ลมเย็นยะเยือกยังคงพัดโหยหวนไปตามซอกหลืบอันมืดมิด กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฉุนของขยะเน่าเปื่อยที่เป็นเหมือนมนต์เสน่ห์ประจำตรอกแห่งนี้ คมยังคงหมอบต่ำ ซ่อนกายอยู่หลังถังขยะสีเขียวที่ขึ้นสนิมเขรอะ ปลายจมูกของเขายังคงรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ดังมาจากเบื้องบน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของเหล่าอันธพาลกำลังย่ำเข้ามาใกล้ ทว่ามันกลับแฝงไว้ด้วยความลังเล ไม่มั่นคง ราวกับพวกมันกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็น
"เฮ้ย! แกได้ยินเสียงอะไรไหมวะ?" เสียงห้าวตะโกนลอดมาจากปากตรอกด้านหนึ่ง "เหมือนมีอะไรตกว่ะ"
"ไม่ต้องห่วงหรอกน่าไอ้ปึก" อีกเสียงหนึ่งตอบกลับอย่างหงุดหงิด "แค่หนูวิ่งเล่น หรือไม่ก็แมวหลงทางมากกว่า"
คมข่มกลั้นลมหายใจ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก เขาหลับตาลง สูดกลิ่นอับชื้นให้เต็มปอด พยายามจับทุกเสียง ทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูที่กำลังคืบคลานเข้ามา ภาพใบหน้าของ "สิงห์" อดีตเพื่อนรักที่บัดนี้กลายเป็นศัตรูคู่แค้น แวบเข้ามาในหัว ความแค้นที่ถูกหักหลัง ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ มันเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่โหมกระหน่ำให้จิตใจของเขาแข็งแกร่งขึ้น
"แต่กูว่ามันไม่ใช่เสียงหนูนะเว้ย" เสียงแรกยังคงไม่ลดละ "เสียงมันดังเหมือนคนตกของหนักๆ เลยว่ะ"
"แล้วไงล่ะ? จะให้พวกกูไปหาเหรอ? ถ้าเจออะไรเข้าจะทำไง?" เสียงที่สามดังขึ้น ข่มขู่ชัดเจน "หน้าที่ของเราคือคุ้มกันทางเข้าออกเว้ย ไม่ใช่มาเสียเวลาหาอะไรไร้สาระ"
คมได้ยินเสียงบ่นอุบอิบจากอีกฝ่ายหนึ่ง ก่อนที่เสียงฝีเท้าจะค่อยๆ จางหายไปในความมืด เขาถอนหายใจเบาๆ ปลดปล่อยความตึงเครียดที่เกาะกินอยู่ทั่วร่าง สมองของเขากำลังประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว พวกมันมากันกี่คน? มีอาวุธอะไรบ้าง? จุดอ่อนของพวกมันอยู่ตรงไหน?
เขาจำต้องเร่งมือ การซ่อนตัวอยู่นานเกินไป ย่อมเป็นอันตราย การรอคอยในความมืดมิดนี้เปรียบเสมือนการเดินอยู่บนเส้นด้ายบางๆ ที่พร้อมจะขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ
"ถึงเวลาแล้ว" คมพึมพำกับตัวเอง เขากระชับมีดสั้นในมือที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้วจากภารกิจครั้งก่อน มันคือเครื่องเตือนใจชั้นดีถึงอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า
คมค่อยๆ ขยับตัว เลื้อยออกจากที่ซ่อนอย่างช้าๆ ราวกับงู มันเงียบเชียบ ไร้เสียง ร่างกายของเขาประสานเป็นหนึ่งเดียวกับความมืดมิด เขาปล่อยให้สายตาปรับตัวเข้ากับสภาพแสงน้อยนิด สังเกตการณ์ทุกอย่างรอบตัวด้วยความระมัดระวังสูงสุด
"พวกมันคงจะเข้าไปรายงานบอสใหญ่แล้ว" คมคาดคะเน "แต่พวกที่เหลือยังคงวนเวียนอยู่แถวนี้"
เขาตัดสินใจใช้เส้นทางที่อันตรายที่สุด แต่ก็เป็นเส้นทางที่เขาถนัดที่สุด นั่นคือการลัดเลาะไปตามหลังคาอาคารสูงที่ทอดตัวยาวไปตามตรอก เขาเคยฝึกฝนทักษะนี้มาอย่างหนักหน่วงในช่วงเวลาที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวบนที่สูงอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ คืออาวุธสำคัญที่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากเงื้อมมือของศัตรู
คมพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว กระโดดข้ามไปยังหลังคาของอาคารที่อยู่ติดกัน เสียงฝีเท้าของเขากระทบกับสังกะสีเก่าๆ ดังแค่เพียงแผ่วเบา เขาไถลตัวไปตามแนวหลังคา สังเกตการณ์เบื้องล่างอย่างไม่ลดละ
จากมุมสูงนี้ เขามองเห็นภาพรวมของตรอกซอกซอยที่ซับซ้อนได้อย่างชัดเจน กลุ่มอันธพาลสองสามคนกำลังเดินป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณปากตรอก ดูเหมือนพวกมันกำลังสับเปลี่ยนเวรยามกันอยู่
"มีคนเห็นอะไรบางอย่างแน่ๆ" คมคิดในใจ "แต่คงยังไม่รู้ว่าคือใคร"
เขาเคลื่อนที่ต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง มุ่งหน้าไปยังทิศทางของคฤหาสน์หรูของ "บอสใหญ่" ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากที่นี่
ในขณะเดียวกัน ภายในคฤหาสน์อันโอ่อ่าที่ตั้งอยู่อีกฟากหนึ่งของเมือง "บอสใหญ่" หรือ "เสี่ยตง" ชายวัยกลางคนร่างท้วม ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งความเจ้าเล่ห์ กำลังนั่งกุมขมับอยู่บนเก้าอี้บุนวมราคาแพง
"แกแน่ใจนะว่าเห็นอะไร?" เสี่ยตงถามลูกน้องที่ยืนตัวสั่นอยู่ตรงหน้า
"ครับท่าน! ท่านเสี่ย! ผมเห็นมันจริงๆ ครับ มันไม่ใช่หนูแน่ๆ มันตัวใหญ่กว่านั้นเยอะ แถมยังมีเงาตะคุ่มๆ เหมือนคน กำลังเลื้อยเข้าไปในตรอกนั่นเลยครับ!" ลูกน้องคนสนิทคนหนึ่งตะโกนตอบอย่างลากเสียง
เสี่ยตงยกมือขึ้นกวักเรียกอีกคนหนึ่งเข้ามา "แล้วแกคิดว่าไง?"
"ผมว่า... อาจจะเป็นคนของฝ่ายตรงข้ามที่ส่งมาสืบข้อมูลท่านก็ได้ครับ" ลูกน้องอีกคนเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง "หรืออาจจะเป็นนักโทษที่หลบหนีออกมาก็ได้ครับ"
เสี่ยตงหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้น สีหน้าของเขาฉายแววครุ่นคิด "ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง... มันอันตรายเกินไป"
เขาหันไปมองหน้าลูกน้องที่ยืนอยู่รอบข้าง "ส่งคนออกไปตามล่ามันซะ! ห้ามให้มันรอดไปได้เด็ดขาด! ถ้ามันเป็นสายลับ... เราต้องจับเป็น! ถ้ามันเป็นนักโทษ... ก็จัดการมันซะ! ห้ามให้มีร่องรอย!"
"ครับท่าน!" ลูกน้องทุกคนรับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง
กลับมาที่คม เขากำลังเคลื่อนที่ผ่านหลังคาอีกหลังหนึ่ง ภาพเบื้องล่างคือแสงไฟจากหน้าต่างของคฤหาสน์บางหลังที่เปิดสว่างไสวราวกับจะประกาศให้โลกรู้ถึงความมั่งคั่งและความทรงอำนาจของเจ้าของ
ทันใดนั้น เสียงตะโกนก็ดังขึ้นจากเบื้องล่าง "จับมันไว้! มันอยู่ตรงนั้น!"
คมชะงักกึก ร่างกายแข็งทื่อไปชั่วขณะ เขาหันขวับไปมองต้นเสียง ปรากฏว่าเป็นกลุ่มอันธพาลที่กำลังชี้มายังทิศทางของเขา
"เวรแล้วไง!" คมสบถในใจ "พวกมันเจอตัวแล้ว!"
เขาไม่มีเวลาให้ตื่นตระหนก ปฏิกิริยาตอบสนองของคมนั้นรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ เขากระโดดลงจากหลังคาอย่างรวดเร็ว ทิ้งตัวลงไปในซอกมุมมืดของอาคารที่อยู่ติดกัน
เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงตะโกนที่ดังกึกก้อง "อย่าให้มันหนีไปได้!"
คมวิ่งสุดชีวิต สภาพร่างกายของเขาผอมบาง แต่กลับเต็มไปด้วยพละกำลังที่ซ่อนเร้น เขาวิ่งผ่านกองขยะ กลิ่นเหม็นรุนแรงยังคงปะทะเข้าจมูก แต่มันกลับไม่สามารถฉุดรั้งความเร็วของเขาได้เลย
เขาหันกลับไปมอง พบว่ามีอันธพาลกว่าสิบคนกำลังวิ่งไล่ตามมา พวกมันมีอาวุธในมือ บางคนถือมีด บางคนถือท่อนไม้
"พวกมันมากันเยอะเกินไป" คมคิดในใจ "ต้องหาทางแยกพวกมันออกไป"
เขาหักเลี้ยวเข้าตรอกที่แคบกว่าเดิม ฝีเท้าของเขายังคงรวดเร็วไม่แพ้กัน ทว่าตรอกนี้เต็มไปด้วยสิ่งกีดขวาง เศษวัสดุที่กองทิ้งระเกะระกะ
คมอาศัยความคล่องแคล่วของร่างกาย กระโดดข้ามสิ่งกีดขวางเหล่านี้ไปอย่างคล่องแคล่ว แต่พวกอันธพาลที่ตัวใหญ่กว่า กลับต้องเสียจังหวะ สะดุดล้มลุกคลุกคลานไปตามทาง
"แยกได้แล้ว" คมยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
เขาเห็นช่องทางเล็กๆ ที่ทอดเข้าไปสู่พื้นที่รกทึบที่อยู่ด้านหลังอาคาร คมตัดสินใจพุ่งเข้าไปในนั้นโดยไม่ลังเล
พื้นที่นี้คือส่วนหนึ่งของป่าทึบที่ถูกทิ้งร้างเอาไว้ นานนม ต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นปกคลุมหนาทึบจนแทบมองไม่เห็นแสงแดด แม้ในเวลากลางวัน แสงที่ส่องลงมาถึงพื้นดินก็มีเพียงน้อยนิด
คมหยุดพักหายใจ หอบหายใจอย่างหนัก เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกอันธพาลที่ยังคงไล่ตามมาอยู่ห่างๆ
"ที่นี่แหละ..." คมพึมพำ "คือสนามของฉัน"
เขาหยิบมีดสั้นที่พกติดตัวออกมา ถือไว้ในมือแน่น ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความมุ่งมั่น
"ถึงเวลาเล่นสนุกแล้ว"
คมใช้ความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ป่าทึบที่เขาได้ศึกษามาอย่างดี วิ่งลัดเลาะไปตามต้นไม้และพุ่มไม้หนาทึบ ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เขาอาศัยเงาของต้นไม้ในการพรางตัว สังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของศัตรู
เมื่อพวกอันธพาลกลุ่มแรกวิ่งเข้ามาถึงบริเวณป่าทึบ พวกมันดูจะตกใจกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย
"เฮ้ย! ไปไหนกันวะ?" หนึ่งในพวกมันตะโกนถาม
"ก็ไล่ตามไอ้ตัวแสบนั่นไง!" อีกคนตอบกลับ "มันวิ่งเข้ามาทางนี้แหละ!"
"แต่ที่นี่มันรกชะมัดเลยว่ะ" เสียงหนึ่งบ่นอุบอิบ "มองอะไรไม่เห็นเลย"
คมอาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังตื่นตระหนก ลอบเคลื่อนตัวเข้าไปด้านหลังของกลุ่มอันธพาลที่ช้าที่สุด
"ฉึก!"
คมแทงมีดสั้นเข้าที่ต้นขาของอันธพาลคนหนึ่งอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
"อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น
"มีอะไรวะ?" อันธพาลที่เหลือหันกลับมามอง
คมอาศัยจังหวะที่พวกมันกำลังสับสน เขาถีบต้นไม้ข้างๆ อย่างแรง ทำให้กิ่งไม้ขนาดใหญ่หล่นลงมาใส่กลุ่มอันธพาล ทำให้พวกมันเสียหลัก
"จับมันไว้!" เสียงตะโกนดังขึ้นอีกครั้ง
แต่คมไม่รอช้า เขากระโดดหนีเข้าไปในป่าลึกกว่าเดิม ทิ้งพวกมันไว้กับความสับสนและบาดแผล
เขาใช้เวลาอีกไม่นานในการจัดการกับอันธพาลที่เหลืออยู่ทีละคน ทีละคน ด้วยความแม่นยำและไร้ความปราณี ป่าทึบแห่งนี้กลายเป็นสมรภูมิสังหารที่คมเป็นผู้ควบคุม
เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง คมยืนหอบหายใจ เหงื่อกาฬไหลอาบไปทั่วร่าง มีดสั้นในมือเปื้อนไปด้วยเลือด สีหน้าของเขาแข็งกร้าว ทว่าแฝงไว้ด้วยความเหนื่อยล้า
"นี่แค่การเริ่มต้นเท่านั้น" คมพึมพำกับตัวเอง
เขาหันกลับไปมองทางที่เขาจากมา ภาพของซากศพที่นอนกองอยู่เบื้องล่าง เป็นเครื่องยืนยันถึงฝีมืออันร้ายกาจของเขา
"ต้องรีบไปให้ถึงคฤหาสน์ของบอสใหญ่ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว"
คมตัดสินใจที่จะไม่เสียเวลาอีกต่อไป เขาเริ่มต้นเดินทางอีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังเป้าหมายที่แท้จริง ทว่าเขายังไม่รู้เลยว่า ภารกิจที่แท้จริงของเขานั้นอันตรายยิ่งกว่าที่เขาคาดคิดไว้มากนัก และการเผชิญหน้ากับ "บอสใหญ่" นั้น อาจจะนำพาเขาไปสู่การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาก็เป็นได้
เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป? คมจะสามารถแทรกซึมเข้าไปในคฤหาสน์ของบอสใหญ่ได้สำเร็จหรือไม่? และอะไรคือสิ่งที่เขาต้องเผชิญหน้าอยู่เบื้องหน้า?

หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก