สายฝนโปรยปราย ราวกับจะล้างบาปให้กับความมืดมิดที่คืบคลานเข้าปกคลุมสี่แยกอันอึกทึกของมหานครแห่งนี้ เสียงแตรรถที่ดังระงม ผสมผสานกับเสียงหัวเราะของผู้คนยามค่ำคืน เป็นเพียงฉากหลังที่แสนคุ้นเคย แต่ภายใต้ความวุ่นวายนั้น มีบางสิ่งกำลังก่อตัวขึ้น ความตึงเครียดที่มองไม่เห็น คล้ายกับกระแสไฟฟ้าสถิตที่กำลังจะปลดปล่อยออกมา
คม ยืนนิ่งอยู่ใต้ชายคาป้ายรถเมล์ที่เปียกชุ่ม ดวงตาคมกริบสีดำขลับของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่วางตา เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของเขาแนบไปกับร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อโค้ทกันฝนที่เปียกน้ำจนหนักอึ้ง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวัง ราวกับเสือที่กำลังล่าเหยื่อ มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ท สัมผัสถึงด้ามปืนพกที่เย็นเฉียบ เป็นความรู้สึกคุ้นเคยที่ปลอบประโลมใจเขาได้ดีที่สุด
“เงียบไปเลยว่ะ” เสียงแหบห้าวของ “หมึก” เพื่อนคู่ใจ ดังขึ้นจากหูฟังบลูทูธที่ซ่อนอยู่ภายใต้ลำคอเสื้อ “พวกมันยังไม่โผล่มา”
“ใจเย็นน่าหมึก” คมตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็น “พวกมันต้องมาแน่ ศักดิ์ศรีของพวกมันไม่ยอมให้เสียหน้าหรอก”
“ไอ้พวกห่านี้มันก็ทำตัวเหมือนดาราหนังจริงๆ นั่นแหละ” หมึกสบถเบาๆ “จะมาก็มาซะที หนาวจะตายห่าอยู่แล้ว”
คมไม่ตอบ เขาเพียงแต่สอดส่ายสายตาไปยังรถยนต์คันหนึ่งที่กำลังแล่นช้าๆ ผ่านสี่แยก ไฟหน้าของรถส่องสว่างสะท้อนกับหยดน้ำที่เกาะอยู่บนกระจก มันคือรถยนต์สีดำรุ่นเก่า คันเดียวกับที่หมึกให้ข้อมูลมา
“มาแล้ว” คมกระซิบ
รถยนต์สีดำคันนั้นค่อยๆ จอดเทียบข้างทาง ห่างจากมุมที่คมยืนอยู่ไม่ไกลนัก ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก ชายร่างท้วมในชุดสูทสีเข้มก้าวลงมาจากรถ เขาหันซ้ายหันขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเดินตรงไปยังอีกฝั่งของถนน
“เป้าหมายกำลังข้ามถนน” คมรายงานเสียงเบา “ชุดสูทสีเทา เสื้อเชิ้ตสีขาว ผูกเนคไทสีแดง”
“เห็นแล้ว” หมึกตอบ “ดูเหมือนไอ้ “ปลาไหล” จะพาพวกมาด้วยสองคน”
คมขมวดคิ้วเล็กน้อย ข้อมูลที่เขาได้รับมาคือปลาไหลจะมาคนเดียว เขาไม่ชอบความผิดพลาด ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตคน ยิ่งต้องแม่นยำ
“ระวังตัวด้วยล่ะ” คมเตือน “ถ้ามีอะไรผิดปกติ ถอยก่อน”
“รู้แล้วน่า” หมึกตอบอย่างรำคาญ “นี่ข้าจะเริ่มเดินเกมแล้วนะ”
คมสังเกตเห็นชายร่างท้วมคนนั้นเดินไปถึงอีกฝั่งถนน และกำลังจะเลี้ยวเข้าซอยแคบๆ ที่อยู่ตรงหัวมุมพอดี เป็นซอยที่เต็มไปด้วยถังขยะ กลิ่นเหม็นฉุนลอยปะทะจมูก แม้แต่ในคืนฝนตก
“รอเดี๋ยว” คมกล่าว “รอให้มันเข้าไปในซอยก่อน”
ทันใดนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของคมก็ดังขึ้น เป็นเสียงเรียกเข้าแบบพิเศษที่ตั้งไว้สำหรับหมึกเท่านั้น
“เป็นไงบ้าง?” คมถามทันที
“แม่งเอ๊ย! โดนพวกมันดัก” เสียงหมึกดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก “ไอ้ปลาไหลแม่งไม่มาคนเดียวจริงๆ ด้วย มันมีพวกมาด้วยอีกสามคน!”
คมรู้สึกเหมือนเลือดในกายเย็นเฉียบ เขากัดฟันแน่น
“อยู่ไหน?”
“กำลังถอยกลับ! มันล้อมหน้าล้อมหลัง!”
เสียงปืนดังขึ้น ห่างออกไปไม่ไกลนัก เสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งสี่แยก ผู้คนแตกตื่นกรีดร้อง วิ่งหนีกันอย่างไม่คิดชีวิต
“หมึก!” คมตะโกน
“อั่ก!” เสียงหมึกขาดหายไป
คมผลักตัวเองออกจากที่กำบัง วิ่งตรงไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงปืน เขาไม่สนใจสายฝนที่สาดกระหน่ำ หรือผู้คนที่วิ่งสวนทางมา ภาพของหมึกที่นอนจมกองเลือดผุดขึ้นมาในหัว
เขาเห็นร่างของชายร่างท้วมที่คุ้นเคยกำลังควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋ากางเกงที่เปียกโชก ส่วนพวกที่มาด้วยอีกสามคน กำลังเดินตรงเข้าไปยังซอยแคบๆ นั้น
“ไอ้พวกเวร!” คมคำราม เขาชักปืนพกออกมาจากซองปืนที่ซ่อนไว้ในเสื้อโค้ท ลั่นไกออกไปสองนัด
กระสุนพุ่งแหวกอากาศ เสียงดังสนั่นสะท้อนไปทั่วบริเวณ ร่างของชายในชุดสูทสีเทา ล้มลงไปกองกับพื้นเปียกทันที เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาจากบาดแผลที่หน้าอก
แต่พวกที่เหลืออีกสามคนได้ยินเสียงปืนแล้ว พวกมันหันกลับมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
“พวกมันอยู่ที่นั่น!” หนึ่งในนั้นตะโกน
คมไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าหากลุ่มคนร้ายอย่างไม่ลังเล แผ่นหลังของเขาเป็นเป้าหมายที่ชัดเจนท่ามกลางแสงไฟนีออนของเมือง
“ปัง! ปัง!”
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง คมกลิ้งตัวหลบหลีกกระสุนที่พุ่งเข้ามา เขาอาศัยจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังปรับการเล็ง ยิงสวนกลับไปอย่างแม่นยำ
กระสุนนัดแรกเข้าที่หัวไหล่ของคนร้ายที่กำลังยิงใส่เขา มันร้องโหยหวนล้มลงไปกองกับพื้น
“บ้าชิบ!” อีกสองคนที่เหลือตวาด
คมไม่หยุด เขาใช้ความเร็วและทักษะที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก บวกกับความโกรธที่พลุ่งพล่าน ไล่ต้อนคนร้ายทั้งสองไปเรื่อยๆ
“แกมันใคร!” หนึ่งในคนร้ายตะโกนถามอย่างเกรี้ยวกราด
“คนที่มาเอาคืน!” คมตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เขายิงอีกนัด กระสุนเจาะเข้าที่ขาของคนร้ายคนหนึ่ง มันร้องลั่นและเสียหลักล้มลงไป
เหลือเพียงคนร้ายคนสุดท้ายที่ยังคงยืนอยู่ได้ แต่มันก็กำลังหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“อย่าเข้ามานะ!” มันตะโกนพลางชักมีดออกมา
คมหัวเราะในลำคอ
“ตอนนี้นายพูดอะไรก็สายไปแล้ว”
เขาเดินเข้าไปใกล้ๆ ช้าๆ เหมือนกำลังเล่นกับหนูตัวสุดท้าย
“นายเป็นใคร?” คนร้ายถามเสียงสั่น
“ฉันคือคม”
คมยิงอีกนัดอย่างรวดเร็ว กระสุนเข้าที่ขมับของคนร้าย มันล้มลงไปสิ้นใจตาย
คมยืนหอบหายใจ สายฝนยังคงโปรยปรายราวกับจะชะล้างคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนพื้นถนน ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
“หมึก…” เขาพึมพำชื่อเพื่อนรัก
เขารีบวิ่งไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงหมึกครั้งสุดท้าย
“หมึก! หมึก!”
เขาพบร่างของหมึกนอนแน่นิ่งอยู่ข้างถังขยะ ร่างกายของเขาเปื้อนไปด้วยเลือด สิ้นลมหายใจไปแล้ว
คมทรุดเข่าลงข้างๆ ร่างของเพื่อนรัก ความรู้สึกผิดและความโกรธถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง
“ฉันขอโทษ… ฉันขอโทษ…” เขาพึมพำ
เขาเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าที่มืดมิด “พวกแก… จะต้องชดใช้!”
คมลุกขึ้นยืน ความเศร้าโศกถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่เย็นยะเยือก เขาตัดสินใจแล้วว่า การล้างแค้นให้หมึก จะต้องดำเนินต่อไป
เขาเก็บปืนพกของตัวเอง และหยิบปืนของหมึกมาด้วย เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
“ได้เวลาไปหา “บิ๊กบอส” ของพวกแกแล้ว” คมกล่าวกับตัวเอง
เขาก้าวเดินออกจากสี่แยกเลือดนั้น มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของตรอกซอกซอยที่รอเขาอยู่
หลังจากที่คมจัดการกับกลุ่มคนร้ายที่สี่แยกได้อย่างรวดเร็ว เขาก็รู้ว่าการรอช้ามีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เขาต้องรีบออกจากที่เกิดเหตุ ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง
ร่างสูงโปร่งของคม กลมกลืนไปกับเงาของอาคารบ้านเรือน เขาเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วไปตามตรอกซอยเล็กๆ ที่มืดทึบ ถนนหนทางเต็มไปด้วยขยะและสิ่งปฏิกูล กลิ่นอับชื้นปะปนกับกลิ่นฉุนของปัสสาวะและของเสีย ลมหายใจของเขาหนักหน่วง แต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่น
“นี่หมึก… ยังไงข้าก็ต้องเอาคืนให้เจ้าให้ได้” คมพึมพำกับตัวเอง
เขาตรวจสอบข้อมูลล่าสุดที่หมึกได้ส่งมาให้ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์สลด การตายของหมึกทำให้เขาได้ข้อมูลสำคัญบางอย่างมา ซึ่งเป็นความลับที่หมึกกำลังพยายามสืบหาอยู่
“ข้อมูลเกี่ยวกับ ‘คฤหาสน์เมฆา’ สินะ” คมคิดในใจ
คฤหาสน์เมฆา เป็นที่พำนักของ “เสี่ยโอฬาร” บอสใหญ่แห่งวงการมืด ผู้กว้างขวางที่สุดในเมืองนี้ เป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการค้าทุกอย่างที่ผิดกฎหมาย ตั้งแต่ยาเสพติดไปจนถึงการค้ามนุษย์ เสี่ยโอฬารเป็นที่รู้จักในเรื่องความโหดเหี้ยม และมักจะใช้กำลังทหารรับจ้างที่เก่งกาจในการคุ้มกัน
คมรู้ดีว่า การเข้าไปในคฤหาสน์เมฆา ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น การแก้แค้นให้หมึก ต้องเริ่มต้นจากที่นั่น
คมเดินลึกเข้าไปในตรอกที่แคบลงเรื่อยๆ แสงไฟจากถนนใหญ่ส่องเข้ามาถึงเพียงน้อยนิด เขาต้องอาศัยสายตาที่คุ้นเคยกับความมืด และการได้ยินเสียงที่เฉียบคมกว่าปกติ
“ทางนี้… เป็นทางเข้าลับ” คมคิด
เขาสังเกตเห็นรอยบุบเล็กๆ บนกำแพงอิฐเก่าๆ ที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรพิเศษ แต่สำหรับคนที่มองหา เขาเห็นมัน
คมดันกำแพงนั้นเบาๆ ปรากฏช่องทางลับเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ เขามุดเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ภายในทางเข้าลับ เป็นอุโมงค์แคบๆ ที่ทอดยาวไปเบื้องหน้า ความมืดมิดที่หนาทึบกว่าเดิม อากาศภายในอุโมงค์เย็นชื้น และมีกลิ่นดินอับๆ
คมเปิดไฟฉายขนาดเล็กที่ติดมากับอุปกรณ์ของเขา ลำแสงสีขาวสว่างวาบ สะท้อนกับผนังอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยใยแมงมุม
“ดูเหมือนที่นี่จะไม่มีใครเข้ามานานแล้ว” คมกล่าว
เขาก้าวเดินไปตามทางอุโมงค์อย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวของเขาเงียบเชียบราวกับเงา
หลังจากเดินไปได้สักพัก อุโมงค์ก็เริ่มกว้างขึ้น และมีแสงสว่างรำไรลอดเข้ามาจากด้านบน
“ถึงแล้วสินะ” คมคิด
เขาเงยหน้ามองเห็นช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ที่อยู่เหนือศีรษะ
“นี่มัน… ทางเข้าสู่คฤหาสน์เมฆา”
คมใช้ความแข็งแรงของร่างกาย ไต่ขึ้นไปตามโครงเหล็กภายในช่องระบายอากาศอย่างรวดเร็ว เขามาถึงปากช่องระบายอากาศ และโผล่หน้าออกมามอง
ภาพที่เห็นทำให้เขาต้องหยุดหายใจ
เบื้องหน้าคือสนามหญ้าอันกว้างขวางที่ถูกตัดแต่งอย่างสวยงาม ท่ามกลางแสงไฟสลัวที่ส่องสว่างมาจากโคมไฟโบราณรอบๆ บริเวณ
และตรงหน้าเขา คือคฤหาสน์หรูโอ่อ่า หลังใหญ่โต กำแพงสีขาวสะอาดตา ประดับประดาไปด้วยเสาหินอ่อน และหน้าต่างบานใหญ่ที่สะท้อนแสงไฟราวกับดวงตาของยักษ์
“นี่แหละ… รังของเสี่ยโอฬาร” คมพึมพำ
เขาเห็นทหารรับจ้างติดอาวุธครบมือ ยืนเฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆ ทั่วบริเวณคฤหาสน์ และมีรถยนต์หรูหลายคันจอดเรียงรายอยู่หน้าทางเข้า
“งานนี้ไม่ง่ายแน่” คมคิด
เขาตัดสินใจที่จะยังไม่เข้าไปในคฤหาสน์ทันที เขาต้องการข้อมูลเพิ่มเติม และหาจุดอ่อนของระบบรักษาความปลอดภัย
คมถอยกลับเข้าไปในช่องระบายอากาศ และมุดกลับลงไปในอุโมงค์ เขาตั้งใจจะไปสำรวจบริเวณรอบนอกของคฤหาสน์ก่อน
เขาใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงในการเดินสำรวจรอบๆ บริเวณคฤหาสน์เมฆา เขาพบว่ามีป้อมยามหลายแห่ง และมีรั้วไฟฟ้าแรงสูงล้อมรอบบริเวณ
“ระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาจริงๆ” คมกล่าว “แต่ทุกอย่างย่อมมีช่องโหว่เสมอ”
เขาเริ่มมองหาจุดที่จะใช้เป็นที่ซุ่มโจมตี เขาพบว่ามีพื้นที่ป่าทึบอยู่ไม่ไกลจากรั้วด้านหลังของคฤหาสน์
“เหมาะเลย” คมคิด
เขาตัดสินใจที่จะใช้พื้นที่ป่าทึบแห่งนั้นเป็นฐานปฏิบัติการชั่วคราว เพื่อวางแผนการบุกเข้าไปในคฤหาสน์
คมเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไปยังป่าทึบแห่งนั้น เขาเดินเข้าไปลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนแสงไฟจากคฤหาสน์ส่องเข้ามาไม่ถึง
ป่าทึบแห่งนี้เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่สูงตระหง่าน ปกคลุมไปด้วยมอสและเฟิร์น กลิ่นดิน กลิ่นใบไม้แห้ง และกลิ่นอับชื้นของป่า เป็นสิ่งที่คมคุ้นเคยเป็นอย่างดี
เขาเดินไปเรื่อยๆ จนพบกับลำธารเล็กๆ ไหลผ่าน
“ที่นี่แหละ” คมกล่าว
เขาหยิบแผนที่ที่หมึกเคยทำไว้ขึ้นมาดู เป็นแผนที่ของบริเวณคฤหาสน์เมฆา ที่หมึกได้รวบรวมข้อมูลมาอย่างยากลำบาก
“ข้อมูลของหมึก… จะต้องไม่สูญเปล่า”
คมใช้เวลาช่วงกลางคืนทั้งหมดในการวางแผนการบุกเข้าไปในคฤหาสน์ เขาศึกษาแผนที่อย่างละเอียด และพิจารณาถึงจุดแข็งจุดอ่อนของระบบรักษาความปลอดภัย
“ต้องอาศัยความเร็ว และความแม่นยำ” คมกล่าวกับตัวเอง “ไม่มีที่ให้ผิดพลาด”
เมื่อแสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องเข้ามาในป่า คมก็พร้อมที่จะเริ่มปฏิบัติการ
ตอนที่ 1 จบลงด้วยภาพของคม ที่กำลังยืนมองไปยังคฤหาสน์เมฆาเบื้องหน้า ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และความเย็นชา พร้อมที่จะเข้าสู่สนามรบครั้งใหม่ เพื่อทวงแค้นให้กับเพื่อนที่จากไป
(โปรดติดตามตอนต่อไป)

หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก