ไอเย็นของลมยามค่ำคืนยังคงเกาะกุมผิวกายของธันวา เขายังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น พิงราวระเบียงไม้เย็นเฉียบเช่นเคย ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังเบื้องหน้า ท่ามกลางความมืดมิดที่ค่อยๆ กลืนกินแสงสุดท้ายของวัน มีเพียงแสงดาวดวงแล้วดวงเล่าที่เริ่มปรากฏขึ้น ทอประกายระยิบระยับราวกับอัญมณีที่ประดับประดาบนผืนกำมะหยี่สีดำสนิท
ทุกค่ำคืนที่ผ่านมา ธันวาจะมาหยุดยืนอยู่ที่ระเบียงนี้เสมอ มันกลายเป็นกิจวัตรที่เขาขาดไม่ได้ ราวกับว่าการได้มองดาวเป็นเสมือนการเติมพลังชีวิตให้กับเขา แต่คืนนี้ แสงดาวเหล่านั้นกลับมีความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าครั้งใดๆ มันไม่ใช่เพียงแค่ความงามอันไกลโพ้น แต่เป็นกระจกสะท้อนความทรงจำที่ผูกพันกับใครบางคน
เสียงเปียโนที่แผ่วเบาแต่กังวาน ดังลอดออกมาจากห้องโถงใหญ่ โน้ตแต่ละตัวที่บรรเลงออกมานั้นราวกับมีชีวิต ล่องลอยไปกับสายลม ชวนให้หัวใจหวั่นไหว มินตรา... ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในความคิดของเขาโดยอัตโนมัติ
เขาจำได้ดีถึงคืนแรกที่เขาได้ยินเสียงเปียโนของเธอ มันเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยฝนพรำ เสียงเปียโนของเธอที่ดังขึ้นท่ามกลางเสียงฟ้าคะนอง เป็นเหมือนโอเอซิสในทะเลทราย เสียงนั้นปลอบประโลมจิตใจที่สับสนของเขา ทำให้เขาได้พบกับเธอในที่สุด
ธันวากระชับมือที่วางพิงอยู่บนราวระเบียงแน่นขึ้นอีกนิด ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ ท้องฟ้าที่เริ่มมีดาวมากขึ้น แต่สายตาของเขากลับจับจ้องอยู่ที่กลุ่มดาวกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มดาวที่เขาเคยบอกกับเธอว่าเขาชอบ
"ดูสิ... กลุ่มดาวหมีใหญ่... เห็นไหมมินตรา... ดาวดวงนั้นคือดาวเหนือ..."
เขาจำน้ำเสียงของตัวเองได้ เสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่น ช่างแตกต่างจากน้ำเสียงเย็นชาที่เขาเคยใช้กับคนอื่นๆ ความทรงจำเหล่านั้นหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อน ราวกับภาพยนตร์ฉายซ้ำในหัว
แล้วเสียงเปียโนก็เปลี่ยนไป จังหวะเปลี่ยนจากเพลงบรรเลงที่สงบนิ่ง กลายเป็นเพลงที่มีความเร่าร้อนมากขึ้น มีพลังขับเคลื่อนที่แฝงไว้ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ มันคือเพลงที่เขาไม่คุ้นเคย แต่กลับมีท่วงทำนองที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
ธันวาผงะเล็กน้อย เขาไม่เคยได้ยินมินตราเล่นเพลงนี้มาก่อน เสียงเปียโนที่ดังขึ้นนั้นมีความลึกลับ ซับซ้อน และเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย มันมีทั้งความโหยหา ความสุข ความเศร้า และความหวังที่ปะปนกันไป
เขาค่อยๆ คลายมือออกจากราวระเบียง แล้วก้าวเดินอย่างเชื่องช้าไปทางต้นเสียง เขาไม่ได้อยากจะรบกวนเธอ แต่เขากลับถูกดึงดูดให้เข้าไปใกล้ เสียงเพลงของเธอมันมีพลังบางอย่างที่ยากจะต้านทาน
เมื่อเดินมาถึงหน้าห้องโถงใหญ่ ประตูห้องถูกเปิดแง้มอยู่เพียงเล็กน้อย ธันวาชะงัก เขาเห็นเงาของมินตรานั่งอยู่หลังเปียโน แสงสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะ และแสงดาวที่ลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ สาดส่องลงบนร่างของเธอ ทำให้ร่างของเธอดูราวกับเป็นนางฟ้าที่กำลังบรรเลงเพลงจากสรวงสวรรค์
นิ้วเรียวของเธอเคลื่อนไหวไปบนแป้นเปียโนอย่างรวดเร็ว แต่แฝงไว้ด้วยความอ่อนช้อย ท่วงทำนองเพลงนั้นยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มันเป็นบทเพลงที่เต็มไปด้วยเรื่องราว บรรยายถึงความรัก ความผูกพัน และความปรารถนาที่อยู่ลึกๆ ในจิตใจ
ธันวายืนพิงกรอบประตูอย่างเงียบเชียบ เขาไม่กล้าที่จะเข้าไปรบกวน หรือแม้แต่จะส่งเสียงออกมา เขารู้สึกเหมือนเป็นผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญ แต่ในขณะเดียวกัน จิตใจของเขากลับถูกดึงดูดให้หยุดฟังเพลงนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น
เพลงจบลงอย่างช้าๆ โน้ตตัวสุดท้ายที่กังวานแผ่วเบา แล้วก็เงียบสงัด มีเพียงเสียงลมหายใจของมินตราที่ดังแผ่วเบา
ธันวายังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศไปชั่วขณะ เขาไม่แน่ใจว่าควรจะพูดอะไรดี ควรจะเดินเข้าไปหาเธอ หรือควรถอยกลับไป
แล้วมินตราก็เอ่ยปากขึ้น เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย ราวกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มา "คุณ... มายืนฟังอยู่ตรงนี้เอง..."
ธันวาขยับตัวเล็กน้อย เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องโถง เขาหยุดยืนอยู่ห่างจากเปียโนไม่กี่ก้าว "ผม... ได้ยินเสียงเพลงของคุณ... มันเพราะมาก"
มินตราหันหน้ามาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาของเธอสะท้อนแสงดาวจากหน้าต่าง ใบหน้าของเธอซีดเซียวเล็กน้อย แต่ก็ยังคงความงดงามในแบบของเธอ "คุณชอบเพลงนี้เหรอคะ"
"ผมไม่เคยได้ยินเพลงนี้มาก่อน... แต่ผมชอบ" ธันวาตอบตามตรง "มัน... เต็มไปด้วยความรู้สึก"
มินตรามองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "เพลงนี้... เป็นเพลงที่คุณแต่งให้ผม... หรือเปล่า" เขาถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ
มินตราส่ายหน้าช้าๆ "ไม่ค่ะ... เพลงนี้... เป็นเพลงที่ฉันแต่งให้... ดาว"
"ดาว?" ธันวาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย
"ใช่ค่ะ... ดาว" มินตราพูดพร้อมกับชี้ไปยังกลุ่มดาวที่เห็นได้ชัดเจนจากหน้าต่าง "ดาวที่ส่องประกายอยู่บนท้องฟ้า... ดาวที่ให้ความหวัง... ดาวที่นำทาง... และดาวที่... เป็นเหมือนความทรงจำ"
คำว่า "ความทรงจำ" ดังสะท้อนก้องอยู่ในหูของธันวา เขารู้สึกได้ว่าบทเพลงนี้กำลังสื่อสารบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าที่เขาคิด
"คุณ... หมายถึงดาวดวงไหน" เขาถามเสียงเบา
มินตรามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้ธันวาใจเต้นแรง "ดาวทุกดวงค่ะ... แต่... โดยเฉพาะ... ดาวดวงนั้น"
เธอชี้ไปยังกลุ่มดาวที่ธันวาเคยบอกเธอถึงดาวเหนือ ธันวาหันไปมองตาม ท้องฟ้าคืนนี้เต็มไปด้วยดวงดาวมากมาย ราวกับถูกโปรยปรายด้วยเพชรพลอย
"ดาวเหนือ?" เขาถาม
มินตราพยักหน้า "ค่ะ... ดาวเหนือ... ดาวที่อยู่คู่กับท้องฟ้าตลอดไป... ไม่เคยเปลี่ยนแปลง... เหมือนกับ... ความรู้สึกบางอย่าง"
คำพูดของเธอทำให้ธันวานึกถึงคำพูดของตัวเองในวันวาน "ดาวเหนือ... จะคอยนำทางให้เราเสมอ... ไม่ว่าเราจะเดินทางไปไกลแค่ไหน... มันจะคอยบอกเราว่า... บ้านอยู่ที่ไหน..."
เขาจำได้ว่าตอนนั้นมินตรามองเขาด้วยสายตาที่อ่อนหวาน และเธอก็พูดบางอย่างที่เขาจำไม่ได้ทั้งหมด แต่เขารู้สึกได้ถึงความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสอง
"เพลงนี้... คุณแต่งให้ผม... จริงๆ ใช่ไหม" ธันวาถามอีกครั้ง คราวนี้เสียงของเขาเต็มไปด้วยความหวัง
มินตรานิ่งไปสักพัก ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองเขาอีกครั้ง ดวงตาของเธอสบประสานกับดวงตาของเขา น้ำตาเริ่มคลอหน่วย "เพลงนี้... เป็นของ... ทุกคนที่เคย... มองดาว"
ธันวารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่คอ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงตอบแบบนี้ แต่เขากลับรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แฝงอยู่ในคำพูดของเธอ
"คุณ... กำลังจะไปจากที่นี่... ใช่ไหม" ธันวาถามเสียงสั่นเครือ
มินตราพยักหน้าช้าๆ น้ำตาเม็ดใสกลิ้งลงมาบนแก้มของเธอ "ฉัน... ไม่ได้อยากไป... แต่... ฉันต้องไป"
ธันวาถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว หัวใจของเขาบีบรัดอย่างรุนแรง ความรู้สึกสูญเสียที่เคยเกิดขึ้นในอดีตเหมือนจะย้อนกลับมาอีกครั้ง
"ทำไม... คุณถึงต้องไป..." เขาถามเสียงขาดห้วง
มินตราหลับตาลงช้าๆ เหมือนพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ "บางครั้ง... การเดินทาง... ก็จำเป็น... เพื่อค้นหา... สิ่งที่หายไป"
"สิ่งที่หายไป?" ธันวาทวนคำ "แล้ว... สิ่งที่หายไป... คืออะไร"
มินตราเงยหน้าขึ้นมามองเขาอีกครั้ง ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความเจ็บปวดและความหวังที่ปะปนกัน "ความทรงจำ... ที่ถูกลืม... และ... หัวใจ... ที่เคยแตกสลาย"
คำพูดของเธอทำให้ธันวานิ่งไปอีกครั้ง เขาพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ทุกอย่างก็ยังคงดูซับซ้อนและเต็มไปด้วยปริศนา
"คุณ... อย่าไปเลย" ธันวาเอ่ยปากออกไปอย่างไม่ทันคิด "ผม... ไม่อยากให้คุณไป"
มินตรามองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสาร "ธันวา... บางครั้ง... เราก็ต้องปล่อย... เพื่อให้... สิ่งที่สำคัญ... ได้กลับคืนมา"
"แล้ว... อะไรคือสิ่งที่สำคัญ... สำหรับคุณ" ธันวาถามเสียงกระซิบ
มินตราหลับตาลงอีกครั้ง ลมหายใจของเธอถี่กระชั้นขึ้น "ความจริง... ที่รอคอย... การค้นพบ"
แล้วเธอก็ลุกขึ้นยืน เดินตรงมาหาเขา นิ้วเรียวของเธอค่อยๆ ยกขึ้นมาสัมผัสที่แก้มของเขาเบาๆ แสงดาวที่สาดส่องเข้ามาเหมือนจะทำให้แววตาของเธอเปล่งประกาย
"ราตรีสวัสดิ์... ธันวา" เธอกระซิบเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ธันวายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงเสียงเพลงที่ยังคงก้องอยู่ในหัว และคำพูดของเธอที่ยังวนเวียนอยู่ในความคิด
คืนนี้... ดาวไม่ได้ส่องประกายเพียงอย่างเดียว แต่มันยังนำพาเรื่องราวที่ซับซ้อนและปวดร้าวมาสู่เขาด้วย... ม่านรักที่เคยคลี่ออก ช่างบัดนี้กลับกำลังจะถูกผูกปมที่แน่นหนายิ่งกว่าเดิม...

ม่านรักคลี่ดาว
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก