ลมเย็นยะเยือกยังคงพัดโหยหวนไปตามซอกหลืบอันมืดมิด กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฉุนของขยะเน่าเปื่อยที่เป็นเหมือนมนต์เสน่ห์ประจำตรอกแห่งนี้ คมยังคงหมอบต่ำ ซ่อนกายอยู่หลังถังขยะสีเขียวสนิมเขรอะ หัวใจของเขายังคงเต้นระรัวเป็นจังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ แต่ทว่า… ครั้งนี้มันไม่ใช่เพราะความกลัว
ความกลัวที่เคยกัดกินเขาในตอนแรก บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นอันเร่าร้อน เฉกเช่นเปลวเพลิงที่พร้อมจะลุกโชนในใจกลางความมืด เขาได้เห็นมันแล้ว… เห็นเงาร่างที่ซุ่มซ่อนอยู่เบื้องหน้า เงาร่างที่ชวนขนลุกขนพอง ราวกับผีร้ายที่เฝ้ารอเหยื่อผู้โชคร้าย
เสียงฝีเท้าที่ย่องเบาและเชื่องช้าดังแว่วมาเป็นระยะๆ คมขมวดคิ้ว สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ร่างกายของเขาแข็งเกร็งขึ้นทุกขณะ ราวกับจะผสานเป็นหนึ่งเดียวกับซอกหลืบอันมืดมิดนี้ สัญชาตญาณนักรบที่สั่งสมมานานหลายปีปลุกเร้าเขาขึ้นมา ทุกประสาทสัมผัสทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
“ใคร… ใครอยู่ตรงนั้น” เสียงห้าวทุ้มดังลอดออกมาจากมุมมืด เป็นเสียงของผู้ชายที่ฟังดูชราและเต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย
คมไม่ตอบ เขาแน่ใจแล้วว่าศัตรูที่เขาตามหาไม่ได้มีเพียงคนเดียว และพวกมันก็กำลังเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
ทันใดนั้น แสงไฟฉายกระบอกหนึ่งก็สาดส่องเข้ามาในตรอกอย่างรวดเร็ว แสงสีเหลืองสลัวไล่กวาดไปตามผนังอิฐที่ผุพัง และซากกองขยะที่เกลื่อนกลาด ราวกับกำลังค้นหาสิ่งที่สูญหาย
“เห็นอะไรไหม… แก่” เสียงหนึ่งดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงที่ฟังดูหยาบกระด้างและเย็นชา
“ไม่… ข้าไม่เห็นอะไรเลย” เสียงแรกตอบกลับมา “อาจจะเป็นแค่หนู หรือไม่ก็แมลงสาบตัวใหญ่”
คมกัดฟัน เขาจำเสียงของชายชราได้ เสียงนี้เคยดังอยู่ในโสตประสาทของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าเมื่อครั้งที่เขาถูกส่งมายังสถานที่แห่งนี้เพื่อทำภารกิจบางอย่างที่เขาไม่เคยเข้าใจ
“ข้าว่าไม่ใช่” เสียงหยาบกระด้างกล่าว “สายตาข้าไม่เคยพลาด… ข้าเห็นเงาบางอย่าง มันเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น… หลังถังขยะนั่น”
คมรู้ตัวทันทีว่าเวลาแห่งการซ่อนตัวได้สิ้นสุดลงแล้ว เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเผชิญหน้า
ทันทีที่แสงไฟฉายส่องมาถึงตำแหน่งที่เขาซ่อนตัว คมก็พุ่งตัวออกมาจากหลังถังขยะอย่างรวดเร็ว เขากระโดดตีลังกาไปข้างหน้า ก่อนจะใช้แรงส่งของขาเตะกวาดไปที่ขาของชายที่ถือไฟฉาย
“โอ๊ย!” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ชายคนนั้นเสียหลัก ล้มลงไปกองกับพื้น แสงไฟฉายกระเด็นหายไปในความมืด
“แกเป็นใคร! กล้าดีอย่างไร!” ชายอีกคนตะโกนขึ้น พร้อมกับเสียงที่กำลังจะชักอาวุธบางอย่างออกมา
คมไม่เสียเวลาตอบโต้ เขารู้ว่าถ้าปล่อยให้พวกมันตั้งตัวได้ โอกาสของเขาจะน้อยลงไปอีก
เขาพุ่งเข้าใส่ร่างของชายที่ล้มลงก่อน คว้าปืนพกที่เหน็บอยู่ที่เอวของมันมาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันปากกระบอกปืนไปยังชายอีกคนที่กำลังจะชักอาวุธ
“ใคร… ที่ส่งพวกแกมา” คมถามเสียงเย็นเยียบ
ชายที่กำลังจะชักอาวุธหยุดชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจและหวาดกลัว เขามองคมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
“เจ้า… เจ้าคือ… คม!” ชายคนนั้นอุทานเสียงสั่น
“ใช่… แล้วพวกแกเป็นใคร” คมย้ำคำถาม
“เรา… เราเป็นแค่คนงาน… มาเก็บของ” ชายอีกคนรีบแก้ตัว
“คนงานเก็บของ? เก็บอะไรกันแน่?” คมถาม พลางกวาดสายตาไปรอบๆ ตรอก เขาเห็นถุงปุ๋ยขนาดใหญ่หลายใบวางเรียงรายอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกมันยืนอยู่
“ก็… ของที่คนอื่นทิ้งแล้ว… เราเอามาขาย” ชายคนแรกตอบเสียงอ่อย
คมไม่เชื่อ เขาเห็นแววตาของพวกมันที่หลบเลี่ยง ไม่กล้าสบตาเขาโดยตรง
“อย่ามาหลอกกัน… ข้ารู้ว่าพวกแกกำลังทำอะไรอยู่” คมกล่าว “พวกแกกำลังขนของผิดกฎหมายใช่หรือไม่?”
“ไม่… ไม่จริง!” ชายทั้งสองคนปฏิเสธเสียงดัง แต่ก็ดูเหมือนจะไร้ซึ่งความน่าเชื่อถือ
“บอกมา… ใครเป็นคนจ้างพวกแก” คมบีบขมับพลางบีบไกปืนเบาๆ เป็นการข่มขู่
“เรา… เราพูดไม่ได้…” ชายคนแรกกล่าว เสียงของเขาแผ่วเบาลง “ถ้าเราพูด… เราจะตาย”
“ถ้าพวกแกไม่พูด… พวกแกก็จะตายอยู่ที่นี่” คมตอบกลับอย่างไม่ใยดี
บรรยากาศในตรอกแคบๆ ตึงเครียดขึ้นอย่างฉับพลัน ลมเย็นยะเยือกพัดมาอีกครั้ง ทำให้กลิ่นอายของความตายยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ทันใดนั้น เสียงปืนนัดหนึ่งก็ดังสนั่นขึ้น!
คมตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว เขาพุ่งตัวหลบไปยังหลังถังขยะอีกครั้ง เสียงกระสุนเฉียดร่างเขาไปอย่างหวุดหวิด
“แกร่งกว่าที่คิด!” เสียงตะโกนดังมาจากที่ไหนสักแห่งในความมืด
คมรู้ทันทีว่าไม่ใช่แค่คนงานสองคนนี้แน่ๆ ศัตรูที่แท้จริงกำลังปรากฏตัว
เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังปลายตรอกด้านหนึ่ง แสงไฟฉายที่เคยสาดส่องเมื่อครู่ บัดนี้กลับถูกบดบังด้วยเงาร่างที่ใหญ่กว่า
เงาร่างนั้นค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้… ช้าๆ… แต่หนักแน่น
คมมองเห็นแววตาของชายชราที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังถังขยะอย่างชัดเจน แววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสิ้นหวัง
“ท่าน… ท่านต้องรีบไป!” ชายชราตะโกนบอกคม “พวกมัน… พวกมันคือหน่วยสังหารของบอสใหญ่!”
หน่วยสังหารของบอสใหญ่? ชื่อนี้ทำให้คมสะดุ้ง เขาเคยได้ยินกิตติศัพท์ของหน่วยนี้มาก่อน เป็นหน่วยที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไร้ความปราณี
“บอสใหญ่… ใครคือบอสใหญ่?” คมถาม
“เจ้า… เจ้าไม่รู้เรื่องอะไรเลยหรือ?” ชายชราถามกลับด้วยความประหลาดใจ “บอสใหญ่… คือผู้ที่กุมอำนาจสูงสุดในเมืองนี้… เขาคือ… ‘พญามัจจุราช’!”
คำว่า ‘พญามัจจุราช’ สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจิตวิญญาณของคม มันเป็นชื่อที่บ่งบอกถึงอำนาจที่ไร้ขีดจำกัด และความตายที่พร้อมจะพรากทุกสิ่งไป
เงาร่างที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ บัดนี้คมมองเห็นมันชัดเจนขึ้น มันคือชายร่างกำยำ สวมชุดดำสนิท ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากที่ทำจากหนังสีดำ ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและอำมหิต
“เจ้า… ข้าจะฆ่าเจ้า!” ชายที่สวมหน้ากากตะโกนเสียงก้อง ราวกับจะประกาศศักดา
คมรู้ว่านี่คือจุดเปลี่ยน เขาไม่สามารถปล่อยให้แผนการของเขาต้องหยุดชะงักเพียงเท่านี้
เขาคำนวณระยะทางอย่างรวดเร็ว สัมผัสได้ถึงจังหวะการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย
“แก… อยากตายนักใช่ไหม” คมกล่าวตอบ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความท้าทาย
ชายที่สวมหน้ากากไม่ตอบโต้ เขาพุ่งเข้าใส่คมอย่างรวดเร็ว ดาบสั้นที่อยู่ในมือของเขาสะท้อนแสงไฟสลัวๆ
คมหลบหลีกการโจมตีอย่างฉิวเฉียด เขาใช้ทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาอย่างเข้มข้น ตอบโต้กลับไปอย่างรวดเร็ว
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ท่ามกลางซอกหลืบอันมืดมิด เสียงปืน เสียงดาบ และเสียงตะโกนดังสะท้อนไปทั่ว
คมพยายามเข้าถึงตัวชายชราที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง เขาต้องการพาชายชราคนนี้ออกจากตรอกนี้ไปให้เร็วที่สุด
แต่ดูเหมือนว่าหน่วยสังหารของบอสใหญ่จะมากันมากกว่าที่เขาคิด
เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังขึ้นจากอีกด้านหนึ่งของตรอก เป็นสัญญาณว่าพวกมันกำลังล้อมคมไว้
คมรู้สึกได้ถึงความกดดันที่เพิ่มสูงขึ้น เขากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งและมีจำนวนมากกว่า
“แกหนีไม่พ้นหรอก… คม!” ชายที่สวมหน้ากากตะโกน “วันนี้… คือวันตายของแก!”
คมกัดฟัน เขาไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา
เขามองไปยังชายชราด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความตั้งใจ
“ท่าน… ถ่วงเวลาให้ข้า… ข้าจะหาทางพาพวกเราออกไป” คมกล่าว
ชายชราพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
คมตัดสินใจ เขาต้องใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างออกไป
เขาหันไปทางกลุ่มหน่วยสังหารที่กำลังล้อมเข้ามา
“พวกแก… กลัวความมืดหรือเปล่า” คมกล่าวพลางยิ้มมุมปาก
ทันใดนั้นเอง คมก็หยิบวัตถุบางอย่างออกมาจากกระเป๋า เขาโยนมันไปยังกลุ่มหน่วยสังหาร
“ปัง!” เสียงดังสนั่น ตามมาด้วยแสงสว่างจ้าที่ทำให้ตาพร่ามัว
มันคือระเบิดควัน!
กลุ่มหน่วยสังหารพากันตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกมันตาพร่ามัว มองเห็นอะไรไม่ชัดเจน
“โอกาส!” คมตะโกนบอกชายชรา
คมรีบเข้าไปคว้าแขนของชายชรา พากันวิ่งออกไปจากตรอกอย่างรวดเร็ว
พวกเขาอาศัยช่วงเวลาที่หน่วยสังหารกำลังตั้งหลักได้ วิ่งฝ่ากลุ่มควันสีขาวที่ลอยคลุ้งไป
เสียงปืนดังไล่หลังมา แต่คมก็ยังคงวิ่งต่อไปอย่างไม่ลดละ
เขาพาชายชราวิ่งผ่านตรอกแคบๆ สู่ถนนที่มืดกว่าเดิม
“ไปทางนี้!” ชายชราบอกคม
คมเชื่อใจชายชรา เขาหักเลี้ยวไปตามทิศทางที่ชายชราบอก
เมื่อพ้นจากตรอกอันมืดมิด ทั้งสองก็มาถึงถนนที่เปลี่ยวร้าง
คมเงยหน้ามองฟ้า เขามองเห็นแสงดาวที่ริบหรี่อยู่ท่ามกลางมลพิษของเมืองใหญ่
“เรา… รอดแล้ว” ชายชราถอนหายใจอย่างโล่งอก
คมกอดปืนไว้แน่น เขาไม่มีทางแน่ใจว่าพวกเขาจะปลอดภัยจริงๆ
“ยัง… เรายังไม่ปลอดภัย” คมกล่าว “พวกมันตามมาแน่… และข้าแน่ใจว่าพวกมันจะไม่ปล่อยให้เรามีชีวิตรอด”
คมหันกลับไปมองยังปากตรอกที่พวกเขาเพิ่งจากมา
เงาร่างของหน่วยสังหารค่อยๆ ปรากฏออกมาจากกลุ่มควัน พวกมันยืนจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น
คมรู้ว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหญ่
เขาจะต้องเผชิญหน้ากับ ‘พญามัจจุราช’ และลูกสมุนอันเหี้ยมโหดของมัน
การเดินทางของคมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น… และมันจะเต็มไปด้วยเลือดและน้ำตา
เขาจะต้องพิสูจน์ตัวเอง ว่าเขาไม่ใช่แค่หมากตัวหนึ่งบนกระดานเกมของใครบางคน
แต่เป็นหมากที่พร้อมจะสะท้านแผ่นดิน!

หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก