หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน

ตอนที่ 13 — เงาในเงามืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 951 คำ

ลมเย็นยะเยือกยังคงพัดโหยหวนไปตามซอกหลืบอันมืดทึบ กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฉุนของขยะเน่าเปื่อยที่เป็นเหมือนมนต์เสน่ห์ประจำตรอกแห่งนี้ คมยังคงหมอบต่ำ ซ่อนกายอยู่หลังถังขยะสีเขรอะ กลิ่นสาบของมันเสียดแทงจมูก แต่ความจำเป็นในสถานการณ์บีบให้เขาต้องอดทน

สายตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่ปลายทางเดินแคบๆ ที่ทอดตัวออกไปสู่ถนนใหญ่ ภาพของร่างสูงใหญ่สองร่างที่ยืนคุมเชิงอยู่ยังคงติดตา ‌คมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะประมาท แม้จะผ่านไปหลายนาทีแล้วที่เขาได้ยินเสียงฝีเท้าอันหนักแน่นเหล่านั้นค่อยๆ จางหายไป แต่สัญชาตญาณนักสู้ที่สั่งสมมาตลอดชีวิต บอกเขาว่าอันตรายยังไม่จางไปเสียทีเดียว

“พวกมันยังไม่ไปไหนแน่” คมพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่าลอดผ่านริมฝีปากที่แห้งผาก เขากวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ ​อย่างรวดเร็ว ทุกซอกทุกมุมของตรอกนี้เต็มไปด้วยเงา และในเงาเหล่านั้น อาจมีอันตรายซ่อนอยู่ก็ได้

แสงจันทร์ที่ลอดผ่านช่องว่างระหว่างตึกสูงทาบทับลงมาเป็นทางยาว ทำให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยฟุ้งในอากาศ สัมผัสได้ถึงความอับชื้นและความหนาวเย็นที่กัดกินเข้าไปในกระดูก เขาขยับตัวเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงความแข็งกระด้างของผิวปูนเย็นๆ ‍ใต้ฝ่ามือ การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็ทำให้กล้ามเนื้อที่เกร็งมานานส่งเสียงประท้วง

ความมืดคือเพื่อนที่ดีที่สุดของเขาในยามนี้ แต่ก็เป็นศัตรูที่มองไม่เห็นเช่นกัน มันบดบังการมองเห็น ทำให้แยกแยะระหว่างวัตถุธรรมดาๆ กับสิ่งที่อาจเป็นอันตรายได้ยากยิ่งขึ้น แต่สำหรับคมที่ฝึกฝนมาอย่างโชกโชนในสภาพแวดล้อมที่อันตรายยิ่งกว่านี้ การปรับตัวให้เข้ากับความมืดไม่ใช่เรื่องใหม่

เขานึกถึงใบหน้าของ ‌“พยัคฆ์” บอสใหญ่แห่งองค์กร “กรงเล็บมังกร” ภาพของคฤหาสน์หรูที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ล้อมรอบด้วยสวนอันเขียวขจีและระบบรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาผุดขึ้นมาในห้วงความคิด การแทรกซึมเข้าไปในคฤหาสน์นั้นไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายเลยแม้แต่น้อย และการที่จะเข้าถึงตัวพยัคฆ์ได้ ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ห่างไกลความสำเร็จ

“ยังไม่ถึงเวลา…” ‍คมกัดฟัน เขายังคงต้องหาทางออกจากตรอกแห่งนี้ให้ได้เสียก่อน จากนั้นจึงจะเริ่มวางแผนขั้นต่อไป

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เบาลงกว่าเดิม ราวกับกำลังค่อยๆ ลอยเข้ามาใกล้ คมรีบหมอบต่ำลงไปอีก ​พยายามกลืนตัวเองให้เป็นส่วนหนึ่งของความมืดและความสกปรก เขาเพ่งประสาทสัมผัสทั้งหมดที่มี ฟังเสียงลมหายใจที่แผ่วเบา เสียงเสียดสีของเสื้อผ้า และน้ำหนักของฝีเท้าที่กดลงบนพื้น

“แกแน่ใจเหรอว่ามันหนีไปแล้ว?” เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นมาอย่างชัดเจน เป็นเสียงของหนึ่งในสองคนที่เขาเห็นก่อนหน้านี้

“แน่ใจสิ นายน่าจะมองเห็นนะ ​เราคุมกันอยู่ทั้งสองทาง มันไม่มีทางไปไหนได้” เสียงอีกคนตอบกลับมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นใจ แต่แฝงไว้ด้วยความหงุดหงิด

“แต่… ข้าว่าข้าได้ยินเสียงนะ”

“หูแกคงฝาดไปน่า รีบไปรายงานท่านบอสดีกว่า ก่อนที่คนอื่นจะได้ดิบได้ดีไปกว่าเรา”

คมเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ​เขาจับจังหวะการเดินของพวกมันได้ ค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามแนวผนังด้านในของตรอก เสียงฝีเท้าเหล่านั้นยังคงอยู่ แต่เหมือนจะถอยห่างออกไปเรื่อยๆ

“ก็ได้ๆ รีบไปกันเถอะ”

คมรอจนกระทั่งเสียงฝีเท้าเหล่านั้นจางหายไปจนแทบไม่ได้ยินอีก เขาค่อยๆ ขยับตัวขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ดวงตาของเขายังคงกวาดมองไปรอบๆ อย่างไม่วางตา

“โชคดีไป…” เขาพึมพำอีกครั้ง

เขาตัดสินใจที่จะไม่เสี่ยงกลับออกไปทางเดิมอีกแล้ว ทางออกที่เหลือคือการเดินลึกเข้าไปในตรอกที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม ที่นั่นอาจจะมีทางเชื่อมต่อไปยังอีกซอยหนึ่ง หรืออาจจะเป็นทางตัน แต่มันก็ยังดีกว่าการเผชิญหน้ากับพวกองครักษ์ของพยัคฆ์ที่ยังคงวนเวียนอยู่

คมลุกขึ้นยืนอย่างเงียบเชียบ เขาสำรวจร่างกายของตัวเองอย่างรวดเร็ว เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบสกปรก มีรอยถลอกเล็กน้อยตามแขนและขาจากการกระโดดหลบ แต่ไม่มีบาดแผลฉกรรจ์ เขาตรวจสอบอาวุธคู่กายที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อผ้า มีดสั้นคมกริบยังคงอยู่ที่เดิม พร้อมใช้งานเสมอ

เขาเริ่มก้าวเดินเข้าไปในความมืดที่ลึกยิ่งขึ้น แสงจันทร์แทบจะส่องไม่ถึง บรรยากาศยิ่งอึมครึมและน่าขนลุกมากขึ้นกว่าเดิม กลิ่นขยะที่เคยรุนแรง ค่อยๆ จางหายไป กลายเป็นกลิ่นอับชื้นของปูนเก่าและน้ำที่ขังอยู่ตามพื้น

ยิ่งเดินลึกเข้าไป ยิ่งสัมผัสได้ถึงความเงียบที่น่าอึดอัด เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรง การมองเห็นของเขาลดลงอย่างมาก เขาต้องอาศัยการสัมผัสจากปลายนิ้วที่แตะผนังเบาๆ เพื่อนำทาง

ขณะที่เขากำลังจะเลี้ยวเข้ามุมถัดไป เท้าของเขาก็สัมผัสกับบางสิ่งบางอย่างที่นิ่มและเย็น เขาหยุดชะงักทันที หัวใจเต้นระรัว

“อะไรกัน?” เขาถามกับตัวเองเบาๆ

เขาค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่ง ยื่นมือออกไปสัมผัสสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างระมัดระวัง สัมผัสได้ถึงเนื้อผ้าที่เปียกชื้น และ… ความเย็นที่ผิดปกติ

“เลือด…”

คมชักมือกลับอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ติดอยู่ที่ปลายนิ้ว เขาใช้มือข้างหนึ่งลูบไปตามผนังเพื่อหาที่บังแสงที่อาจจะส่องถึงได้จากที่ไหนสักแห่ง

ทันใดนั้น แสงไฟฉายที่สว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาในตรอก มันสาดส่องไปมาอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังค้นหาบางสิ่งบางอย่าง

“ใครอยู่ตรงนั้น!” เสียงตะโกนดังขึ้น

คมรีบหมอบลงไปทันที เขากลับไปซ่อนตัวอยู่หลังถังขยะใบเดิม แต่คราวนี้เขาไม่ได้รู้สึกปลอดภัยเหมือนเมื่อครู่ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าอีกครั้ง คราวนี้ดูเหมือนจะมีมากกว่าสองคน

“ตรงนี้… ข้าเห็นรอยอะไรบางอย่าง” เสียงหนึ่งดังขึ้น

คมกลั้นหายใจ เขาพยายามประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เขาติดอยู่ในตรอกมืดแห่งนี้ และตอนนี้มีคนกำลังตามหาเขาอยู่

แสงไฟฉายสาดส่องมายังบริเวณที่เขาซ่อนตัวอยู่ เขามองเห็นเงาของร่างสองร่างที่ปรากฏขึ้นที่ปลายตรอก

“แน่ใจนะว่าได้ยินเสียง?” เสียงห้าวทุ้มเมื่อครู่กลับมาอีกครั้ง

“แน่ใจสิ! มันต้องอยู่ในนี้แน่ๆ”

คมรู้ว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว การรอคอยก็มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง เขาต้องหาทางออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

เขาตัดสินใจใช้กลยุทธ์ที่อันตรายที่สุด เขาค่อยๆ ย่องไปที่ด้านข้างของถังขยะ ดึงมีดสั้นออกมาอย่างเงียบเชียบ

“มานี่สิ” คมกระซิบกับตัวเอง

เขารอจังหวะ เมื่อแสงไฟฉายสาดส่องไปทางอื่น ชั่วขณะหนึ่ง เขาก็พุ่งตัวออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว

“เจอแล้ว!” เสียงหนึ่งร้องขึ้น

คมใช้ความคล่องแคล่วของเขาพุ่งหลบเข้าไปในมุมมืดอีกครั้ง เสียงตะโกนและเสียงฝีเท้าดังไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด

“มันไปทางนั้น!”

“อย่าให้มันหนีไปได้!”

คมวิ่งไปตามตรอกที่มืดมิด เขาไม่รู้ว่าปลายทางคืออะไร อาจจะเป็นทางตัน หรืออาจจะมีทางออกที่คาดไม่ถึง

เขาสัมผัสได้ถึงลมเย็นที่พัดมาจากด้านหน้า มันคือลมที่พัดมาจากถนนใหญ่!

คมเร่งฝีเท้า เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่ไล่หลังมาใกล้เข้ามาทุกขณะ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความอันตรายที่คืบคลานเข้ามา

ในที่สุด เขาก็พุ่งทะลุออกจากปากตรอกไปสู่ถนนใหญ่ที่สว่างไสวด้วยแสงไฟนีออน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

คมไม่สนใจ เขาพุ่งตัวเข้าไปในฝูงชนที่เดินขวักไขว่ เขาใช้ความเร็วและความคล่องแคล่วของเขาหลบเลี่ยงผู้คนไปมา

เขามองย้อนกลับไป เห็นร่างสูงใหญ่สองร่างยืนชะงักอยู่ตรงปากตรอก พวกเขาดูลังเลที่จะก้าวออกมาสู่ที่สาธารณะ

“ปล่อยมันไปก่อน” เสียงหนึ่งพูดขึ้น “เรายังมีเวลา”

คมไม่รอช้า เขาหายลับไปในฝูงชน เขาปะปนไปกับผู้คนมากมาย ทิ้งความมืดและความอันตรายไว้เบื้องหลัง

แต่เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงการเริ่มต้น เขาต้องรีบไปถึงคฤหาสน์ของพยัคฆ์ให้เร็วที่สุด ก่อนที่พยัคฆ์จะรู้ตัวว่าเขาได้เริ่มปฏิบัติการแล้ว

เขาเดินไปตามถนนใหญ่ พยายามสงบสติอารมณ์ เขายังคงรู้สึกถึงกลิ่นเลือดจางๆ ที่ติดอยู่ที่ปลายนิ้ว

“รอยเลือดนั่น…” คมครุ่นคิด “มันหมายความว่าอย่างไร?”

เขาจะต้องหาคำตอบนั้นให้ได้ และเขาจะต้องเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

คมเหลือบมองนาฬิกาข้อมือของเขา เวลาเหลือน้อยเต็มที เขาต้องเร่งมือ

เขาหันหลังให้กับความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มุ่งหน้าสู่เป้าหมายต่อไปของเขา

คืนนี้ยังอีกยาวไกลนัก และยังมีอันตรายอีกมากมายรออยู่เบื้องหน้า.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน

หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!