ลมเย็นยะเยือกยังคงพัดโหยหวนไปตามซอกหลืบอันมืดมิด กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฉุนของขยะเน่าเปื่อยที่เป็นเหมือนมนต์เสน่ห์ประจำตรอกแห่งนี้ คมยังคงหมอบต่ำ ซ่อนกายอยู่หลังถังขยะสีเขียวสนิมเขรอะ หัวใจของเขายังคงเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก ความกดดันถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนจะเล่นตลกกับประสาทสัมผัสของเขา
ในที่สุด เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังใกล้เข้ามา ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สองคนเดินกร่างเข้ามาในตรอก ดวงตาของพวกเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวง ราวกับกำลังตามล่าเหยื่อที่หลงเข้ามาในอาณาเขตของตน คมกลั้นหายใจ หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนไปทั่วร่าง เขาภาวนาขอให้เงาที่ทอดทาบทับจากอาคารสูงบังร่างของเขาไว้ได้มิดชิด
“แกเห็นอะไรไหมวะ?” ชายคนหนึ่งถาม เสียงห้าวแหบพร่า
“เปล่า ไม่มีอะไรนอกจากไอ้พวกขยะนี่” อีกคนตอบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
คมเหลือบมองผ่านรอยร้าวของถังขยะ เห็นเพียงปลายรองเท้าบูทหนังขัดมันที่เดินผ่านไปใกล้ๆ โชคดีที่แสงไฟจากเสาไฟที่อยู่ไกลออกไปส่องมาไม่ถึงจุดที่เขาซ่อนตัวอยู่พอดี
“หัวหน้ามันบอกให้มาดูให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาป้วนเปี้ยนแถวนี้”
“เออๆ รีบๆ ไปกันเหอะ กูไม่ชอบที่นี่ว่ะ กลิ่นแม่งสาบสูนฉิบหาย”
เสียงฝีเท้าค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับความโล่งใจที่ค่อยๆ คลืบคลานเข้ามา คมปล่อยลมหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา เขาค่อยๆ ขยับตัวออกจากที่ซ่อน มองไปรอบๆ อีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืน สลัดฝุ่นผงออกจากเสื้อผ้า
ภารกิจของเขาคือการแทรกซึมเข้าไปในอาณาเขตของ "บอสใหญ่" ชายผู้ทรงอิทธิพลที่ควบคุมโลกใต้ดินของเมืองนี้ การบุกรุกเข้าไปในคฤหาสน์หรูของเขาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คมมีเหตุผลที่จะต้องทำ เขาต้องตามหา "รหัสลับ" ที่จะไขไปสู่ความจริงบางอย่าง ซึ่งข้อมูลที่เขาได้รับมา ชี้เป้ามาที่คฤหาสน์แห่งนี้
เขาก้าวออกจากตรอกอันมืดมิด มุ่งหน้าสู่ย่านที่เงียบสงัดกว่าเดิม แต่ความเงียบสงัดนั้นกลับแฝงไปด้วยอันตรายที่มองไม่เห็น แสงไฟนีออนจากป้ายร้านรวงที่ปิดให้บริการแล้วสาดส่องเป็นระยะๆ สร้างเงาประหลาดที่เต้นระริกไปมาตามทางเท้า
คมเดินไปตามถนน มองหาทิศทางที่ถูกต้องเพื่อเข้าใกล้คฤหาสน์เป้าหมาย คฤหาสน์หลังนั้นตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ที่มองเห็นได้จากระยะไกล ดูราวกับปราสาทต้องคำสาปที่แวดล้อมไปด้วยความมืดมิด
ขณะที่คมกำลังประเมินเส้นทาง ชายชุดดำสองคนก็ปรากฏตัวขึ้นจากมุมมืด พวกเขาเดินเข้ามาหาคมอย่างรวดเร็ว มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในเสื้อคล้ายจะหยิบอาวุธ
“หยุดตรงนั้น!” หนึ่งในนั้นตะโกนเสียงดัง
คมชะงัก เขาไม่ต้องการการต่อสู้ที่ไม่จำเป็น แต่ก็พร้อมเสมอหากเลี่ยงไม่ได้
“มีอะไร?” คมถาม พยายามรักษาน้ำเสียงให้เรียบเฉย
“นายเป็นใคร มาทำอะไรแถวนี้?” ชายอีกคนถาม ดวงตาคมกริบจับจ้องมาที่คม
“ผมแค่เดินหลงทางน่ะครับ” คมตอบ
“หลงทาง? ที่นี่ไม่ใช่ทางผ่านของคนธรรมดา” น้ำเสียงของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ
คมรู้ดีว่าการโกหกในสถานการณ์เช่นนี้มีแต่จะทำให้เรื่องแย่ลง เขาตัดสินใจใช้ไหวพริบ
“ผมกำลังตามหาคนที่ชื่อ... “คม” “ เขาแกล้งทำเป็นอึกอักเล็กน้อย
ชายชุดดำทั้งสองมองหน้ากัน คมสังเกตเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของพวกเขา
“นายรู้จัก “คม” งั้นหรือ?”
“ผมได้ยินชื่อเสียงเขามาน่ะครับ เขาบอกว่ามีบางอย่างจะให้ผม... แต่ผมจำทางไม่ได้” คมต่อบทสนทนาไปอย่างแนบเนียน
ชายชุดดำคนแรกขมวดคิ้ว “นายกำลังพูดถึงอะไรกันแน่?”
“ผม... ผมไม่แน่ใจน่ะครับ เขาบอกแค่ให้มารอที่นี่ตอนดึกๆ” คมพยายามทำให้ดูเหมือนคนขี้กลัวที่กำลังสับสน
เป็นไปตามคาด พวกเขาสองคนดูจะเชื่อคำพูดของเขา แต่ก็ยังคงระแวง
“ถ้านายไม่รู้จัก “คม” ตัวจริง ทำไมถึงมารอที่นี่?”
“เขา... เขาบอกว่ามีคนจะมาส่งของให้ผมที่นี่” คมโกหกต่อไป
ชายชุดดำคนหนึ่งยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู “นายมีนัดกับใคร?”
คมยิ้มแหยๆ “ผมจำชื่อเขาไม่ได้เลยครับ เขาบอกแค่ว่า... เป็นคนของ “บอสใหญ่””
คำว่า “บอสใหญ่” ทำให้บรรยากาศยิ่งตึงเครียด ชายชุดดำทั้งสองเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่คนหนึ่งจะพูดขึ้น
“เดี๋ยวนายรอที่นี่ อย่าไปไหน”
ทั้งสองคนเดินหันหลังกลับไป คมมองตามหลังพวกเขาไปเงียบๆ เขาคาดหวังว่าพวกเขาจะไปรายงานตัวกับใครบางคน ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการ เขารู้ว่ามีโอกาสที่พวกเขาจะกลับมาพร้อมกับคำสั่ง แต่ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะปล่อยเขาไปหากดูแล้วไม่เป็นภัย
ไม่นานนัก ชายชุดดำคนเดิมก็เดินกลับมา เพียงแต่คราวนี้ มีชายอีกคนหนึ่งเดินตามมาด้วย ชายคนนั้นสวมสูทสีดำสนิท ใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาเหมือนใบมีดที่พร้อมจะเฉือนทุกสิ่ง
“นายพูดจริงหรือ?” ชายในสูทถาม น้ำเสียงเย็นชา
“ผม... ผมพูดจริงครับ” คมตอบ
ชายในสูทพิจารณาคมอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประเมินความน่าเชื่อถือ
“ถ้าโกหก... ชีวิตนายจะจบลงอย่างน่าสังเวช” เขาพูดพลางเดินเข้ามาใกล้
คมไม่แสดงอาการหวาดกลัว แต่กลับสบตาเขาตรงๆ “ผมไม่มีเหตุผลที่จะโกหกครับ”
ชายในสูทพยักหน้าเล็กน้อย “ตามฉันมา”
คมลังเลเล็กน้อย เขาไม่แน่ใจว่านี่คือกับดัก หรือโอกาสทอง
“ผม... ผมต้องไปที่ไหนครับ?”
“ไปที่คฤหาสน์”
คมรู้ดีว่านี่คือจุดเปลี่ยน เขาตัดสินใจเดินตามชายในสูทไปอย่างเงียบๆ ชายชุดดำอีกสองคนเดินประกบข้างเขา คมรู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาตลอดทาง
พวกเขาเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่คมไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นทางลับที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้หนาทึบ และก่อนที่คมจะรู้ตัว เขาก็มาหยุดอยู่เบื้องหน้ากำแพงสูงใหญ่ที่ปิดกั้นอาณาเขตของคฤหาสน์
กำแพงนั้นสูงเสียดฟ้า และมีรั้วเหล็กแหลมคมอยู่ด้านบน ยามรักษาความปลอดภัยยืนประจำการอยู่ตามจุดต่างๆ ท่าทางของพวกเขากระฉับกระเฉงและระแวดระวัง
“ยืนตรงนี้ รอคำสั่ง” ชายในสูทบอก ก่อนจะเดินหายไป
คมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความคิดไหลวนไป เขาคาดเดาว่าชายในสูทคนนั้นกำลังไปรายงานตัวกับบอสใหญ่ หรืออาจจะไปรับคำสั่งมาจัดการกับเขา
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความเงียบสงัดของคฤหาสน์ที่ดูราวกับไม่มีชีวิต
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากด้านหลัง คมรีบหันไปมอง
เป็นชายในสูทคนเดิม แต่คราวนี้ เขาไม่ได้มาคนเดียว
ชายอีกคนหนึ่งเดินตามมา ชายคนนั้นสวมหมวกปีกกว้างปิดบังใบหน้าส่วนใหญ่ แต่คมก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขา
“นี่คือ “คม” ที่นายพูดถึงหรือ?” ชายในหมวกปีกกว้างถาม เสียงแหบแห้ง
ชายในสูทพยักหน้า
“น่าสนใจ... ความสูงก็ไม่มากนัก รูปร่างก็ดูธรรมดา แต่ดวงตามัน... มีประกายของนักล่า” ชายในหมวกปีกกว้างพึมพำ
คมรู้สึกราวกับถูกถลกหนังมอง เขาพยายามควบคุมการหายใจให้เป็นปกติ
“เขาบอกว่าเขามีอะไรจะให้ฉัน” ชายในสูทกล่าว
ชายในหมวกปีกกว้างหัวเราะเบาๆ “เขาจะให้ฉันอะไรได้เล่า... เขาเพิ่งจะเข้ามาในอาณาเขตของฉัน”
“เขาบอกว่า... เป็นรหัสลับ” คมกล่าวออกมาอย่างไม่ลังเล
ทันทีที่คำว่า “รหัสลับ” หลุดออกจากปากของคม ชายในหมวกปีกกว้างก็ชะงัก ดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้ปีกหมวกดูเหมือนจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
“รหัสลับ?” เขาถามซ้ำ
“ใช่ครับ เขาบอกว่ามันสำคัญมาก และเป็นสิ่งที่ฉันต้องนำไปให้...” คมแกล้งทำเป็นนึกไม่ออก
“ให้ใคร?” ชายในหมวกปีกกว้างถามอย่างเร่งร้อน
“ผม... ผมจำชื่อเขาไม่ได้จริงๆ ครับ เขาบอกแค่ว่าเป็นคนที่... “คอยอยู่”” คมสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อทดสอบปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
สีหน้าของชายในหมวกปีกกว้างเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เขามองคมอย่างพิจารณาอีกครั้ง
“เอาล่ะ... ถ้าสิ่งที่นายพูดเป็นความจริง นายจะมีค่า” เขาพูดพลางเดินเข้ามาใกล้คม
คมเตรียมพร้อมรับมือ ชายในหมวกปีกกว้างหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเขา ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว
“นายแน่ใจนะว่ารหัสลับนั้น... จะนำพาไปสู่สิ่งที่ฉันต้องการ?”
คมมองเข้าไปในดวงตาของชายในหมวกปีกกว้าง เขาเห็นความกระหาย ความโลภ และความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่
“ผม... ผมไม่แน่ใจ 100% ครับ แต่มันคือข้อมูลที่ผมได้รับมา” คมตอบอย่างตรงไปตรงมา
ชายในหมวกปีกกว้างยิ้มมุมปาก “ถ้าอย่างนั้น... เรามาทำข้อตกลงกัน”
“ข้อตกลงอะไรครับ?”
“ถ้าสิ่งที่นายหามาได้... มีค่าจริง ฉันจะให้รางวัลนายอย่างงาม แต่ถ้ามันไร้สาระ... นายจะกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นที่หายไปกับสายลม”
คมพยักหน้า “ผมยอมรับข้อตกลงครับ”
“ดี” ชายในหมวกปีกกว้างกล่าว “แต่ก่อนอื่น... นายต้องพิสูจน์ตัวเองก่อน”
“พิสูจน์อะไรครับ?”
“พิสูจน์ว่านายมีความสามารถพอที่จะเข้ามาในอาณาเขตของฉัน”
ทันใดนั้นเอง ชายในหมวกปีกกว้างก็ถอดหมวกออก เผยให้เห็นใบหน้าของชายชราท่าทางสง่างาม แต่แววตากลับคมกล้าดุจเหยี่ยว
“ฉันคือ “เงา” แห่งคฤหาสน์ราตรี” เขาแนะนำตัว “และนาย... จะต้องผ่านบททดสอบของฉันก่อน”
ก่อนที่คมจะได้ตอบอะไร ร่างของชายชราก็พุ่งเข้าใส่คมราวกับสายฟ้าฟาด!

หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก