ม่านรักคลี่ดาว

ตอนที่ 20 — เสียงเปียโนจากผืนฟ้า

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,197 คำ

ไอเย็นของลมยามค่ำคืนยังคงเกาะกุมผิวกายของธันวา เขายังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น พิงราวระเบียงไม้เย็นเฉียบเช่นเคย ดวงตาคู่คมทอดมองไปยังเบื้องหน้า ท่ามกลางความมืดมิดที่ค่อยๆ กลืนกินแสงสุดท้ายของวัน มีเพียงแสงสลัวของดวงจันทร์และหมู่ดาวนับล้านที่ทอประกายระยิบระยับ เป็นภาพที่คุ้นเคย ‌เป็นภาพที่ผูกพัน แต่คืนนี้ มันกลับมีความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าที่เคย

เสียงเปียโนบรรเลงดังขึ้น แผ่วเบาแต่กังวานไพเราะ ปลายสายลมพัดพาเมโลดี้อันอ่อนหวานมาแตะโสตประสาทของเขา ราวกับว่าดวงดาวบนฟากฟ้ากำลังขับขานบทเพลงแห่งความหลัง บทเพลงที่เขาคุ้นเคยดีเหลือเกิน

ธันวากระชับมือที่เกาะราวระเบียงแน่นขึ้น เขาหลับตาลง ​สูดลมหายใจลึก พยายามกลั้นความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในอกไว้ เสียงเปียโนโน้ตแต่ละตัวที่ลอยมา มันกำลังตอกย้ำความทรงจำที่ถูกผนึกไว้ในส่วนลึกของหัวใจ

เสียงนั้น… มันคือเสียงของมินตรา

ใช่แล้ว เสียงของเธอ เสียงที่เคยเป็นเหมือนลมหายใจ เป็นเหมือนแสงสว่างในชีวิตที่มืดมิดของเขา ‍เสียงที่เคยนำพาความสุข ความหวัง และความรักมาสู่โลกทั้งใบของเขา

เขาจำได้ดี คืนแรกที่เขาได้ยินเสียงเปียโนของเธอ มันไม่ใช่คืนที่เต็มไปด้วยแสงดาวระยิบระยับเช่นนี้ แต่เป็นคืนที่ท้องฟ้ามืดครึ้ม เต็มไปด้วยเมฆหมอกที่ปกคลุมราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง เขาเพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์เลวร้ายครั้งใหญ่ในชีวิต ‌กำลังจมอยู่ในความสิ้นหวัง จมดิ่งสู่ความมืดมิดที่ไม่มีทางออก

แล้วเขาก็ได้ยินเสียงนั้น เสียงเปียโนที่แผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยพลังแห่งการเยียวยา มันดังมาจากบ้านหลังเล็กๆ ท้ายหมู่บ้าน บ้านที่เขาไม่เคยคิดว่าจะมีความหวังหรือความสวยงามใดๆ ซ่อนอยู่

ความสงสัยผลักดันให้เขาเดินไปตามเสียงนั้น ‍เขาพบเธอ นั่งอยู่หน้าเปียโนเก่าๆ ตัวหนึ่ง ท่ามกลางความมืด มีเพียงแสงเทียนเล่มบางที่ส่องให้เห็นเงาของเธออย่างเลือนราง นิ้วเรียวขาวผ่องของเธอกำลังร่ายรำไปบนแป้นเปียโนราวกับนางฟ้า ดวงตาของเธอหลับพริ้ม ราวกับกำลังหลุดลอยไปในโลกแห่งบทเพลง

นั่นคือครั้งแรกที่เขาเห็นมินตรา ​และเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเสียงเพลงของเธอ เสียงที่ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาค่อยๆ กลับมาเต้นอีกครั้ง

“เสียงเพลงของเธอ… เหมือนน้ำทิพย์ที่หลั่งรินลงกลางทะเลทราย” เขาเคยพูดกับเธอในคืนนั้น วันแรกที่เขาได้รู้จักเธอ วันแรกที่เขาเริ่มตกหลุมรักเธอ

และคืนนี้ เสียงเปียโนของเธอก็กลับมาอีกครั้ง ​ไม่ใช่ในความมืดมิดที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แต่ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงดาว เสียงเพลงของเธอไม่ได้ขับขานความเศร้า แต่กลับเต็มไปด้วยความหวัง ความสดใส และ… ความรัก

ธันวาค่อยๆ ปลดตะขอราวระเบียงออก ​เขาเดินกลับเข้าไปในห้อง ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปยังทิศทางที่เสียงเพลงดังมา เขาเห็นร่างเล็กๆ ของมินตรานั่งอยู่ที่เปียโนในห้องโถง แสงจันทร์สาดส่องลงมาที่เธอ ทำให้ผมยาวสลวยของเธอดูเป็นประกาย ลำแสงดาวระยิบระยับสะท้อนในดวงตาของเธอขณะที่เธอกำลังบรรเลงเพลง

เพลงนั้น… มันเป็นเพลงที่เขาแต่งให้เธอ เพลงที่เขาไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ยินเธอเล่นมัน

“ดาวที่ลอยลับ… ก็จะกลับมาใหม่… แสงที่เคยเลือนราง… ก็จะสว่างดังเดิม…” เสียงร้องของเธอเบาๆ ดังคลอมากับเสียงเปียโน เป็นเนื้อเพลงที่เขาแต่งขึ้นเมื่อนานมาแล้ว ในวันที่หัวใจของเขากำลังแตกสลาย

เขาจำได้ทุกคำ ทุกวรรค ทุกประโยค ราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้

“ธันวา… ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน” น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยขณะที่นิ้วยังคงร่ายรำไปบนแป้นเปียโน

หัวใจของธันวาบีบรัด เขาไม่อาจทนฟังต่อไปได้อีก เขาเดินตรงไปที่เปียโนอย่างรวดเร็ว

มินตราเงยหน้าขึ้นเมื่อรู้สึกถึงเงาที่ทาบทับลงมา ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจและดีใจระคนกัน

“ธันวา!” เธออุทานเสียงแผ่วเบา

ธันวาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าลงข้างๆ เปียโน เขาเอื้อมมือไปกุมมือที่กำลังวางอยู่บนแป้นเปียโนของเธอไว้ นิ้วของเธอเย็นเฉียบ แต่เมื่อสัมผัสกับมือของเขา เธอก็ةทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ความเย็นนั้นกัดกินเธอต่อไป

“มินตรา…” เสียงของเขาแหบพร่าเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้น

“คุณ… คุณมาทำไมคะ” เธอถาม เสียงสั่นเครือ

“ฉันมาหาเธอ… ฉันมาฟังเพลงของเธอ” เขาตอบ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคง แต่ก็ยากเหลือเกิน

“เพลงนี้… คุณ…” เธอมองเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับจะค้นหาคำตอบ

“ฉันแต่งให้เธอ… เพลงนี้…” เขากล่าว

มินตราปล่อยให้หยดน้ำตาไหลรินลงมา เขาเห็นมันสะท้อนแสงดาวระยิบระยับบนแก้มของเธอ

“ฉัน… ฉันไม่คิดว่าคุณจะจำได้” เธอพูดเสียงเบา

“ฉันไม่มีวันลืม… มินตรา… ฉันไม่มีวันลืมเธอ” เขาพูดเน้นย้ำ

มือของเขากุมมือเธอแน่นขึ้นราวกับจะส่งพลังและความรู้สึกทั้งหมดที่มีไปให้เธอ

“ฉัน… ฉัน… ฉันคิดถึงเสียงเปียโนของคุณจัง” เธอพูดพร้อมกับยิ้มทั้งน้ำตา

“และฉัน… ก็คิดถึงเสียงเปียโนของเธอ… คิดถึงเสียงของเธอ… คิดถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเธอ” เขาพูด

ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างพวกเขา มีเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอ และเสียงของหัวใจที่เต้นรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก

“ธันวา… ทำไมคุณถึงไป…” เธอมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ

“ฉัน… ฉันขอโทษ… มินตรา… ฉันขอโทษจริงๆ” เขาตอบ พยายามหาคำพูดที่ดีที่สุดที่จะอธิบายทุกอย่าง

“ฉัน… ฉันเจ็บปวดมากนะ… วันที่คุณหายไป…” เธอพูด น้ำเสียงเริ่มสั่น

“ฉันรู้… ฉันรู้… และฉันก็เจ็บปวดไม่แพ้เธอ… ไม่สิ… อาจจะมากกว่าเธอด้วยซ้ำ” เขาตอบ

ความรู้สึกผิด ความเสียใจ และความรักที่เอ่อล้นในหัวใจของเขา มันกำลังถาโถมเข้ามาจนแทบจะท่วมท้น

“ตอนนั้น… ฉัน… ฉันไม่รู้จะทำอย่างไร… ฉัน… ฉันอ่อนแอเกินไป…” เขาพยายามอธิบาย

“อ่อนแอ… หรือว่า… คุณไม่รักฉันแล้ว” เธอมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

“ไม่… มินตรา… ฉันรักเธอ… ฉันรักเธอเสมอ… ไม่เคยมีวันไหนที่ฉันไม่รักเธอ” เขาตอบทันที

คำตอบที่หนักแน่นและจริงใจของเขา ทำให้มินตรานิ่งไปชั่วครู่

“แต่… ทำไม… ทำไมคุณถึงปล่อยให้มันเป็นแบบนี้… ทำไมคุณถึงหายไป…” เธอถามอีกครั้ง

“ฉัน… ฉันมีเหตุผล… แต่มันเป็นเหตุผลที่… ทำให้ฉัน… ทำร้ายเธอ… โดยไม่ได้ตั้งใจ…” เขาพูด

“เหตุผลอะไร… ธันวา… บอกฉันที…” เธอมองเขาอย่างคาดหวัง

ธันวาถอนหายใจยาว เขาตัดสินใจแล้ว เขาจะเล่าทุกอย่างให้เธอฟัง เขาจะเปิดเผยความจริงทั้งหมดที่เก็บซ่อนไว้ในใจมานานแสนนาน

“มันเริ่มจาก… วันนั้น… วันที่ฉันประสบอุบัติเหตุ… ฉัน… ฉันเกือบจะเสียชีวิต…” เขาเริ่มเล่า

มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

“หลังจากที่ฉันฟื้นขึ้นมา… ฉัน… ฉันพบว่า… ฉันจำอะไรไม่ได้เลย… รวมถึง… ตัวเธอด้วย…” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวด

“คุณ… คุณจำฉันไม่ได้… อย่างนั้นหรือคะ” เธอถามเสียงสั่น

“ใช่… มินตรา… ฉันจำเธอไม่ได้เลย… ฉันจำไม่ได้ว่าเราเป็นใคร… จำไม่ได้ว่าเรามีความรู้สึกต่อกันอย่างไร… ทุกอย่างมันว่างเปล่าไปหมด…” เขากล่าว

น้ำตาของมินตราไหลอาบแก้มอย่างต่อเนื่อง เธอเอามืออีกข้างที่ว่างมาประคองใบหน้าของเขา

“แล้ว… แล้วทำไม… ทำไมคุณถึงกลับมา… ทำไมคุณถึงจำฉันได้ในที่สุด…” เธอถาม

“ตอนแรก… ฉันก็ไม่แน่ใจ… ฉันรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไป… เหมือนมีช่องว่างในชีวิต… จนกระทั่ง… ฉันได้ยินเสียงเพลงของเธอ… เสียงเพลงนั้น… มันปลุกความทรงจำที่หลับใหลในตัวฉันขึ้นมา… มันเหมือนกับว่า… วิญญาณของฉัน… มันได้ยินเสียงเพลงของเธอ… และมันก็ค่อยๆ นำพาความทรงจำที่เลือนรางกลับมา…” เขาอธิบาย

“เสียงเพลง… ของฉัน…” เธอกระซิบ

“ใช่… เสียงเพลงของเธอ… และรูปถ่ายใบนั้น… รูปถ่ายของเราสองคน… ตอนที่เรากำลังนั่งมองดาวด้วยกัน… มันคือสิ่งสุดท้ายที่ฉันเห็น… ก่อนที่ทุกอย่างจะเลือนหายไป… และมันคือสิ่งแรกที่ฉันเห็น… เมื่อความทรงจำของฉันเริ่มกลับคืนมา…” เขาพูด

เขาปล่อยมือจากเธอ แล้วเอื้อมมือไปหยิบรูปถ่ายที่วางอยู่บนเปียโน รูปถ่ายที่เก่าแก่จนสีซีด แต่ยังคงเห็นรอยยิ้มสดใสของทั้งคู่

“เธอจำได้ไหม… คืนนั้น… เรามาที่นี่… เพื่อจะดูดาวตก…” เขาถาม

มินตรามองรูปถ่ายนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลัง เธอพยักหน้าช้าๆ

“ฉันจำได้… คืนนั้น… เราตกลงกันว่า… ถ้าวันไหนที่ความรักของเรา… มันถึงขีดสุด… เราจะมาที่นี่… เพื่อขอพรกับดวงดาว… เพื่อให้ความรักของเรา… อยู่เหนือกาลเวลา…” เธอพูด

“และคืนนี้… ฉันคิดว่า… ความรักของเรา… มันได้ถึงขีดสุดแล้ว… มินตรา…” ธันวาพูด พร้อมกับสบตาเธอ

แสงดาวที่ส่องลงมาดูเหมือนจะสว่างไสวขึ้นกว่าเดิม ราวกับจะรับรู้ถึงคำพูดของเขา

“ฉัน… ฉันขอโทษที่ทำให้เธอต้องรอ… ฉันขอโทษที่ทำให้เธอเสียใจ… ฉันขอโทษที่ต้องทนทุกข์อยู่คนเดียว…” เขาพูด

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ… ธันวา… ฉัน… ฉันเข้าใจแล้ว…” เธอตอบ พร้อมกับยิ้มให้เขา

รอยยิ้มนั้น… เป็นรอยยิ้มที่เขาโหยหามาตลอด รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเขาอบอุ่นราวกับแสงแดดยามเช้า

“คืนนี้… ดาวยังคงส่องแสง… เหมือนเดิม…” เขาพูด

“ใช่ค่ะ… และความรักของเรา… ก็จะส่องแสง… เช่นกัน…” เธอตอบ

เขายื่นมือออกไปอีกครั้ง คราวนี้เขากุมมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม

“มินตรา… เรา… เราจะเริ่มใหม่กันได้ไหม…” เขาถาม

มินตราพยักหน้าอย่างหนักแน่น น้ำตาแห่งความสุขไหลอาบแก้มเธอ

“ได้ค่ะ… ธันวา… เราจะเริ่มใหม่กัน… ที่นี่… ใต้แสงดาว…” เธอตอบ

เสียงเปียโนที่เคยบรรเลงเพลงแห่งความหลัง บัดนี้กลับกลายเป็นเพลงแห่งการเริ่มต้นใหม่ บทเพลงแห่งความหวัง และบทเพลงแห่งความรักที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ธันวาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว เขาเห็นดาวตกดวงหนึ่งกำลังพุ่งผ่านท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

“ดูนั่นสิ… ดาวตก…” เขาพูด

“เรา… เรามาขอพรกันนะคะ…” มินตราพูด

ทั้งสองคนประสานสายตา และพร้อมกันนั้น… ก็หลับตาลง เพื่อขอพรในค่ำคืนที่แสนพิเศษนี้

แต่แล้ว… ทันใดนั้นเอง… เสียงเปียโนก็หยุดลงอย่างกะทันหัน

แสงดาวที่เคยสาดส่องดูเหมือนจะหรี่ลงไปเล็กน้อย

มินตราเงยหน้าขึ้น มองเปียโนด้วยความแปลกใจ

“ทำไม… ทำไมเพลงถึงหยุด…” เธอถาม

ธันวาเองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

“ไม่รู้สิ… มินตรา…” เขาตอบ

ในความเงียบที่เกิดขึ้น… ทันใดนั้นเอง… มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น… ดังมาจากทางด้านหลังของห้อง…

เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย… เสียงฝีเท้าที่ทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัว…

ใครกัน… ที่เดินเข้ามาในค่ำคืนที่แสนพิเศษนี้… และจะนำพาเรื่องราวใดมาสู่วันคืนที่กำลังจะเริ่มต้นใหม่ของพวกเขา…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ม่านรักคลี่ดาว

ม่านรักคลี่ดาว

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!