ลมเย็นยะเยือกยังคงพัดโหยหวนไปตามซอกหลืบอันมืดทึบ กลิ่นอายของความตายและความสิ้นหวังคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฉุนของขยะเน่าเปื่อยที่เป็นเหมือนมนต์เสน่ห์ประจำตรอกแห่งนี้ คมยังคงหมอบต่ำ ซ่อนกายอยู่หลังถังขยะสีเขียวเข้มที่เริ่มผุกร่อน เขากัดฟันแน่น ดวงตาคมกริบราวใบมีดสาดจับไปยังปลายสุดของตรอก ที่ซึ่งแสงไฟสลัวจากหลอดนีออนเก่าๆ ฉายลอดออกมาเป็นระยะๆ เสียงฝีเท้าหยาบกร้านดังขึ้นเรื่อยๆ เงาตะคุ่มของกลุ่มชายฉกรรจ์สองสามคนปรากฏขึ้น ใบหน้าของพวกมันมืดครึ้มราวกับท้องฟ้าไร้ดวงดาว
“หาเจอหรือยังวะ ไอ้พวกขยะนั่นน่ะ” เสียงหนึ่งตะคอกถาม ห้วนๆ กักเก็บความไม่พอใจเอาไว้เต็มเปี่ยม
“ยังเลยครับ หัวหน้า มันเหมือนกับจะกลายร่างหายไปในอากาศได้เลย” อีกเสียงตอบด้วยน้ำเสียงลุกลี้ลุกรน
คมกลั้นหายใจ เขาแทบจะสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากเลือดที่สูบฉีดไปทั่วร่าง สัญชาตญาณนักล่าที่ถูกปลุกขึ้นมามันกำลังร้องเตือนให้เขาเตรียมพร้อม ทุกการเคลื่อนไหวของศัตรูถูกบันทึกไว้ในสมองอย่างละเอียด ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจหมายถึงหายนะ
“อย่าให้มันรอดไปได้นะ! ขืนไอ้บอสใหญ่มันรู้เข้า เราหัวหลุดแน่” เสียงตะคอกดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เต็มไปด้วยความหงุดหงิดและหวาดกลัว
คมค่อยๆ ขยับมือไปหยิบมีดสั้นคู่ใจที่เหน็บไว้ที่เอว ผิวสัมผัสเย็นเฉียบของเหล็กกล้ากระตุ้นประสาทสัมผัสของเขาให้ตื่นตัวมากขึ้น เขารอคอยจังหวะที่เหมาะสมที่สุด จังหวะที่จะสามารถปลิดชีพพวกมันได้อย่างรวดเร็วที่สุด
ทันใดนั้นเอง เสียงดังโครมก็ดังขึ้นจากท้ายตรอก ห่างออกไปไม่ไกลนัก เป็นเสียงเหมือนอะไรบางอย่างหล่นจากที่สูง หรืออาจจะเป็นการต่อสู้ที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง
“อะไรวะนั่น!” กลุ่มชายฉกรรจ์ชะงัก หันขวับไปยังต้นเสียง
คมไม่รอช้า ใช้จังหวะที่พวกมันกำลังเสียสมาธิ พุ่งตัวออกจากที่ซ่อนราวกับเงาดำทะมึน ร่างกายที่ฝึกฝนมาอย่างหนักเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ
มีดในมือของคมวาววับในความมืด เขาพุ่งเข้าใส่ชายที่ยืนหันหลังให้เขามากที่สุด การโจมตีเป็นไปอย่างฉับพลัน รุนแรง และแม่นยำ ไม่มีการตะโกน ไม่มีการเตือนล่วงหน้า มีเพียงความตายที่มาเยือนอย่างรวดเร็ว
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นแผ่วเบา ก่อนจะขาดห้วงไป ร่างของชายคนนั้นทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสติ
“เฮ้ย! ใครวะ!” อีกคนตะโกนร้อง พร้อมกับชักอาวุธออกมา
คมไม่เสียเวลาตอบโต้ เขากระโดดหลบกระสุนที่พุ่งมาอย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้ร่างของศพเป็นโล่ป้องกันตัวเอง เขาเห็นภาพรางๆ ของชายอีกสองคนที่เหลือกำลังพยายามตั้งหลัก
“มึงเป็นใคร!” หนึ่งในนั้นตะโกนถาม เสียงสั่นเครือ
คมไม่ตอบ เขาเคลื่อนไหวราวกับพายุหมุนรอบตัว การโจมตีของเขารวดเร็วและคาดเดาไม่ได้ เขาใช้ทุกอณูของตรอกให้เป็นประโยชน์ พลิกแพลงหลบหลีกการโจมตีของพวกมันได้อย่างคล่องแคล่ว
มีดในมือของคมโบยบินไปตามอากาศ สร้างรอยกรีดลึกบนร่างกายของคู่ต่อสู้ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นเป็นระยะๆ ความเจ็บปวดและความโกรธแค้นทำให้พวกมันยิ่งคลุ้มคลั่ง แต่ความคลุ้มคลั่งนั้นกลับยิ่งทำให้พวกมันอ่อนแอลง
คมรู้ดีว่าตนเองกำลังเสียเปรียบในเรื่องของจำนวน และอาวุธที่พวกมันมี เขาจึงต้องจบการต่อสู้ครั้งนี้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เขาเห็นจังหวะที่ชายคนหนึ่งกำลังจะยิงซ้ำ เขาจึงทิ้งตัวลง กลิ้งหลบกระสุนไปกับพื้น พร้อมกับใช้เท้าข้างหนึ่งเตะเข้าที่ข้อเท้าของมันอย่างแรง ทำให้มันเสียหลัก
ก่อนที่มันจะทันทรงตัว คมก็พุ่งตัวเข้าประชิด ใช้แขนข้างหนึ่งล็อกคอของมันไว้แน่น พร้อมกับใช้มีดกรีดเข้าที่ลำคอของมันอย่างรวดเร็ว
สิ้นเสียงร้องของชายคนที่สอง เหลือเพียงชายอีกคนเดียวที่ยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว เขาพยายามจะหันปืนมาทางคม แต่คมเร็วกว่า
คมคว้ามีดที่หลุดมือของชายที่ตายแล้วขึ้นมา ปากระเด็นเข้าใส่กลางหน้าผากของมันอย่างแม่นยำ เสียงดังตุ้บ ร่างของชายคนนั้นทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างน่าอนาถ
ความเงียบกลับมาเยือนตรอกแห่งนี้อีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของคม และเสียงเลือดที่หยดติ๋งๆ ลงบนพื้นคอนกรีต กลิ่นคาวเลือดฉุนกึก ปะปนไปกับกลิ่นขยะที่คุ้นเคย
คมสำรวจร่างกายของตนเอง พบเพียงรอยฟกช้ำเล็กน้อย แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ยังไม่คลาย เขาเหลือบมองไปยังทางออกของตรอกอีกครั้ง ที่ซึ่งแสงไฟยังคงสลัวอยู่
“พวกแกเป็นใครกันแน่” เขาพึมพำกับตัวเอง
เขาเดินไปหยิบกระเป๋าที่ซ่อนไว้ใต้ถังขยะอย่างรวดเร็ว มือของเขายังคงสั่นเล็กน้อย แต่เขาก็สามารถควบคุมมันได้
“ต้องรีบไป” เขาบอกกับตัวเอง
เขาไม่รอช้า รีบหันหลังให้กับซากศพเหล่านั้น และก้าวออกไปตามทางเดินแคบๆ ที่ทอดหายไปในความมืด
ขณะที่คมกำลังก้าวเดินไปตามตรอก คมก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ ปลายสุดของตรอกที่เคยเห็นแสงไฟสลัวๆ ตอนนี้กลับมืดสนิทราวกับถูกปกคลุมด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำ
“เกิดอะไรขึ้น?” เขาขมวดคิ้ว
เขาชะลอฝีเท้าลง ค่อยๆ ย่องไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วมา เสียงที่เบามาก แต่คมพอที่จะจับความได้
เสียงกระซิบ? หรือเสียงลม?
คมค่อยๆ ชะโงกหน้าไปมอง พยายามเพ่งสายตาไปยังความมืดมิดนั้น
ทันใดนั้นเอง มีเงาดำทะมึนเงาหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอย่างกะทันหัน รวดเร็วเสียจนคมแทบจะตั้งตัวไม่ทัน
คมชักมีดออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับถอยหลังไปสองก้าว
“ใคร!” เขาตะโกนถาม เสียงเข้ม
เงาดำนั้นค่อยๆ เผยให้เห็นร่างของชายคนหนึ่ง ร่างสูงโปร่ง สวมชุดสีดำสนิทจนแทบจะกลืนไปกับความมืด ใบหน้าของเขาถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำไร้รูปทรง มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ส่องประกายสีแดงเรืองรองออกมาจากใต้หน้ากาก
“ถึงเวลาเล่นแล้ว เจ้าหมากระหายเลือด” เสียงแหบพร่าดังออกมาจากใต้หน้ากาก
คมรู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานประหลาดที่แผ่ออกมาจากร่างของชายคนนั้น มันไม่ใช่พลังงานที่เขาเคยสัมผัสมาก่อน ไม่ใช่ความโกรธแค้น ไม่ใช่ความโลภ แต่เป็นความเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยอันตราย
“แกเป็นใคร” คมถามอีกครั้ง พลางตั้งท่าเตรียมพร้อม
“ข้าคือเงา… ผู้จะนำพาเจ้าไปสู่ปลายทางที่แท้จริง” ชายปริศนากล่าว เสียงของเขายังคงแหบพร่าราวกับเสียงลมที่พัดผ่านสุสาน
คมไม่เข้าใจในคำพูดของชายคนนั้น แต่สัญชาตญาณของเขาบอกว่านี่คือศัตรูที่อันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยเผชิญมา
“ถ้าคิดจะขวางทางข้า ก็จงเตรียมตัวตายซะ” คมกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
ชายปริศนาหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเย็นเยียบ “เจ้าคิดว่าเจ้าพร้อมแล้วหรือ? เจ้ายังไม่รู้จักแม้แต่ความหมายที่แท้จริงของความสิ้นหวัง”
ทันใดนั้นเอง ร่างของชายปริศนาที่สวมหน้ากากก็หายวับไปจากสายตาของคม ราวกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ที่นั่นมาก่อน
คมเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขากวาดสายตามองไปรอบๆ พยายามหาตำแหน่งของชายคนนั้น แต่ก็ไม่พบวี่แวว
“มาแล้วสิ… ตัวจริง” คมพึมพำ
เขารู้สึกได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ความรู้สึกราวกับถูกจ้องมองจากทุกทิศทุกทาง
แล้วสิ่งที่คมกลัวที่สุดก็เกิดขึ้น
แสงสว่างจ้าก็สว่างวาบขึ้นมาจากเบื้องบน คมเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจ
ไม่ใช่แสงไฟจากหลอดนีออน แต่เป็นแสงจากเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งที่ลอยอยู่เหนือตรอก!
แสงสปอตไลท์อันทรงพลังสาดลงมายังบริเวณที่คมยืนอยู่ ทำให้เขามองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนราวกับเป็นกลางวัน
“จับเป็น!” เสียงดังมาจากเฮลิคอปเตอร์
คมรู้ทันทีว่าเขาตกอยู่ในกับดัก เขาถูกล้อมไว้แล้ว
ขณะที่คมกำลังประเมินสถานการณ์ แรงกระแทกมหาศาลก็พุ่งเข้าใส่จากด้านข้าง ทำให้คมกระเด็นไปชนกำแพงอย่างแรง
คมแทบจะหมดสติไป แต่เขาก็ยังคงพยายามตั้งสติไว้ เขาเห็นร่างของชายปริศนาที่สวมหน้ากากปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ยืนมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
“ถึงเวลาที่หมากระหายเลือดจะต้องเผชิญหน้ากับผู้คุมเกมที่แท้จริงแล้ว” ชายปริศนาเอ่ย
คมกัดฟันแน่น เขาเหลือบมองไปยังทางออกของตรอกที่ตอนนี้มีเงาร่างของทหารติดอาวุธหนักกำลังคืบคลานเข้ามา
“ไม่! ข้าจะยอมให้ใครมาตัดสินชะตาชีวิตของข้าไม่ได้!” คมตะโกนก้อง
เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย พุ่งเข้าใส่ชายปริศนาอย่างไม่คิดชีวิต
แต่ทว่า…
คมจะหนีพ้นกับดักนี้ไปได้อย่างไร? และชายปริศนาที่สวมหน้ากากนั้นแท้จริงแล้วคือใคร? ชะตากรรมของคมจะจบลงเพียงเท่านี้จริงหรือ?
ติดตามตอนต่อไป…

หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก