ตอนที่ 22 — เปลวเพลิงแห่งศรัทธา ณ แดนพิรุณ
ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์ · 30 ตอน
ความเงียบสงัดที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามใดๆ เคยปกคลุมสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด บัดนี้ได้ถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบอันแผ่วเบา ทว่าทรงพลังของสายลมที่พัดพาเอาความหวังอันริบหรี่กลับคืนมา อรุณทิพย์ แสงแห่งสวรรค์ ที่เคยจะดับสูญไปพร้อมกับความมืดมิดอันไร้ขอบเขต บัดนี้ ได้กลับมาเปล่งประกายเจิดจรัสอีกครั้ง มิใช่เพียงแสงสว่าง แต่เป็นเปลวเพลิงแห่งศรัทธาที่ลุกโชนขึ้นจากใจของอัสนี
ร่างของอัสนีที่เคยอ่อนแรง ก้าวขึ้นมายืนหยัดอย่างมั่นคง ดวงตาคู่นั้นที่เคยฉายแววเจ็บปวด บัดนี้เต็มไปด้วยประกายแห่งความมุ่งมั่นอันแรงกล้า ราวกับว่าพลังอำนาจอันไร้ขีดจำกัดได้หลั่งไหลกลับคืนสู่กายาของเขาอีกครั้ง ม่านหมอกแห่งความสิ้นหวังที่เคยปกคลุมทั่วสรวงสวรรค์ บัดนี้ได้จางหายไป เหลือเพียงทิวทัศน์อันงดงามตระการตา สวนสวรรค์ที่เคยแห้งแล้ง กลับมาเขียวชอุ่ม ดอกไม้นานาพันธุ์ผลิดอกออกใบแข่งกันอวดสีสันสดใส เสียงน้ำตกที่เคยเงียบสงัด บัดนี้ได้ขับขานบทเพลงแห่งชีวิตอย่างไพเราะเสนาะหู
"นี่หรือคือพลังที่แท้จริงของความศรัทธา..." เสียงของอัสนีดังขึ้นแผ่วเบา ทว่ากึกก้องไปทั่วอาณาบริเวณ เขาเอื้อมมือออกไปสัมผัสกับแสงอรุณทิพย์ที่สาดส่องลงมา ความอบอุ่นอันบริสุทธิ์แผ่ซ่านไปทั่วกาย ราวกับว่าทุกอณูของเซลล์ในร่างกายกำลังถูกชโลมด้วยน้ำทิพย์แห่งสรวงสวรรค์
"ท่านเทพบุตรอัสนี!" เสียงเรียกอันคุ้นเคยดังมาจากเบื้องหลัง อัสนีหันไปมอง พบกับองค์เทพอัสนีวา ที่บัดนี้ทรงสง่างามยิ่งกว่าครั้งใดๆ แสงรัศมีสีทองเปล่งประกายรอบพระวรกาย ดวงพระเนตรทอประกายแห่งความปิติยินดี
"ข้าดีใจที่ท่านกลับมายืนหยัดอีกครั้ง" องค์เทพอัสนีวาตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง "พลังแห่งความมืดมิอาจกลืนกินแสงแห่งศรัทธาที่ท่านมีได้เลย"
อัสนีโค้งคำนับอย่างนอบน้อม "เป็นบุญของข้าพเจ้าที่ได้รับพลังแห่งศรัทธาจากเหล่าทวยเทพและมวลมนุษย์" เขากล่าว "แต่สถานการณ์ยังคงอันตรายยิ่งนัก ความมืดมิดนั้นยังไม่ยอมแพ้"
"เราทราบดี" องค์เทพอัสนีวาทรงพยักหน้า "พลังแห่งความมืดที่ท่านเผชิญอยู่นั้น มิใช่สิ่งที่จะถูกกำจัดได้ง่ายๆ มันหยั่งรากลึกในจิตใจของสรรพสิ่ง มันอาศัยความกลัว ความสิ้นหวัง และความเกลียดชังเป็นอาหาร"
"แล้วเราจะต่อกรกับมันได้อย่างไร?" อัสนีถามด้วยความกังวล
"ด้วยแสงสว่างที่ท่านได้จุดขึ้น" องค์เทพอัสนีวาทรงตอบ "แสงแห่งความหวัง แสงแห่งความรัก และแสงแห่งความกล้าหาญ แสงเหล่านี้คืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดของเรา"
พลันนั้น ท้องฟ้าก็พลันเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม คลื่นพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกมาจากเบื้องลึกของสรวงสวรรค์ เงาดำทะมึนค่อยๆ ก่อตัวขึ้น บิดเบี้ยวเป็นรูปร่างคล้ายอสูรกายโบราณ มันแผ่กรงเล็บอันแหลมคมออกมา พร้อมที่จะฉีกกระชากทุกสิ่งให้แหลกสลาย
"มันกลับมาแล้ว!" เสียงร้องตะโกนดังขึ้นจากเหล่าเทพบริวารที่หลบซ่อนตัวอยู่
อัสนีไม่รอช้า เขากระชับดาบอัสนีบาตในมือ ประกายแสงสีทองส่องสว่างออกมาจากใบดาบ พลังอำนาจอันมหาศาลไหลเวียนไปทั่วร่างของเขา
"จงออกมาเผชิญหน้ากับข้า!" อัสนีตะโกนก้อง ดวงตาจ้องมองไปยังเงาดำมรณะที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"เจ้าคิดว่าเพียงแค่นี้ จะสามารถต้านทานความมืดมิดที่ข้าครอบครองมานับพันปีได้รึ?" เสียงแหบพร่าดังมาจากเงา มันเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจอันชั่วร้าย
"ข้ามิได้มาเพื่อต้านทาน แต่ข้ามาเพื่อกำจัดเจ้า!" อัสนีตอบอย่างเด็ดเดี่ยว
เขาพุ่งทะยานเข้าใส่เงาดำอย่างรวดเร็ว ดาบอัสนีบาตฟาดฟันออกไป แสงสีทองสว่างวาบ เป็นลำแสงที่พุ่งตรงไปยังใจกลางของเงา
ฉัวะ!
เสียงกระทบดังสนั่น เกิดประกายไฟสีทองสาดกระจายไปทั่วบริเวณ เงาดำบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ราวกับว่าถูกคมมีดที่มองไม่เห็นกรีดลงไป
"อย่าได้หลงคิดว่าเจ้าจะชนะข้าได้ง่ายๆ!" เงาคำราม เสียงของมันยิ่งทวีความโกรธแค้น
เงาเริ่มขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว ปกคลุมพื้นที่บริเวณนั้นเป็นวงกว้าง ความมืดมิดกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมิใช่ความมืดมิดที่ไร้ชีวิตชีวา แต่มันเต็มไปด้วยความรู้สึกอันเลวร้าย ราวกับว่าทุกอารมณ์ด้านลบของสรรพสิ่งได้ถูกรวมตัวกันอยู่ในนั้น
"นี่คือพลังแห่งความสิ้นหวัง!" เงากล่าว "มันจะกลืนกินทุกสิ่งให้จมดิ่งสู่ความว่างเปล่า!"
อัสนีรู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาล มันบีบคั้นหัวใจของเขา ราวกับว่าทุกความทรงจำอันเจ็บปวดกำลังถาโถมเข้ามา เขาเห็นภาพความสูญเสีย เห็นความตาย เห็นความทุกข์ทรมานของเหล่าผู้คนที่เขารัก
"ไม่! ข้าจะไม่ยอมแพ้!" อัสนีตะโกนสุดเสียง เขาหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามรวบรวมพลังแห่งศรัทธาที่เขามี
พลันนั้นเอง ภาพของเหล่าทวยเทพที่ส่งยิ้มให้เขา ภาพของมนุษย์ที่มองเขาด้วยความหวัง ภาพของเหล่าวิญญาณที่กำลังสวดอ้อนวอน ก็ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด
"ข้ามิได้ต่อสู้เพื่อตัวข้าเอง แต่ข้าต่อสู้เพื่อทุกสรรพสิ่ง!" อัสนีลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายเจิดจ้ากว่าเดิม
เขาชูดาบอัสนีบาตขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีทองสว่างเจิดจ้าจนแทบไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า พลังอำนาจอันบริสุทธิ์แผ่กระจายออกมาจากตัวเขา เป็นแรงต้านทานต่อพลังแห่งความมืดมิด
"แสงแห่งศรัทธา จงส่องสว่าง!"
เปลวเพลิงสีทองพวยพุ่งออกมาจากดาบอัสนีบาต กลายเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งโอบล้อมตัวเขาไว้ ความมืดมิดที่พยายามจะกลืนกินเขา บัดนี้กลับถูกผลักออกไป
"เป็นไปไม่ได้!" เงาคำรามด้วยความตกตะลึง "พลังของเจ้า...มันแข็งแกร่งเกินไป!"
"พลังนี้มิใช่ของข้าเพียงผู้เดียว" อัสนีกล่าว "แต่มันคือพลังของความดีงามที่มีอยู่ในใจของสรรพสิ่ง"
เขากระโจนเข้าใส่เงาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ใช้เพียงดาบ แต่เขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดที่มีออกมา แสงสีทองสาดส่องไปทั่วทุกอณูของสรวงสวรรค์ ความมืดมิดเริ่มอ่อนกำลังลง มันบิดเบี้ยวอย่างทรมาน ราวกับว่ากำลังถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงแห่งความดี
"เจ้าจะไม่มีวันชนะข้าได้!" เงาพยายามจะตอบโต้ แต่พลังของมันอ่อนแรงลงทุกขณะ
"ความมืดมิอาจอยู่เหนือกาลเวลา" อัสนีกล่าว "และแสงสว่างจะไม่มีวันดับสูญ ตราบใดที่ยังมีศรัทธา"
เขาฟาดฟันดาบอัสนีบาตเป็นครั้งสุดท้าย เป็นการโจมตีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เขาเคยทำมา ลำแสงสีทองสว่างเจิดจ้าจนตาพร่ามัว แล้วก็...
เปรี้ยง!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวทั่วสรวงสวรรค์ ม่านหมอกแห่งความมืดมิดได้สลายไป กลายเป็นฝุ่นละอองสีดำที่ล่องลอยไปในอากาศ
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความสงบและอบอุ่น แสงอรุณทิพย์กลับมาส่องสว่างอีกครั้งอย่างเต็มกำลัง สวนสวรรค์กลับคืนสู่ความงดงามตระการตา
อัสนีทรุดตัวลงคุกเข่า หายใจหอบเหนื่อย แต่รอยยิ้มแห่งชัยชนะปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา
"สำเร็จแล้ว..." เขาพึมพำ
องค์เทพอัสนีวาทรงปรากฏกายขึ้นข้างๆ พระองค์ทรงยื่นพระหัตถ์ไปช่วยพยุงอัสนี
"ท่านทำได้แล้ว ท่านเทพบุตรอัสนี" องค์เทพอัสนีวาทรงตรัสด้วยความชื่นชม "ท่านได้นำแสงสว่างกลับคืนสู่สรวงสวรรค์"
"แต่...นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น" อัสนีเงยหน้ามององค์เทพอัสนีวา "พลังแห่งความมืดนั้นยังคงมีอยู่ มันเพียงแค่ถอยร่นไปเท่านั้น"
"เราทราบดี" องค์เทพอัสนีวาทรงแย้มพระสรวล "และเราเชื่อว่า ท่านจะสามารถเผชิญหน้ากับมันได้เสมอ"
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าก็พลันเกิดรอยแยกขึ้นอย่างรุนแรง แสงสีดำทะมึนอันเย็นเยียบสาดส่องออกมาจากรอยแยกนั้น มันดูแตกต่างจากความมืดมิดที่เพิ่งจะสลายไป มันดูอันตรายยิ่งกว่า
"นี่มันอะไรกัน?" อัสนีถามด้วยความตกใจ
"มิติแห่งเงา..." องค์เทพอัสนีวาตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล "มันกำลังเปิดออก!"
เสียงคำรามอันน่าขนลุกดังมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับเงาตะคุ่มที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายใน มันดูเหมือนว่าจะกำลังจะหลุดออกมา
"เราต้องรีบปิดมัน!" อัสนีกล่าว เขากระชับดาบอัสนีบาตอีกครั้ง
แต่ทันใดนั้นเอง ร่างอันสง่างามในชุดสีดำสนิทก็ปรากฏตัวขึ้นที่ปากทางของรอยแยกนั้น มันคือ...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก