โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 717 คำ
สายลมแห่งความหวังที่พัดพากลับมายังสรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดนั้น ไม่ได้นำพามาเพียงเสียงกระซิบอันแผ่วเบา ทว่าทรงพลังของอดีต หากแต่ยังนำพามาซึ่งความสั่นคลอนอันละเอียดอ่อนในศรัทธาของเหล่าทวยเทพ อรุณทิพย์ แสงแห่งสวรรค์ ที่เคยสว่างไสวเจิดจ้าจนไม่อาจกะพริบตา บัดนี้ยังคงหรี่แสงลงอย่างน่าใจหาย ทว่าประกายริบหรี่นั้นกลับสะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวที่เริ่มปรากฏบนบัลลังก์ทองคำ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจอันสูงสุดของสรวงสวรรค์
อัสนี ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าบัลลังก์นั้น ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังรอยร้าวเล็กๆ ที่กำลังขยายตัวออกอย่างเชื่องช้า ราวกับเส้นใยแมงมุมที่ถักทอขึ้นจากความมืดอันไร้ขอบเขตที่เขาเคยเผชิญมา ความมืดนั้นมิใช่เพียงม่านหมอก หรือเงาที่ปรากฏให้เห็น แต่เป็นตัวตนที่กำลังกัดกินแก่นแท้ของสวรรค์ทีละน้อย
"นี่คือสิ่งที่เจ้าต่อสู้มาอย่างยาวนานงั้นหรือ อัสนี" เสียงของเทพธิดาอัปสรินทร์ ดังขึ้นแผ่วเบา นางยืนอยู่เคียงข้างเขา ดวงหน้าซีดเผือดสะท้อนความกังวลที่ยากจะปกปิด "แสงสว่างที่เราเคยเชื่อมั่น...มันกำลังจะดับสูญไปเช่นนั้นหรือ"
อัสนีพยักหน้าช้าๆ "ความมืดนี้ไม่ใช่ศัตรูที่จะสามารถสังหารได้ด้วยคมดาบ หรืออิทธิฤทธิ์ใดๆ มันคือความเสื่อมถอย เป็นความสิ้นหวังที่เกาะกินจิตวิญญาณ" เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าสีทองอร่ามที่เริ่มมีประกายสีเทาเข้ามาแทรกแซง "เมื่อศรัทธาของเหล่าทวยเทพสั่นคลอน เมื่อความเชื่อมั่นในแสงสว่างเริ่มจางหาย...ความมืดก็จะยิ่งทวีพลัง"
เหล่าเทพบุตรเทพธิดาที่เหลืออยู่ต่างมองหน้ากันด้วยความหวาดหวั่น เสียงกระซิบกระซาบเริ่มดังขึ้น บ้างก็กล่าวโทษ บ้างก็พยายามหาเหตุผล แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถเข้าใจถึงแก่นแท้ของภัยพิบัติครั้งนี้ได้อย่างถ่องแท้
"แล้วเราจะทำเช่นไรเล่า อัสนี" เทพบุตรองค์หนึ่งเอ่ยถาม น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง "เราไม่อาจต้านทานมันได้เช่นนั้นหรือ"
อัสนีหันไปมองเทพบุตรองค์นั้น ดวงตาของเขาฉายประกายแห่งความมุ่งมั่นที่ยังคงไม่ยอมแพ้ "เราจะต่อสู้...ด้วยการยึดมั่นในสิ่งที่สำคัญที่สุด"
"สิ่งที่สำคัญที่สุด?" เทพธิดาองค์หนึ่งเอ่ยถาม พลางมองไปยังอัสนีด้วยแววตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัย
"ใช่...คือศรัทธา" อัสนีตอบเสียงหนักแน่น "ศรัทธาในความดีงาม ศรัทธาในแสงสว่าง และเหนือสิ่งอื่นใด...ศรัทธาในตัวเราเอง"
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า ยืนเต็มความสูงเบื้องหน้าเหล่าทวยเทพ ดวงตาของเขากวาดมองไปทั่ว "ข้าได้เผชิญหน้ากับความมืดนั้นมาแล้ว ข้ารู้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของมัน แต่ข้าก็รู้เช่นกันว่าความมืดนั้นมิใช่สิ่งที่อยู่เหนือกาลเวลา"
ทันใดนั้นเอง พื้นสวรรค์เบื้องหน้าบัลลังก์ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวบนบัลลังก์ขยายกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นความว่างเปล่าสีดำสนิทที่อยู่เบื้องล่าง เสียงคร่ำครวญอันแผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดดังสะท้อนก้องไปทั่วสรวงสวรรค์
"นั่นมันอะไรกัน!" เทพธิดาอัปสรินทร์อุทานด้วยความตกใจ
"มันคือผลลัพธ์ของการที่ศรัทธาของเราอ่อนแอลง" อัสนีตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความปวดร้าว "ความมืดกำลังกัดกินแก่นแท้ของสวรรค์...มันกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง"
เงาทะมึนเริ่มคืบคลานออกมาจากรอยร้าวบนบัลลังก์ มันมิใช่เงาธรรมดา แต่เป็นรูปธรรมของความสิ้นหวัง ความโกรธแค้น และความริษยาที่สั่งสมมานานนับภพสมัย เงาเหล่านั้นมีรูปร่างคล้ายมนุษย์ บ้างก็มีดวงตาที่ลุกไหม้ด้วยเปลวไฟสีดำ บ้างก็มีเสียงหัวเราะที่เสียดแทงโสตประสาท
เหล่าทวยเทพพากันหวีดร้องด้วยความหวาดกลัว พยายามถอยหนี แต่ดูเหมือนเงาทมิฬเหล่านั้นจะเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าที่คาด มันล้อมกรอบพวกเขาไว้ราวกับตาข่ายที่มองไม่เห็น
"อย่าปล่อยให้ความกลัวครอบงำ!" อัสนีตะโกนสุดเสียง พลางรวบรวมพลังอัสนีในกาย "เราคือผู้ปกป้องสรวงสวรรค์! เราคือผู้ที่ต้องยึดมั่นในแสงสว่าง!"
เขากระโดดขึ้นไปบนบัลลังก์ที่กำลังแตกสลาย ดวงตาของเขาส่องประกายสีฟ้าเข้มราวกับสายฟ้าที่กำลังก่อตัว พลังมหาศาลแผ่กระจายออกมาจากตัวเขา บังคับให้เงาทมิฬบางส่วนต้องถอยร่นไป
"นี่คือการทดสอบครั้งสุดท้ายของเรา" อัสนีกล่าวเสียงดัง "หากเราผ่านพ้นไปได้ สวรรค์จะกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง แต่หากเราพ่ายแพ้...ความมืดนี้จะกลืนกินเราไปตลอดกาล"
เขาเงื้อแขนขึ้น ปล่อยกระแสไฟฟ้าสีฟ้าเข้มพุ่งเข้าใส่เงาทมิฬที่พยายามเข้ามาใกล้ที่สุด ร่างของเงาเหล่านั้นสลายหายไปราวกับควันไฟ แต่แล้วก็มีเงาใหม่ปรากฏขึ้นมาแทนที่อย่างไม่หยุดหย่อน
เทพธิดาอัปสรินทร์เห็นดังนั้น จึงรวบรวมสติ พลางร่ายมนตร์แห่งแสงสว่าง ดอกบัวสีทองบานสะพรั่งรอบตัวเธอ แสงอ่อนโยนที่แผ่กระจายออกมาช่วยขับไล่เงาทมิฬที่อยู่ใกล้เคียงออกไปได้บ้าง
"ท่านอัสนี!" นางตะโกนเรียก "เราต้องร่วมมือกัน!"
อัสนีหันมามองนาง ดวงตาของเขาฉายประกายแห่งความขอบคุณ "ข้าจะเปิดทางให้...เจ้าจงนำแสงสว่างของเจ้าเข้าไปสถิตในบัลลังก์!"
เขาพุ่งเข้าใส่กลุ่มเงาทมิฬที่หนาแน่นที่สุด สร้างสนามพลังไฟฟ้าอันทรงพลังขึ้นมา ล้อมกรอบพวกมันไว้ ทำให้พวกมันไม่สามารถขยับตัวได้สะดวก เทพธิดาอัปสรินทร์ใช้โอกาสนี้ ร่ายมนตร์แห่งแสงสว่างที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม บังคับให้แสงสีทองส่องเข้าไปในรอยร้าวบนบัลลังก์
แต่เมื่อแสงแห่งสวรรค์พยายามจะเข้าไปสถิตในใจกลางของบัลลังก์ รอยร้าวก็ยิ่งขยายกว้างขึ้น เผยให้เห็นภาพอันน่าสะพรึงกลัวเบื้องล่าง...ร่างของมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ กำลังถูกพันธนาการด้วยโซ่แห่งความมืด ดวงตาของท่านส่องประกายแห่งความเจ็บปวด และพลังที่กำลังจะหมดสิ้น
"มหาเทพ!" เหล่าทวยเทพอุทานพร้อมกันด้วยความตกตะลึง
"พลังของความมืด...แข็งแกร่งเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้" อัสนีกล่าว เสียงของเขาแผ่วเบาลงเล็กน้อย ราวกับพลังของเขาเริ่มร่อยหรอ "ข้า...ไม่แน่ใจว่าเราจะต้านทานมันได้หรือไม่..."
เงาทมิฬที่เคยถอยร่นไปก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับพุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง โดยเฉพาะเงาที่ดูเหมือนจะมีรูปร่างคล้ายชายร่างสูงใหญ่ สวมอาภรณ์สีดำสนิท ดวงตาของมันลุกไหม้ด้วยไฟสีแดงฉาน มันพุ่งตรงเข้าใส่อัสนีด้วยความเร็วที่น่าหวาดกลัว
การต่อสู้ได้ถึงจุดแตกหัก...ศรัทธาของเหล่าทวยเทพสั่นคลอน และเงาทมิฬกำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง...

ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก