ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์

ตอนที่ 19 — แสงสุดท้ายของสรวงสวรรค์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 818 คำ

แสงริบหรี่ของอรุณทิพย์สั่นไหวราวกับจะดับสูญในพริบตา ความมืดมิดอันไร้ขอบเขตที่โอบล้อมสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด บัดนี้ได้บีบคั้นทุกสรรพสิ่งจนแทบไม่เหลืออากาศให้หายใจ เสียงคำรามดุจสายฟ้าที่เคยทรงพลัง บัดนี้กลับแผ่วเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน ทว่าความเงียบสงัดที่ตามมานั้นกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า อัสนี เทพบุตรแห่งสายฟ้า ‌ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยรุ่งโรจน์ดุจดวงอาทิตย์ บัดนี้ยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางความมืดมิด ร่างกายของเขาเปล่งประกายสีฟ้าอ่อนจางๆ สลับกับสีดำสนิท ราวกับว่าพลังที่เคยเป็นของเขา กำลังถูกฉีกกระชากออกไปทีละน้อย

"ข้า... ข้าจะยอมแพ้ไม่ได้!" เสียงของอัสนีแหบพร่า ​แต่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ดวงตาของเขามองไปยังจุดศูนย์กลางของความมืดมิด ที่ซึ่งแสงอรุณทิพย์กำลังจะเลือนหายไปอย่างถาวร เขาเห็นภาพใบหน้าของเหล่าทวยเทพที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ ภาพของเหล่ามนุษย์ที่เขาเคยปกป้อง ภาพของมหาเทวีผู้เป็นที่รัก... ภาพเหล่านั้นฉายชัดขึ้นมาในห้วงคำนึง ราวกับจะเติมพลังให้แก่เขาอีกครั้ง

"เจ้าไม่เข้าใจ... ‍ความมืดนี้ไม่ใช่เพียงพลัง แต่เป็นความว่างเปล่า มันจะกลืนกินทุกสิ่ง... แม้กระทั่งจิตวิญญาณของเจ้า" เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากเบื้องลึกของความมืด เป็นเสียงที่เย็นยะเยือกจนราวกับจะแช่แข็งหัวใจ เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของใครอื่น นอกเสียจาก ‌'รัตติกาล' จอมมารผู้ไร้รูป ผู้ซึ่งบัดนี้ได้ครอบงำสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดไปเกือบทั้งหมด

อัสนีไม่ตอบ เขาเพียงแต่กำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาที่ขมับ พลังสายฟ้าที่เคยหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับกายของเขา บัดนี้กลับแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แต่ในความแตกกระจายนั้นเอง ‍เขากลับสัมผัสได้ถึงพลังที่แตกต่างออกไป เป็นพลังที่บริสุทธิ์กว่า เยือกเย็นกว่า และทรงพลังยิ่งกว่า... พลังแห่งความมุ่งมั่น

"ถึงเจ้าจะกลืนกินทุกสิ่ง แต่เจ้าจะกลืนกินความหวังของข้าไม่ได้!" อัสนีตะโกนสุดเสียง แสงสีฟ้าอ่อนจากร่างของเขาพลันสว่างวาบขึ้น ​ร่างของเขาถูกโอบล้อมด้วยเกลียวสายฟ้าสีครามเข้ม มันไม่ใช่สายฟ้าแห่งการทำลายล้างอีกต่อไป แต่เป็นสายฟ้าแห่งการปกป้อง เป็นสายฟ้าแห่งความมุ่งมั่นที่จะดำรงอยู่

"โง่เขลา!" รัตติกาลหัวเราะเยาะ เสียงหัวเราะนั้นสะท้อนก้องไปทั่วสรวงสวรรค์ที่กำลังมืดมิด "ความหวังของเจ้า... มันก็เป็นเพียงแสงเล็กๆ ​ในความว่างเปล่า ที่จะดับมอดไปในไม่ช้า"

แต่ในขณะที่รัตติกาลกำลังเยาะเย้ย อัสนีกำลังทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาไม่ได้พยายามจะต่อสู้กับความมืดโดยตรง แต่เขากำลังรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด พลังแห่งอรุณทิพย์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ พลังแห่งสายฟ้าที่แตกกระจายในตัวเขา พลังแห่งความทรงจำอันงดงาม ​และที่สำคัญที่สุด... พลังแห่งความรักที่เขามีต่อมหาเทวี

"อรุณทิพย์... จงสว่างไสวอีกครั้ง!" อัสนีเปล่งเสียงร้อง กายของเขาพลันสว่างวาบด้วยแสงสีทองอร่ามที่อบอุ่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีแสงสีครามอันทรงพลังโอบล้อมอยู่ แสงทั้งสองสีนี้กำลังหลอมรวมกันอย่างช้าๆ ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นมาก่อน

รัตติกาลสัมผัสได้ถึงพลังที่กำลังก่อตัวขึ้น มันเป็นพลังที่แตกต่างจากที่เคยสัมผัส มันไม่ใช่พลังแห่งการทำลายล้าง ไม่ใช่พลังแห่งความหวัง แต่เป็นพลังที่รวมเอาทุกสิ่งทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน เป็นพลังแห่งการดำรงอยู่

"ไม่! สิ่งนี้เป็นไปไม่ได้!" รัตติกาลกรีดร้องด้วยความตกใจ ความมืดมิดรอบกายของมันเริ่มสั่นคลอน แสงอรุณทิพย์ที่กำลังจะดับสูญไป บัดนี้กลับสว่างไสวขึ้นอีกครั้ง แสงนั้นไม่ใช่แสงสีทองเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เป็นแสงสีทองที่ผสมผสานกับแสงสีครามของสายฟ้า ก่อเกิดเป็นแสงสว่างที่เจิดจ้าและทรงพลังเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้

"นี่คือ... แสงสุดท้ายของสรวงสวรรค์!" อัสนีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว แสงสีทองอร่ามพลันระเบิดออกไป โอบล้อมร่างของเขาไว้ทั้งหมด ร่างกายของเขาถูกกลืนกินด้วยแสงนั้นไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงจุดศูนย์กลางของแสงสว่างที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น

ความมืดมิดของรัตติกาลเริ่มถอยร่น แสงสว่างอันเจิดจ้าได้ขับไล่ความมืดมิดออกไปทีละน้อย เหล่าทวยเทพที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดมิด พลันมองเห็นแสงสว่างที่กำลังปะทุขึ้นมา พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่แผ่ออกไป

"อัสนี..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นมาจากที่ใดที่หนึ่งในความมืด เป็นเสียงของมหาเทวี ลิโป้ เทพีแห่งรักและความเมตตา แม้จะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอที่สุด แต่จิตวิญญาณของเธอก็ยังคงรับรู้ได้ถึงความเสียสละของอัสนี

ณ โลกมนุษย์ ในดินแดนอันไกลโพ้น ป่าทึบที่ปกคลุมด้วยหมอกลึกลับ อัญมณีสีฟ้าใสที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินพลันเปล่งประกายสีทองอร่าม มันคือ "แก่นแท้อัสนี" ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของอัสนี พลังงานที่แผ่ออกมาจากสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดได้ปลุกพลังที่หลับใหลของมันให้ตื่นขึ้น

ในมิติแห่งเงา ที่ซึ่งความมืดคือทุกสิ่ง ชายหนุ่มผู้หนึ่งกำลังฝึกฝนวิชาดาบอย่างห้าวหาญ ดวงตาของเขาคมกริบราวกับเหยี่ยว เขากำลังสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในมิติแห่งนี้ พลังงานที่คุ้นเคยกำลังแผ่กระจายออกมา มันคือพลังของใครบางคน... ใครบางคนที่เขาไม่เคยลืม

แสงสว่างจากสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดยังคงขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันกำลังจะกลืนกินความมืดมิดที่ปกคลุมอยู่ไปจนหมดสิ้น ทว่า... แสงนั้นกำลังจะดับสูญไปเช่นกัน

"ข้า... ข้าทำได้เพียงเท่านี้..." เสียงแผ่วเบาของอัสนีดังก้องขึ้นมาเป็นครั้งสุดท้าย ร่างกายของเขาที่ถูกโอบล้อมด้วยแสงสว่างกำลังจะสลายไป "ลิโป้... จงอยู่... อย่างมีความสุข..."

แสงอรุณทิพย์ที่เคยเป็นหัวใจของสรวงสวรรค์ ได้สว่างไสวขึ้นอีกครั้งด้วยพลังที่รวบรวมจากทุกสรรพสิ่ง เป็นแสงแห่งความเสียสละ เป็นแสงแห่งความหวัง และเป็นแสงสุดท้ายก่อนที่ทุกสิ่งจะดำดิ่งสู่ความว่างเปล่า... หรือไม่?

ความมืดมิดของรัตติกาลถูกผลักดันออกไปจนสุดขอบฟ้าของสรวงสวรรค์ แต่ถึงแม้รัตติกาลจะพ่ายแพ้ไป แสงอรุณทิพย์ที่สว่างไสวก็กำลังจะเลือนหายไปเช่นกัน ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัด และความว่างเปล่าที่คืบคลานเข้ามา

แต่แล้ว... ท่ามกลางความว่างเปล่าที่กำลังจะมาเยือนนั้นเอง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

เกิดประกายแสงเล็กๆ ขึ้นมาในจุดที่อัสนีเคยสลายไป ประกายแสงนั้นไม่ใช่แสงสีทองอร่าม หรือแสงสีครามของสายฟ้า แต่เป็นประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ ราวกับเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง

ประกายแสงนั้นค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น ช้าๆ แต่แน่นอน มันกำลังจะก่อกำเนิดสิ่งใหม่ขึ้นมา

และในขณะเดียวกัน บนโลกมนุษย์ เด็กทารกคนหนึ่งที่เพิ่งลืมตาดูโลก ได้ส่งเสียงร้องออกมาเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่น้อยของเขาสะท้อนภาพของประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่กำลังก่อกำเนิดขึ้นในสรวงสวรรค์...

อัสนี... เขาจากไปแล้วจริงหรือ? หรือนี่คือการเริ่มต้นใหม่ของพลังอันยิ่งใหญ่? ความว่างเปล่าที่คืบคลานเข้ามา... จะกลืนกินทุกสิ่งไปจริงหรือไม่? และประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์นั้น... จะนำพาความหวังมาสู่สรวงสวรรค์อีกครั้งได้อย่างไร?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์

ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!