ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์

ตอนที่ 25 — เปลวเพลิงแห่งศรัทธา ณ หุบผามายา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 921 คำ

ความเงียบงันอันน่าขนลุกที่เคยปกคลุมสรวงสวรรค์ได้ถูกสลายไป แทนที่ด้วยเสียงกระซิบแห่งสายลมที่นำพาความหวังอันริบหรี่กลับมาพร้อมกับอรุณทิพย์ ทว่าความหวังนั้นกลับไม่อาจกลบเกลื่อนรอยร้าวแห่งศรัทธาที่เริ่มปรากฏขึ้นในหมู่ทวยเทพได้ สรวงสวรรค์ชั้นสูงสุดยังคงสั่นสะเทือน ราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ ภายในใจของเหล่าทวยเทพแต่ละพระองค์ต่างมีคำถามและความเคลือบแคลงใจที่ก่อตัวขึ้น ราวกับเมล็ดพันธุ์แห่งความมืดที่กำลังงอกงาม

“นี่คือสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์หรือ อัสนี?” ‌เสียงของเทพแห่งกาลเวลาดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่าเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย แสงแห่งสรวงสวรรค์ที่เคยเจิดจ้ากลับดูหม่นหมองลงไปถนัดตา “ความเชื่อมั่นที่เรามีต่อพระองค์ กำลังถูกทดสอบอย่างหนักหน่วง”

“ความเชื่อมั่นนั้นหาได้สูญสิ้นไปไม่” อัสนีตอบกลับ เสียงของเขาดังกังวาน ทว่าแฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยว ​“เพียงแต่มันกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ด้วยความจริงที่ซ่อนเร้น”

“ความจริงอันใดเล่า?” เทพีแห่งปัญญาถาม น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความกังวล “หากเป็นความจริงที่ทำลายรากฐานแห่งการดำรงอยู่ของเรา เช่นนั้นแล้ว การที่เราเคยเชื่อมั่นในพระองค์มาตลอดเล่า นั่นคือสิ่งอันใด?”

“คือสิ่งอันถูกต้องแล้ว” ‍อัสนีกล่าวพร้อมกับยกมือขึ้น ปลายนิ้วของเขาส่องประกายราวกับดวงดาวที่กำลังจะระเบิด “แต่บัดนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องมองให้ทะลุผ่านภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้น”

ขณะที่อัสนีกล่าวเช่นนั้น เหล่าทวยเทพต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย บ้างก็ยังคงความสับสน บ้างก็เริ่มมีความหวังเล็กๆ ผุดขึ้นในใจ ‌แต่ที่แน่ๆ คือ สรวงสวรรค์แห่งนี้มิอาจคงอยู่เฉกเช่นเดิมได้อีกต่อไป

“ข้าจะนำพาทุกท่านไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง” อัสนีกล่าวต่อ “ที่นั่น ความจริงอันแท้จริงจะปรากฏแก่ทุกท่าน”

แสงสีฟ้าครามเจิดจ้าพลันสว่างวาบขึ้นรอบกายของอัสนี ร่างของเขาเริ่มเลือนลางไป ก่อนจะหายลับไปในอากาศ ‍ทิ้งไว้เพียงความอึงอลและความคาดหวังอันแปลกประหลาดในหมู่ทวยเทพ


ในขณะเดียวกัน ณ หุบผามายาอันลึกลับ โลกมนุษย์ในยุคโบราณที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ เปลวเพลิงสีดำสนิทกำลังลุกโชนท่ามกลางความมืด ราวกับอุกกาบาตแห่งหายนะที่ตกลงมาจากเบื้องบน เพลิงนั้นมิได้ให้ความอบอุ่น หากแต่กลับแผ่ไอเย็นยะเยือกออกมา ​แผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้กลายเป็นเถ้าธุลี

ร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงนั้น เขาคือ อัสนี ในร่างมนุษย์ ดวงตาของเขาลุกวาวราวกับถ่านหินที่กำลังจะปะทุ ทว่าแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยที่ยากจะบรรยาย เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่ง มีรอยไหม้เกรียมไปทั่ว ​แต่เขากลับดูไม่สะทกสะท้าน ราวกับว่าเปลวเพลิงนั้นมิได้ส่งผลอันใดต่อเขาเลย

“ถึงเวลาแล้วหรือ…” เสียงของเขาแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ซ่อนเร้น “ถึงเวลาที่จะต้องปลดปล่อยความจริงที่ถูกจองจำ”

เบื้องหน้าของเขาคือแท่นบูชาโบราณที่ถูกสลักเสลาด้วยอักขระที่ไม่เคยมีผู้ใดเคยพบเห็นมาก่อน ยอดแท่นบูชามีหินสีดำทะมึนวางอยู่ มันเปล่งประกายราวกับจะดูดกลืนแสงทั้งหมดรอบข้าง

ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องอันโหยหวนดังขึ้นมาจากเบื้องลึกของหุบผา ​ราวกับมีสิ่งมีชีวิตโบราณอันน่าสะพรึงกลัวกำลังตื่นขึ้นจากนิทราอันยาวนาน

“เจ้า… เจ้ากล้าดียังไง…” เสียงนั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความทรมาน “เจ้า… อัสนี…”

อัสนีหันหน้าไปทางต้นเสียง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้ามาเพื่อปลดปล่อยเจ้า… และเพื่อปลดปล่อยทุกสรรพสิ่ง”

เปลวเพลิงสีดำรอบกายเขาพลันลุกโชนขึ้นอีกครั้ง รุนแรงกว่าเดิม ราวกับจะสลายม่านหมอกและหุบผาแห่งนี้ให้หายไป


กลับมายังสรวงสวรรค์ เหล่าทวยเทพที่ถูกอัสนีพามาถึง ยังคงยืนนิ่งงันอยู่บนอากาศ ราวกับลอยคว้างอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า เบื้องหน้าของพวกเขาปรากฏเป็นภาพนิมิตอันน่าตกตะลึง

ภาพนั้นคือหุบผามายาอันมืดมิด เปลวเพลิงสีดำที่ลุกไหม้ และร่างของอัสนีที่ยืนหยัดอยู่กลางเปลวเพลิงนั้น

“นี่… นี่มันคืออะไรกัน?” เทพแห่งกาลเวลาเอ่ยถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ

“นั่นคือ… อัสนี?” เทพีแห่งปัญญาอุทาน ใบหน้านางซีดเผือด

“ข้าสัมผัสได้ถึงพลังที่บิดเบี้ยว… พลังแห่งความมืด” เทพแห่งสงครามกล่าว น้ำเสียงของเขาเคร่งเครียด

“นั่นคือสถานที่ที่ข้าเคยบอกว่าไร้ซึ่งแสงสว่าง” อัสนีในร่างทิพย์กล่าวขึ้น เขาปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้าของเหล่าทวยเทพอีกครั้ง “ที่นั่นคือมิติแห่งเงา ที่ซึ่งความจริงอันเจ็บปวดถูกกักขังเอาไว้”

“แล้วเหตุใดพระองค์จึงทรงพาพวกข้ามาที่นี่?” เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ถามอย่างไม่เข้าใจ

“เพื่อแสดงให้เห็นถึงราคาที่ต้องจ่าย… เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของความเสียสละ” อัสนีกล่าว “ภาพที่ท่านเห็นนั้น คือการต่อสู้ที่ข้ากำลังเผชิญอยู่… การต่อสู้กับเงาของตนเอง”

ภาพนิมิตพลันเปลี่ยนไป เผยให้เห็นถึงอัสนีที่กำลังเผชิญหน้ากับร่างเงาของตนเอง ร่างเงาของอัสนีนั้นมีดวงตาที่แดงก่ำ เปล่งประกายแห่งความชั่วร้ายออกมา มันกำลังใช้พลังแห่งความมืดเข้าโจมตีอัสนีอย่างไม่หยุดหย่อน

“นั่นคือ… อัสนีอีกตนหนึ่งหรือ?” เทพีแห่งความรักถามอย่างหวาดกลัว

“ใช่” อัสนีในร่างทิพย์ตอบ “นั่นคืออีกด้านหนึ่งของข้า… ด้านที่ถูกความเจ็บปวดและความสิ้นหวังกัดกิน… ด้านที่ถูกความปรารถนาอันมืดมิดครอบงำ”

เปลวเพลิงสีดำที่ล้อมรอบร่างของอัสนีในภาพนิมิตพลันรุนแรงขึ้นอีกครั้ง ราวกับจะเผาผลาญตัวตนของเขาให้แหลกลาญ

“ข้าต้องเผชิญหน้ากับมัน… เพื่อที่จะสามารถก้าวผ่านไปได้” อัสนีกล่าว “เพื่อที่จะสามารถนำพาทุกท่าน… ไปสู่แสงสว่างที่แท้จริง”

“แต่… หากพระองค์พ่ายแพ้เล่า?” เทพแห่งกาลเวลาถามอย่างลังเล

“นั่นคือสิ่งที่จะไม่มีวันเกิดขึ้น” อัสนีกล่าวอย่างหนักแน่น “เพราะในตัวข้า… ยังคงมีเปลวเพลิงแห่งศรัทธาที่ลุกไหม้… ศรัทธาในความดีงาม… ศรัทธาในทุกท่าน”

ขณะที่อัสนีกล่าวเช่นนั้น แสงสีฟ้าครามจากปลายนิ้วของเขาก็ส่องประกายขึ้นอีกครั้ง มันแผ่กระจายออกไป สัมผัสกับเหล่าทวยเทพแต่ละพระองค์

“จงรับเอา… พลังแห่งความหวังนี้ไป” อัสนีกล่าว “จงใช้มัน… เพื่อเสริมสร้างศรัทธาของท่าน… เพื่อต่อต้านความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา”

เหล่าทวยเทพรู้สึกถึงพลังอันอบอุ่นที่ไหลเวียนเข้ามาในร่างของตนเอง มันปลุกเร้าความรู้สึกที่เคยถูกบั่นทอนให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

“ข้า… ข้าสัมผัสได้ถึงความหวังอีกครั้ง!” เทพีแห่งปัญญาอุทาน ใบหน้าของนางที่เคยซีดเผือดกลับมีสีเลือดฝาดขึ้นมา

“ศรัทธา… ศรัทธาของเรา… จะไม่สั่นคลอนอีกต่อไป!” เทพแห่งกาลเวลาประกาศก้อง

“เราจะยืนหยัด… เคียงข้างพระองค์” เทพแห่งสงครามกล่าว พร้อมกับกำหมัดแน่น

ภาพนิมิตของหุบผามายาและอัสนีที่กำลังต่อสู้กับเงาของตนเองยังคงฉายชัดอยู่ตรงหน้า เหล่าทวยเทพมองภาพนั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความสับสนและหวาดกลัว กลายเป็นความมุ่งมั่นและความศรัทธาอันแรงกล้า

“แต่… หากพระองค์ทรงต้องการความช่วยเหลือเล่า?” เทพีแห่งความรักถามอย่างห่วงใย

“เมื่อถึงเวลา… ข้าจะบอก” อัสนีตอบ “แต่บัดนี้… จงเตรียมตัวให้พร้อม… เพราะสงครามที่แท้จริง… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น”

ทันใดนั้นเอง แสงสว่างจากภาพนิมิตก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง จนเหล่าทวยเทพต้องยกมือขึ้นบังตา ภาพนั้นพลันหายไป เหลือเพียงความว่างเปล่า

“ตอนนี้… จงกลับไปยังที่ของท่าน” อัสนีกล่าว “และจงเตรียมพร้อม… สำหรับการมาเยือนของความจริง”

ร่างของอัสนีในร่างทิพย์พลันเลือนหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แผ่ปกคลุมสรวงสวรรค์อีกครั้ง ทว่าความเงียบงันนี้… ไม่ใช่ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว หากแต่เป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง และความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง…

ในขณะที่เหล่าทวยเทพกำลังกลับไปยังที่ของตนเอง เสียงกระซิบอันแผ่วเบาดังขึ้นมาจากที่ใดที่หนึ่งภายในสรวงสวรรค์…

“การเสียสละ… คือหนทางเดียว…”

เสียงนั้น… เป็นเสียงที่คุ้นเคย… และน่าสะพรึงกลัว…


รอติดตามตอนต่อไป

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์

ดวงใจอัสนี...บัลลังก์สวรรค์

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!