ลมเย็นยะเยือกยังคงพัดโหยหวนไปตามซอกหลืบอันมืดทึบ กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฉุนของขยะเน่าเปื่อยที่เป็นเหมือนมนต์เสน่ห์ประจำตรอกแห่งนี้ คมยังคงหมอบต่ำ ซ่อนกายอยู่หลังถังขยะสีเขรอะ ดวงตาคมกริบสาดมองไปรอบทิศทาง ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัวราวกับสัตว์ป่าที่กำลังล่าเหยื่อ ความเงียบงันอันหนักอึ้งราวกับจะบีบคั้นทุกสรรพสิ่งให้แหลกลาญ เป็นเพียงฉากหน้าเบื้องหลังความตึงเครียดที่คืบคลานเข้ามา
“พวกมันยังไม่ไปไหน” เสียงกระซิบแหบพร่าดังลอดออกมาจากปากของคม เขาขยับตัวเล็กน้อย ยืดเส้นยืดสายที่เริ่มแข็งทื่อจากการหมอบเป็นเวลานาน “ยังเฝ้าอยู่ สังเกตการณ์”
คมจำได้ดีถึงภาพที่เขาเห็นก่อนจะหลบซ่อนตัว ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สองคนพร้อมอาวุธครบมือ ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เขาแอบดูแผนผังคฤหาสน์ของบอสใหญ่เมื่อครู่ รอยเลือดแห้งกรังที่ประทับอยู่บนพื้นปูนเย็นชืด บ่งบอกถึงการปะทะที่เพิ่งจะจบลงไม่นานนัก เขารู้ดีว่าการจะแทรกตัวเข้าไปในอาณาเขตของ “เสือสมิง” ในคืนนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายดาย
“แล้วเราจะทำยังไงต่อไป?” ปลายเสียงของ “เมฆ” ดังแผ่วเบาจากอีกฟากหนึ่งของถังขยะ ท่าทีของเขาบ่งบอกถึงความกังวลที่เริ่มคุกคาม “ถ้าพวกมันรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้…”
“พวกมันไม่รู้” คมตอบเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น “และจะไม่มีวันรู้”
เขากล่าวพลางยื่นมือออกไปสัมผัสกับรอยเลือดที่แห้งกรังบนพื้น พลันนิ้วมือของเขาก็เปื้อนเลือดสีเข้มที่ติดแน่น คมยกมือขึ้นมาดม กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ปะปนกับกลิ่นดินและฝุ่นละออง โชยเข้าจมูก มันคือกลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นที่เขาต่อสู้มาตลอดชีวิต
“เลือดของพวกเราเอง” คมพึมพำเบาๆ “แต่พวกมันก็เสียเลือดไปไม่น้อยเหมือนกัน”
ย้อนกลับไปไม่นานนัก ในความมืดสลัวของตรอกแห่งนี้ การเผชิญหน้าอันดุเดือดได้อุบัติขึ้น คมและเมฆถูกล้อมกรอบโดยกลุ่มนักเลงหัวไม้ที่น่าจะเป็นลูกสมุนของเสือสมิง พวกมันมีจำนวนมากกว่า แต่คมไม่เคยยอมแพ้ เขาใช้ความคล่องแคล่ว ความแม่นยำ และความเกรี้ยวกราดเข้าต่อสู้ การฟาดฟันด้วยอาวุธลับ การใช้สภาพแวดล้อมให้เป็นประโยชน์ ทุกอย่างถูกนำมาใช้จนหมดสิ้น
มีบางอย่างผิดปกติไป คมรู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แตกต่างออกไปจากกลุ่มนักเลงทั่วไป พวกมันมีความเป็นระเบียบมากกว่า มีการประสานงานที่เหนือกว่า และที่สำคัญที่สุด… พวกมันไม่กลัวตาย
“นี่มันไม่ใช่พวกกระจอก” เมฆพูดพลางพุ่งหมัดเข้าใส่ใบหน้าของชายร่างใหญ่คนหนึ่งที่พยายามจะคว้าเขา “พวกมันเหมือน… ทหาร”
คมเหลือบมองเมฆเพียงแวบเดียว เขาเห็นด้วยกับคำพูดนั้น การเคลื่อนไหวของพวกมัน การใช้ปืน การยิงที่แม่นยำ ไม่ใช่สิ่งที่นักเลงทั่วไปจะทำได้ พวกมันถูกฝึกมาอย่างดี เพื่อการสังหาร
คมผลักชายที่กำลังเข้าประชิดออกไป ก่อนจะใช้มีดสั้นที่ซ่อนไว้แทงสวนเข้าที่หน้าท้องของมันอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นเซถอยหลังไปอย่างเจ็บปวด แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ ไม่ยอมล้มลงง่ายๆ
“บอสใหญ่คงไม่ธรรมดาอย่างที่คิด” คมกล่าวขณะปัดป้องการโจมตีด้วยกระบองเหล็กของอีกคน “เตรียมตัวให้พร้อม เมฆ นี่ไม่ใช่แค่การบุกเข้าไปแล้วหยิบของ”
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงปืน เสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวในตรอกแคบๆ นั้น คมและเมฆต่อสู้ประหนึ่งพายุหมุน พวกเขาอาศัยจังหวะและความได้เปรียบจากความมืด เข้าโจมตีอย่างรวดเร็วและแม่นยำ แต่จำนวนของศัตรูก็ยังคงเยอะเกินไป
ในจังหวะที่คมกำลังเปิดช่องว่างเพื่อหลบการยิงของกระสุนปืนสั้นที่เล็งมาที่เขาพอดี ชายร่างใหญ่คนหนึ่งก็พุ่งเข้าคว้าแขนเขาไว้แน่น
“จะไปไหน!” เสียงตะโกนดังขึ้น
คมสะบัดแขนอย่างแรง พยายามแกะมือที่แข็งแรงออก แต่ก็ไม่สำเร็จ เขาหันไปมอง พบว่าชายคนนั้นมีใบหน้าดุดัน ดวงตาฉายแววอำมหิต
“ปล่อย” คมกล่าวเสียงเย็น
“ไม่มีทาง” ชายคนนั้นกระชากคมเข้ามาใกล้ “แกจะต้องตายที่นี่!”
คมรู้ดีว่าถ้าถูกจับได้ เขาอาจจะจบชีวิตลงที่นี่เสียก่อนที่จะทำภารกิจสำเร็จ เขากัดฟัน ก้มตัวลงอย่างรวดเร็ว ใช้ไหล่กระแทกเข้าที่กลางลำตัวของชายคนนั้นอย่างเต็มแรง จนอีกฝ่ายผงะไปเล็กน้อย
นี่คือโอกาส!
คมไม่รอช้า ปลดอาวุธลับรูปดาวกระจายที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อ แล้วขว้างออกไปอย่างรวดเร็ว มันพุ่งเข้าปักเข้าที่ลำคอของชายคนนั้น ชายร่างยักษ์ร้องครวญครางอย่างเจ็บปวด ก่อนจะทรุดลงกองกับพื้น เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาไม่หยุด
คมรีบผละออกจากร่างที่แน่นิ่ง กวาดสายตามองไปรอบตัว เมฆกำลังต่อสู้กับศัตรูอีกสองคน เขาเห็นเมฆใช้ทักษะการต่อสู้ที่น่าทึ่งเข้าจัดการพวกมันอย่างรวดเร็ว
“ไปกันเถอะ!” คมตะโกนบอกเมฆ
ทั้งสองวิ่งฝ่าวงล้อมของศัตรูที่กำลังแตกพ่าย วิ่งเข้าไปในตรอกที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม รอยเลือดเปื้อนตามทางที่พวกเขาผ่านไป เป็นหลักฐานของความดุเดือดที่เพิ่งจะจบลง
ตอนนี้ พวกเขากลับมาหลบซ่อนตัวอยู่หลังถังขยะอีกครั้ง คมรู้ดีว่าการต่อสู้นั้นได้ส่งเสียงดังพอสมควร แม้จะพยายามทำให้เงียบที่สุดแล้วก็ตาม
“ถ้าพวกมันตามมา…” เมฆพูดเสียงสั่น
“พวกมันจะตามมา” คมยืนยัน “แต่ไม่ทันเรา”
คมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขากระชากเสื้อที่เปื้อนเลือดออกจากตัว โยนทิ้งลงในถังขยะข้างๆ จากนั้นก็หยิบเสื้อตัวใหม่ที่เตรียมมาใส่แทน
“เราต้องเข้าคฤหาสน์ให้ได้ก่อนที่หน่วยรักษาความปลอดภัยจะมาถึง” คมกล่าว “และเราต้องทำลายแผนการของบอสใหญ่ให้ได้”
เขาเหลือบมองไปยังรั้วสูงของคฤหาสน์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า เงาของมันทอดยาวไปตามพื้นดิน ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหลับใหล คมรู้ดีว่าเบื้องหลังความโอ่อ่า หรูหรานั้น ซ่อนไว้ซึ่งความลับดำมืดและความอันตรายที่เขาต้องเผชิญ
“แผนเดิมยังใช้ได้” คมพูดพลางสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ “แต่เราต้องเร็วกว่าเดิม”
เมฆพยักหน้า เขาเข้าใจดีว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป การเข้าถึงเป้าหมายจะยากลำบากกว่าที่คิดไว้มาก
“พวกที่อยู่เฝ้าตรงนั้น…” เมฆชี้ไปยังสองร่างที่คมเห็นก่อนหน้านี้ “พวกมันเป็นแค่ด่านหน้า”
“ใช่” คมตอบ “แต่ด่านต่อไปจะอันตรายกว่านี้”
คมก้มลงหยิบก้อนหินขึ้นมา กำไว้ในมือแน่น เขาออกแรงบีบ จนรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของมัน
“คืนนี้ จะมีเลือดอีก” คมกล่าวเสียงเรียบ “แต่คราวนี้ จะเป็นเลือดของพวกมัน”
เขาหันไปมองเมฆ ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว
“พร้อมแล้วใช่ไหม?”
เมฆสูดหายใจลึก ก่อนจะตอบรับ
“พร้อมเสมอ”
คมพยักหน้า เขาขยับตัวอย่างแผ่วเบา เคลื่อนที่ไปตามเงาของอาคารต่างๆ อย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี เขาใช้ความรู้เกี่ยวกับภูมิประเทศของตรอกซอกซอยที่เขาสั่งสมมานาน ทั้งจากการสำรวจ และจากการต่อสู้ครั้งก่อนๆ เพื่อหลบหลีกสายตาของศัตรู
ความเงียบเริ่มถูกรบกวนด้วยเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามา คมรู้ดีว่าพวกมันกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ สองร่างที่ยืนเฝ้าอยู่ตรงนั้น คงกำลังจะเข้ามาตรวจสอบ
“ระวัง” คมกระซิบ
เขาเห็นเงาของชายสองคนปรากฏขึ้นที่ปากตรอก เงาของพวกมันขยับไปมาอย่างระแวง
“มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า?” เสียงหนึ่งดังขึ้น
“ไม่เห็นมีอะไร” อีกเสียงตอบ “สงสัยจะเป็นแค่เสียงลม”
คมยิ้มมุมปาก เขาใช้จังหวะที่พวกมันกำลังจะผ่อนคลาย
“ถึงเวลาเล่นสนุกแล้ว” คมกล่าว
เขาตัดสินใจไม่รอช้า เขาพุ่งออกจากเงาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด
“ไง พวก” คมกล่าวเสียงทุ้มต่ำ
ชายทั้งสองตกใจ หันมาเผชิญหน้ากับคมอย่างรวดเร็ว มือของพวกเขาคว้าปืนที่พกมา แต่คมเร็วกว่า เขาพุ่งเข้าไปคว้าปืนของชายคนแรกก่อนจะถูกยิง จากนั้นก็ใช้ปืนกระบอกนั้นยิงใส่ชายอีกคนทันที
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวในตรอกที่เงียบสงัด
ชายที่ถูกยิงล้มลงทันที เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว
ชายคนแรกพยายามจะแย่งปืนคืนจากคม แต่คมตวัดปืนอีกกระบอกที่อยู่ในมืออีกข้างเข้ายิงใส่หน้าท้องของมัน
ชายคนนั้นร้องโหยหวน ร่างกายทรุดลงอย่างช้าๆ
คมยืนนิ่ง มองดูเลือดที่ไหลออกมาจากร่างของศัตรูที่อยู่ตรงหน้าเขา
“บอกแล้วไง” คมกล่าวเสียงเย็น “ว่าจะไม่มีวันให้พวกแกเห็นเรา”
เมฆปรากฏตัวขึ้นจากเงาข้างกายคม เขามองไปยังซากศพทั้งสองอย่างไม่สะทกสะท้าน
“เร็วดีนี่” เมฆกล่าว
“ต้องเร็ว” คมตอบ “เวลาของเรามีจำกัด”
เขามองไปยังคฤหาสน์อีกครั้ง ราวกับจะทะลวงเข้าไปถึงเบื้องใน
“ต่อไป คือการเผชิญหน้ากับของจริง”
คมก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พร้อมกับเมฆที่เดินตามไปติดๆ ทิ้งร่องรอยเลือดที่เข้มข้นขึ้นในราตรีอันมืดมิดนี้ไว้เบื้องหลัง
พวกเขาได้ผ่านด่านแรกไปแล้ว แต่ความอันตรายที่แท้จริงกำลังรอพวกเขาอยู่ข้างหน้า ในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดของคฤหาสน์หลังนั้น.

หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก