หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน

ตอนที่ 14 — ปลายทางแห่งเงามืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 956 คำ

ลมเย็นยะเยือกยังคงพัดโหยหวนไปตามซอกหลืบอันมืดทึบ กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฉุนของขยะเน่าเปื่อยที่เป็นเหมือนมนต์เสน่ห์ประจำตรอกแห่งนี้ คมยังคงหมอบต่ำ ซ่อนกายอยู่หลังถังขยะสีเขียวเข้มที่เริ่มผุกร่อน เขากัดฟันแน่น ดวงตาคมกริบราวใบมีดสาดจับไปยังปลายสุดของตรอก ที่ซึ่งแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนเก่าๆ ฉายลอดออกมาเป็นระยะๆ ‌เสียงฝีเท้าหยาบกร้านดังขึ้นเรื่อยๆ เงาตะคุ่มของกลุ่มชายฉกรรจ์สองสามคนปรากฏขึ้น ใบหน้าของพวกมันมืดครึ้มราวกับท้องฟ้าไร้ดวงดาว

“หาเจอหรือยังวะ ไอ้พวกขยะนั่นน่ะ” เสียงหนึ่งตะคอกถาม ห้วนๆ กักเก็บความไม่พอใจเอาไว้เต็มเปี่ยม

“ยังเลยครับ หัวหน้า ​มันเหมือนกับจะกลายร่างหายไปในอากาศได้เลย” อีกเสียงตอบด้วยน้ำเสียงลุกลี้ลุกรน

คมกลั้นหายใจ เขาแทบจะสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่าง สัญชาตญาณนักล่าที่ถูกปลุกขึ้นมามันกำลังร้องเตือนให้เขาเตรียมพร้อม ทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูถูกบันทึกไว้ในสมองอย่างละเอียด ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงหายนะ

“อย่าให้มันรอดไปได้นะ! ขืนไอ้บอสใหญ่มันรู้เข้า เราหัวหลุดแน่” ‍เสียงตะคอกดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยความหงุดหงิดและหวาดกลัว

คมค่อยๆ ขยับมือไปหยิบมีดสั้นคู่ใจที่เหน็บไว้ที่เอว ผิวสัมผัสเย็นเฉียบของเหล็กกล้ากระตุ้นประสาทสัมผัสของเขาให้ตื่นตัวมากขึ้น เขารอคอยจังหวะที่เหมาะสมที่สุด จังหวะที่จะสามารถปลิดชีพพวกมันได้อย่างรวดเร็วที่สุด

ทันใดนั้นเอง เสียงดังโครมก็ดังขึ้นจากท้ายตรอก ห่างออกไปไม่ไกลนัก ‌เป็นเสียงเหมือนอะไรบางอย่างหล่นจากที่สูง หรืออาจจะเป็นการต่อสู้ที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง

“อะไรวะนั่น!” กลุ่มชายฉกรรจ์ชะงัก หันขวับไปยังต้นเสียง

คมไม่รอช้า ใช้จังหวะที่พวกมันกำลังเสียสมาธิ พุ่งตัวออกจากที่ซ่อนราวกับเงาดำทะมึน ร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างหนักเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ

มีดในมือของคมวาววับในความมืด เขาพุ่งเข้าใส่ชายที่ยืนหันหลังให้เขามากที่สุด ‍การโจมตีเป็นไปอย่างฉับพลัน รุนแรง และแม่นยำ ไม่มีการตะโกน ไม่มีการเตือนล่วงหน้า มีเพียงความตายที่มาเยือนอย่างรวดเร็ว

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนจะขาดห้วงไป ร่างของชายคนนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสติ

“เฮ้ย! ​ใครวะ!” อีกคนตะโกนร้อง พร้อมกับชักอาวุธออกมา

คมไม่เสียเวลาตอบโต้ เขากระโดดหลบกระสุนที่พุ่งมาอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้ร่างของศพเป็นโล่ป้องกันตัวเอง เขาเห็นภาพรางๆ ของชายอีกสองคนที่เหลือกำลังพยายามตั้งหลัก

“มึงเป็นใคร!” หนึ่งในนั้นตะโกนถาม ​เสียงสั่นเครือ

คมไม่ตอบ เขาเคลื่อนไหวราวกับพายุหมุนรอบตัว การโจมตีของเขารวดเร็วและคาดเดาไม่ได้ เขาใช้ทุกอณูของตรอกให้เป็นประโยชน์ พลิกแพลงหลบหลีกการโจมตีของพวกมันได้อย่างคล่องแคล่ว

มีดในมือของคมโบยบินไปตามอากาศ สร้างรอยกรีดลึกบนร่างกายของคู่ต่อสู้ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นระยะๆ ความเจ็บปวดและความโกรธแค้นทำให้พวกมันยิ่งคลุ้มคลั่ง ​แต่ความคลุ้มคลั่งนั้นกลับยิ่งทำให้พวกมันอ่อนแอลง

คมรู้ดีว่าตนเองกำลังเสียเปรียบในเรื่องของจำนวน และอาวุธที่พวกมันมี เขาจึงต้องจบการต่อสู้ครั้งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เขาเห็นจังหวะที่ชายคนหนึ่งกำลังจะยิงซ้ำ เขาจึงทิ้งตัวลง กลิ้งหลบกระสุนไปกับพื้น พร้อมกับใช้เท้าข้างหนึ่งเตะเข้าที่ข้อเท้าของมันอย่างแรง ทำให้มันเสียหลัก

ก่อนที่มันจะทันทรงตัว คมก็พุ่งตัวเข้าประชิด ใช้แขนข้างหนึ่งล็อกคอของมันไว้แน่น พร้อมกับใช้มีดกรีดเข้าที่ลำคอของมันอย่างรวดเร็ว

สิ้นเสียงร้องของชายคนที่สอง เหลือเพียงชายอีกคนเดียวที่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาพยายามจะหันปืนมาทางคม แต่คมเร็วกว่า

คมคว้ามีดที่หลุดมือของชายที่ตายแล้วขึ้นมา ปากระเด็นเข้าใส่กลางหน้าผากของมันอย่างแม่นยำ เสียงดังตุ้บ ร่างของชายคนนั้นทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างน่าอนาถ

ความเงียบกลับมาเยือนตรอกแห่งนี้อีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของคม และเสียงเลือดที่หยดติ๋งๆ ลงบนพื้นคอนกรีต กลิ่นคาวเลือดฉุนกึก ปะปนไปกับกลิ่นขยะที่คุ้นเคย

คมสำรวจร่างกายของตนเอง พบเพียงรอยฟกช้ำเล็กน้อย แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ยังไม่คลาย เขาเหลือบมองไปยังทางออกของตรอกอีกครั้ง ที่ซึ่งแสงไฟยังคงสลัวอยู่

“พวกแกเป็นใครกันแน่” เขาพึมพำกับตัวเอง

เขาเดินไปหยิบกระเป๋าที่ซ่อนไว้ใต้ถังขยะอย่างรวดเร็ว มือของเขายังคงสั่นเล็กน้อย แต่เขาก็สามารถควบคุมมันได้

“ต้องรีบไป” เขาบอกกับตัวเอง

เขาไม่รอช้า รีบหันหลังให้กับซากศพเหล่านั้น และก้าวออกไปตามทางเดินแคบๆ ที่ทอดหายไปในความมืด

ขณะที่คมกำลังก้าวเดินไปตามตรอก คมก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ ปลายสุดของตรอกที่เคยเห็นแสงไฟสลัวๆ ตอนนี้กลับมืดสนิทราวกับถูกปกคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำ

“เกิดอะไรขึ้น?” เขาขมวดคิ้ว

เขาชะลอฝีเท้าลง ค่อยๆ ย่องไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วมา เสียงที่เบามาก แต่คมพอที่จะจับความได้

เสียงกระซิบ? หรือเสียงลม?

คมค่อยๆ ชะโงกหน้าไปมอง พยายามเพ่งสายตาไปยังความมืดมิดนั้น

ทันใดนั้นเอง มีเงาดำทะมึนเงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอย่างกะทันหัน รวดเร็วเสียจนคมแทบจะตั้งตัวไม่ทัน

คมชักมีดออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับถอยหลังไปสองก้าว

“ใคร!” เขาตะโกนถาม เสียงเข้ม

เงาดำนั้นค่อยๆ เผยให้เห็นร่างของชายคนหนึ่ง ร่างสูงโปร่ง สวมชุดสีดำสนิทจนแทบจะกลืนไปกับความมืด ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำไร้รูปทรง มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ส่องประกายสีแดงเรืองรองออกมาจากใต้หน้ากาก

“ถึงเวลาเล่นแล้ว เจ้าหมากระหายเลือด” เสียงแหบพร่าดังออกมาจากใต้หน้ากาก

คมรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากร่างของชายคนนั้น มันไม่ใช่พลังงานที่เขาเคยสัมผัสมาก่อน ไม่ใช่ความโกรธแค้น ไม่ใช่ความโลภ แต่เป็นความเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยอันตราย

“แกเป็นใคร” คมถามอีกครั้ง พลางตั้งท่าเตรียมพร้อม

“ข้าคือเงา… ผู้จะนำพาเจ้าไปสู่ปลายทางที่แท้จริง” ชายปริศนากล่าว เสียงของเขายังคงแหบพร่าราวกับเสียงลมที่พัดผ่านสุสาน

คมไม่เข้าใจในคำพูดของชายคนนั้น แต่สัญชาตญาณของเขาบอกว่านี่คือศัตรูที่อันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมา

“ถ้าคิดจะขวางทางข้า ก็จงเตรียมตัวตายซะ” คมกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว

ชายปริศนาหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเย็นเยียบ “เจ้าคิดว่าเจ้าพร้อมแล้วหรือ? เจ้ายังไม่รู้จักแม้แต่ความหมายที่แท้จริงของความสิ้นหวัง”

ทันใดนั้นเอง ร่างของชายปริศนาที่สวมหน้ากากก็หายวับไปจากสายตาของคม ราวกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ที่นั่นมาก่อน

คมเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ พยายามหาตำแหน่งของชายคนนั้น แต่ก็ไม่พบวี่แวว

“มาแล้วสิ… ตัวจริง” คมพึมพำ

เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ความรู้สึกราวกับถูกจ้องมองจากทุกทิศทุกทาง

แล้วสิ่งที่คมกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น

แสงสว่างจ้าก็สว่างวาบขึ้นมาจากเบื้องบน คมเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ

ไม่ใช่แสงไฟจากหลอดนีออน แต่เป็นแสงจากเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งที่ลอยอยู่เหนือตรอก!

แสงสปอตไลท์อันทรงพลังสาดลงมายังบริเวณที่คมยืนอยู่ ทำให้เขามองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนราวกับเป็นกลางวัน

“จับเป็น!” เสียงดังมาจากเฮลิคอปเตอร์

คมรู้ทันทีว่าเขาตกอยู่ในกับดัก เขาถูกล้อมไว้แล้ว

ขณะที่คมกำลังประเมินสถานการณ์ แรงกระแทกมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่จากด้านข้าง ทำให้คมกระเด็นไปชนกำแพงอย่างแรง

คมแทบจะหมดสติไป แต่เขาก็ยังคงพยายามตั้งสติไว้ เขาเห็นร่างของชายปริศนาที่สวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ยืนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย

“ถึงเวลาที่หมากระหายเลือดจะต้องเผชิญหน้ากับผู้คุมเกมที่แท้จริงแล้ว” ชายปริศนาเอ่ย

คมกัดฟันแน่น เขาเหลือบมองไปยังทางออกของตรอกที่ตอนนี้มีเงาร่างของทหารติดอาวุธหนักกำลังคืบคลานเข้ามา

“ไม่! ข้าจะยอมให้ใครมาตัดสินชะตาชีวิตของข้าไม่ได้!” คมตะโกนก้อง

เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย พุ่งเข้าใส่ชายปริศนาอย่างไม่คิดชีวิต

แต่ทว่า…

คมจะหนีพ้นกับดักนี้ไปได้อย่างไร? และชายปริศนาที่สวมหน้ากากนั้นแท้จริงแล้วคือใคร? ชะตากรรมของคมจะจบลงเพียงเท่านี้จริงหรือ?

ติดตามตอนต่อไป…

หน้านิยาย
หน้านิยาย
หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน

หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!