเวจีนั้นมหาศาลเกินกว่าที่เขาจะรับมือไหว

“พลังแห่งอัสนี... แม้จะส่องสว่าง... แต่ก็ยังคงอ่อนแอ... ต่อหน้าความว่างเปล่าที่แท้จริง!” เสียงของอเวจีดังขึ้น ราวกับจะเย้ยหยัน

ลูกไฟสีทองอำพันของอัสนีเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง มันกำลังจะแตกสลาย

“ท่านอัสนี!” เหล่าเทพบุตร เทพธิดา ตะโกนร้องด้วยความตกใจ

อัสนีเบิกตากว้าง เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่กำลังจะพ่ายแพ้

“ข้า... จะไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนี้!”

ทันใดนั้น จิตใจของอัสนีก็พลันนึกถึงบางสิ่ง นึกถึงภาพของโลกมนุษย์ นึกถึงใบหน้าของผู้บริสุทธิ์ที่เขาเคยปกป้อง นึกถึงภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่เขาได้รับมอบหมาย

“พลังแห่งดวงใจ... พลังแห่งอัสนี... จงลุกโชน!”

อัสนีหลับตาลง ชั่วขณะหนึ่ง เขาพุ่งพลังทั้งหมดไปที่จิตใจของตนเอง

ภาพของสายฟ้าฟาดผ่าจากฟากฟ้า สาดแสงสว่างจ้าลงมายังโลกมนุษย์ ส่องสว่างไปทั่วทุกมุมเมือง ป่าเขา ท้องทะเล ปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา

“อัสนี... เจ้าคือดวงใจแห่งสายฟ้า... เจ้าคือผู้ปกป้อง... จงลุกโชน... ด้วยพลังแห่งความหวัง!”

เสียงของบุรุษปริศนาคนหนึ่งดังขึ้นในจิตใจของอัสนี เสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความเมตตาและความแข็งแกร่ง

อัสนีลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาพลันสว่างวาบขึ้นเป็นสีทองอำพันเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม

“ข้า... เข้าใจแล้ว!”

เขาพลันปลดปล่อยพลังงานที่สะสมไว้ทั้งหมด ออกจากร่าง แทนที่จะสร้างเป็นลูกไฟ เขากลับปล่อยพลังงานนั้นออกมาเป็นกระแสน้ำวนสีทองอำพันอันร้อนแรง พุ่งตรงเข้าใส่ร่างของอเวจี

กระแสน้ำวนนั้นไม่ได้เพียงแต่แผ่ความร้อน แต่มันยังแฝงไปด้วยพลังแห่งการเยียวยา และพลังแห่งการปกป้อง

เมื่อกระแสน้ำวนสีทองอำพันปะทะเข้ากับร่างของอเวจี ร่างเงาของอเวจีก็พลันสะดุ้งเฮือกใหญ่

“อะไรกัน!?” อเวจีร้องด้วยความตกใจ

“นี่ไม่ใช่แค่พลังทำลาย! นี่คือพลังแห่งชีวิต! พลังแห่งความหวัง!” อัสนีตะโกน

กระแสน้ำวนสีทองอำพันสาดซัดไปทั่วร่างของอเวจี มันไม่ได้ทำลายอเวจีโดยตรง แต่มันกลับกัดกินและเผาผลาญพลังแห่งความมืดมิดที่ห่อหุ้มร่างของอเวจีอยู่

ม่านหมอกดำสนิทรอบกายอเวจีเริ่มจางลง แสงสว่างสีทองอำพันเริ่มส่องทะลุเข้ามา

“เจ้า... เจ้ามัน...!” อเวจีตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว

“ข้าคืออัสนี! ผู้ที่จะปกป้องสรวงสวรรค์! และโลกมนุษย์!”

อัสนีเร่งความเร็วของกระแสน้ำวนให้แรงขึ้น เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มี จนร่างของเขาเริ่มสั่นเทา

กระแสน้ำวนสีทองอำพันขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ มันสาดซัดไปทั่วสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด ที่กำลังถูกความมืดมิดกลืนกิน

และแล้ว... เมื่อกระแสน้ำวนนั้นแผ่ขยายออกไปจนสุดขอบเขต...

แสงอรุณทิพย์อันเป็นหัวใจของสวรรค์ชั้นสูงสุด... ที่เคยริบหรี่... บัดนี้พลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง!

แสงนั้นเจิดจรัสยิ่งกว่าเดิม มันส่องสว่างขับไล่ความมืดมิดที่เคยปกคลุมอยู่

เหล่าเทพบุตร เทพธิดาที่อ่อนแรง บัดนี้พลันรู้สึกถึงพลังอันมหาศาลที่ไหลเวียนเข้ามาในร่าง

“แสงอรุณทิพย์!” เทพธิดาองค์หนึ่งร้องออกมาด้วยความปีติ

อเวจีตะโกนด้วยความเจ็บปวด ร่างเงาของมันถูกแสงอรุณทิพย์แผดเผา จนเริ่มจางหายไป

“ไม่! ข้า... จะกลับมา! ข้าจะกลับมา... กลืนกินทุกสิ่ง!” เสียงของอเวจีแผ่วเบาลง ก่อนจะหายไปพร้อมกับม่านหมอกดำสนิทที่สลายไป

สรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดกลับคืนสู่ความงดงามอีกครั้ง แสงอรุณทิพย์สาดส่องไปทั่ว ท้องฟ้ากลับมาเป็นสีครามสดใส

อัสนีทรุดตัวลงกับพื้น เขาหมดแรงอย่างสิ้นเชิง ร่างกายของเขาพลันมีประกายสีทองอำพันเรืองรองจางๆ

“ท่านอัสนี!” เหล่าเทพบุตร เทพธิดา รีบวิ่งเข้ามาประคองเขา

อัสนีลืมตาขึ้นมามองพวกเขา ใบหน้าของเขาฉายแววอ่อนเพลีย แต่แฝงไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ

“เรา... ชนะแล้ว...”

แต่แล้ว... ขณะที่ทุกสิ่งกำลังกลับคืนสู่ปกติ...

พลันมีเสียงกึกก้องดังมาจากเบื้องลึกของสรวงสวรรค์ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของอเวจี แต่เป็นเสียงที่เย็นยะเยือกกว่า... เสียงที่แฝงไปด้วยอำนาจที่ไร้ขอบเขต...

“เจ้า... คิดว่า... นี่คือจุดจบงั้นรึ...? เด็กน้อย...”

ม่านหมอกสีดำสนิท... ที่เคยสลายไป... บัดนี้พลันปรากฏขึ้นอีกครั้ง... แต่คราวนี้... มันมาจากทิศทางที่แตกต่างออกไป... มาจากเบื้องลึกของสรวงสวรรค์...

อัสนีมองไปยังทิศทางนั้นด้วยความหวาดหวั่น... ดวงตาของเขาเบิกกว้าง...

นี่... ยังไม่ใช่จุดจบ...

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!