ม่านรักคลี่ดาว

ตอนที่ 10 — เสียงเพลงจากแดนดาว

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 913 คำ

ไอเย็นของลมยามค่ำคืนยังคงเกาะกุมผิวกายของธันวา เขายังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น พิงราวระเบียงไม้เย็นเฉียบเช่นเคย ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังเบื้องหน้า ท่ามกลางความมืดมิดที่ค่อยๆ กลืนกินแสงสุดท้ายของวัน มีเพียงแสงดาวระยิบระยับที่สว่างไสวขึ้นมาแทนที่ ทว่าในค่ำคืนนี้ ‌สายตาของเขามิได้เพ่งมองไปยังดวงดาวเหล่านั้นเพียงอย่างเดียว หากแต่มีบางสิ่งบางอย่างที่ดึงดูดความสนใจของเขาไปอีกทางหนึ่ง

เสียงเปียโนหวานซึ้งราวกับน้ำค้างยามเช้าที่ร่วงหล่นลงบนกลีบกุหลาบ ยามนี้กลับดังแว่วมาแต่ไกล แผ่วเบา ทว่าก้องกังวานจับใจ มันคือทำนองที่ไม่คุ้นหู แต่กลับสอดประสานกับบรรยากาศแห่งความเงียบสงัดยามราตรีได้อย่างลงตัว ราวกับว่าเสียงเพลงนั้นถูกถักทอขึ้นมาเพื่อขับกล่อมดวงดาวบนฟากฟ้าให้หลับใหล ​หรือไม่ก็ปลุกหัวใจของใครบางคนให้ตื่นจากภวังค์

ธันวาขยับตัวเล็กน้อย เขาผ่อนลมหายใจแผ่วเบา มองไปยังทิศทางที่เสียงดนตรีกำลังลอยมา การยืนพิงระเบียงไม้ในมุมเดิมๆ ที่เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนในยามที่หัวใจว้าวุ่น กลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไปในค่ำคืนนี้

ความทรงจำเก่าก่อนผุดขึ้นมาอย่างเชื่องช้า จิตใจของเขาดำดิ่งลงไปในห้วงอดีต ภาพของมินตรา ‍ภาพของเธอในยามที่ปลายนิ้วเรียวสวยของเธอแตะต้องแป้นเปียโน เสียงเพลงที่เธอบรรเลงในครั้งก่อนๆ มันมีความเศร้าปนความหวัง มีความสุขปนความเจ็บปวด แต่ไม่เคยมีทำนองใดที่ทำให้หัวใจของเขารู้สึกสงบนิ่งได้อย่างประหลาดเช่นนี้

เขาจำได้ดี ค่ำคืนเหล่านั้นที่เขาเคยใช้เวลาอยู่เพียงลำพังใต้แสงดาว ปล่อยให้ความคิดและความรู้สึกที่ตีรวนในอกค่อยๆ คลายตัวลง ‌การมองดาวสำหรับเขาคือการเยียวยา คือการค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ แต่คืนนี้ ความสงบนั้นถูกเติมเต็มด้วยเสียงเพลง

เสียงเปียโนยังคงบรรเลงต่อไป ทำนองที่อ่อนหวาน ชวนฝัน ราวกับบทกวีที่ถูกร้อยเรียงด้วยหยาดน้ำตาและรอยยิ้ม ธันวาหลับตาลง ‍ปล่อยให้เสียงเพลงพาใจของเขาเดินทางไปยังดินแดนที่ไกลออกไป ดินแดนที่เขาเคยสัมผัสเพียงในความฝัน

ทำนองนั้นเริ่มต้นอย่างแผ่วเบา ราวกับเสียงกระซิบของสายลม ก่อนจะค่อยๆ ทวีความเข้มข้นขึ้น แต่ก็ยังคงความนุ่มนวลไว้ มีโน้ตบางตัวที่สูงเสียดฟ้า ราวกับกำลังเอื้อมมือไปสัมผัสหมู่ดาว ​และบางโน้ตที่ทอดลงต่ำ ราวกับเสียงสะอื้นไห้ที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตวิญญาณ

ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะไม่ชอบ แต่เพราะความรู้สึกบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคย แต่ก็แปลกใหม่ในเวลาเดียวกัน

เขารู้สึกถึงความเหงา แต่ไม่ใช่ความเหงาที่อ้างว้าง มันคือความเหงาที่โหยหาใครสักคน ​ความเหงาที่อยากแบ่งปันช่วงเวลาอันงดงามนี้ให้กับใครสักคน

เสียงเปียโนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มีทำนองที่ฟังดูคุ้นเคยกว่าเดิม แต่ก็ยังคงจับต้นชนปลายไม่ถูก มันเหมือนกับความทรงจำที่เลือนราง ดึงเขาให้กลับไปสู่อดีตที่เขาพยายามจะลืม แต่ก็อดไม่ได้ที่จะโหยหา

เขานึกถึงวันวาน วันที่เขากับมินตราเคยใช้เวลาอยู่ด้วยกันใต้แสงดาว วันที่เราเคยแบ่งปันความฝัน ​ความหวัง และความเจ็บปวด วันที่เสียงเปียโนของเธอเคยเป็นบทเพลงที่ขับกล่อมหัวใจของเขา

แต่แล้ว… ทำนองนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไป มันมีท่วงทำนองที่หนักแน่นขึ้น มีความเร่าร้อนที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความอ่อนหวาน ราวกับอารมณ์ที่ถูกเก็บกดเอาไว้ กำลังจะปะทุออกมา

ธันวาลืมตาขึ้น ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังทิศทางเดิมอีกครั้ง เขาจำได้แล้ว… ทำนองนี้… มันคือทำนองเพลงที่มินตราเคยแต่งให้เขาเมื่อนานมาแล้ว เพลงที่เธอเรียกว่า "ดาวเหนือ"

เขาไม่เคยได้ยินเธอเล่นเพลงนี้อีกเลยหลังจากคืนนั้น คืนที่เขาตัดสินใจเดินจากเธอไป คืนที่เธอร้องไห้จนน้ำตาไหลพราก

ในตอนนั้น เขาคิดว่าเขาทำสิ่งที่ถูกต้อง เขาคิดว่าการจากไปคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งสองคน แต่เมื่อได้ยินเสียงเพลงนี้อีกครั้ง หัวใจของเขาก็สั่นสะท้าน

ทำนองที่เคยเปี่ยมไปด้วยความหวังและความรักในครั้งก่อน บัดนี้กลับแฝงไปด้วยความเศร้าที่ลึกซึ้ง ความผิดหวัง และการตัดพ้อที่ถูกเก็บงำเอาไว้

ธันวาผ่อนลมหายใจแผ่วเบา เขาเดินออกจากระเบียงไม้ ก้าวเข้าไปในห้องโถงที่ว่างเปล่า แสงดาวสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เผยให้เห็นเงาของเขาที่ทอดทาบทับอยู่บนพื้น

เขาเดินไปยังเปียโนตัวใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง เป็นเปียโนตัวเดียวกับที่มินตราเคยใช้เล่นเมื่อครั้งยังอยู่ที่นี่

เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เขาเห็นมัน มินตรากำลังนั่งเล่นเปียโนตัวนี้อยู่ น้ำตาของเธอร่วงหล่นลงบนแป้นเปียโนสีขาวดำเหล่านั้น

ธันวากำมือแน่น เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานได้ เขาเดินเข้าไปใกล้เปียโนมากขึ้น ปลายนิ้วเรียวสวยของเขาค่อยๆ เลื่อนไปสัมผัสกับแป้นเปียโนที่เย็นเฉียบ

ความรู้สึกแปลกประหลาดถาโถมเข้ามา เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีความสามารถในการเล่นเปียโนมาก่อน แต่ในขณะที่ปลายนิ้วของเขากำลังแตะต้องแป้นเปียโน เสียงเพลงจากแดนดาวก็ดังขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง

มันคือทำนองเพลง "ดาวเหนือ" ที่มินตราเคยเล่น แต่คราวนี้… มันมีความแตกต่างออกไป

ทำนองนั้นถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในใจของเขา มีความโกรธ ความเสียใจ และความรักที่ไม่เคยจางหายไป

ธันวาหลับตาลง เขาปล่อยให้ปลายนิ้วของเขาเคลื่อนไหวไปตามทำนองที่ดังอยู่ในหัว ราวกับว่าเขากำลังถูกนำทางโดยมือที่มองไม่เห็น

โน้ตตัวแรกดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ทว่าหนักแน่น ราวกับเป็นการประกาศศักดาของหัวใจที่แตกสลาย

“ดาวเหนือ…” เขากระซิบออกมาเบาๆ

เสียงเปียโนค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ ทำนองเพลง "ดาวเหนือ" ที่เขาเคยได้ยินจากมินตรา กลับถูกตีความใหม่ภายใต้ปลายนิ้วของเขา มันเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ทั้งความโกรธเกรี้ยวและความอ่อนโยน ความเจ็บปวดและความหวัง

เขาเล่นเพลงนั้นซ้ำไปซ้ำมา พยายามที่จะถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดที่มีต่อมินตราลงไปในบทเพลงนี้

เขาต้องการให้เธอรู้ ว่าเขาไม่เคยลืมเธอ ว่าเขายังคงรักเธอ แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม

แต่ยิ่งเขาเล่นมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความอ้างว้างมากขึ้นเท่านั้น

ทำไมเขาถึงปล่อยให้เธอต้องเจ็บปวด? ทำไมเขาถึงตัดสินใจเดินจากไป?

คำถามเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขา ราวกับคลื่นที่ซัดสาดเข้าฝั่งอย่างไม่หยุดหย่อน

เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าผ่านกระจกบานใหญ่ ดวงดาวเหล่านั้นยังคงส่องแสงระยิบระยับอยู่เช่นเคย แต่ในค่ำคืนนี้ ดวงดาวเหล่านั้นกลับดูห่างไกลออกไป ราวกับว่ามันกำลังเยาะเย้ยความเจ็บปวดของเขา

เสียงเพลงของเขาหยุดลงอย่างกะทันหัน

ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งห้องโถง มีเพียงเสียงหัวใจของเขาที่เต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง

ธันวาปล่อยมือจากแป้นเปียโน เขากำมือแน่นอีกครั้ง ก่อนจะทุบลงไปบนเปียโนอย่างแรง

เสียงเปียโนดังขึ้นอย่างดังสนั่น ราวกับว่ามันกำลังกรีดร้องไปด้วยความเจ็บปวด

“มินตรา!” เขาตะโกนเรียกชื่อเธออย่างสุดเสียง

น้ำตาที่เขาพยายามกักเก็บไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บัดนี้กลับไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

เขาทรุดตัวลงนั่งบนพื้นห้องโถง ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังเปียโนตัวใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

เขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นมีความหมายอะไร

แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ชัด คือหัวใจของเขากำลังแตกสลาย

และมีเพียงเสียงเพลงจากแดนดาวเท่านั้น ที่สามารถเยียวยาหัวใจที่แตกสลายของเขาได้

เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลรินลงมาอาบแก้ม

ในค่ำคืนที่ดาวเต็มฟ้า… เขาได้ยินเสียงเพลงอีกครั้ง

แต่คราวนี้… เสียงเพลงนั้นไม่ได้มาจากเปียโน

หากแต่มาจาก… เสียงของหัวใจ… ที่กำลังเต้นร่ำเรียกหา… ใครสักคน…

ใครบางคน… ที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้พบเจออีกแล้ว…

เสียงเพลงนั้น… ดังขึ้น… แผ่วเบา… แต่ก็ชัดเจน…

มันคือเสียงเพลง… ที่เขาเคยได้ยิน… จากมินตรา…

ในยามค่ำคืน… ใต้แสงดาว…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ม่านรักคลี่ดาว

ม่านรักคลี่ดาว

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!