คมกัดฟันกรอด มองร่างไร้วิญญาณของลูกน้องบอสใหญ่ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นหินอ่อนสีขาวราวกับหิมะ เลือดสีแดงสดไหลซึมเป็นวงกว้าง ตัดกับความสะอาดสะอ้านของคฤหาสน์หรูหราหลังนี้อย่างน่าสะพรึงกลัว เสียงปืนนัดสุดท้ายยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับจะย้ำเตือนว่านี่คือจุดเริ่มต้นของพายุลูกใหม่ที่กำลังก่อตัว
“เรียบร้อย”
เสียงห้าวทุ้มดังขึ้นจากด้านหลัง คมหันขวับไปมอง เขาเห็นเงาตะคุ่มของ “รอย” สหายร่วมชะตากรรมของเขา ใบหน้าของรอยฉายแววเหนื่อยล้า แต่ก็ยังมีความมุ่งมั่นฉายชัด ดวงตาคมกริบสแกนไปทั่วห้องอย่างระแวดระระวัง
“มีใครอีกไหม?” คมถาม เสียงแหบพร่า
รอยส่ายหน้า “หมดแล้ว เท่าที่เจอในชั้นนี้” เขาเดินเข้ามาใกล้ มองศพด้วยสายตาเย็นชา “พวกมันไม่ทันตั้งตัว”
“ดี” คมพยักหน้า “แต่เรายังอยู่ในอาณาเขตของมัน ต้องระวัง” เขาชี้ไปยังประตูบานใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล “ทางออกอยู่ตรงนั้น”
ทั้งสองคนเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วและเงียบเชียบเหมือนเงา ความรู้สึกกดดันจากอาณาเขตที่เต็มไปด้วยศัตรูยังคงเกาะกุมทุกอณูของร่างกาย แต่คมก็พยายามควบคุมมันไว้ ความคิดถึงใบหน้าของ “นที” คนรักที่รอเขาอยู่ที่ไหนสักแห่ง เป็นเหมือนพลังที่คอยผลักดันให้เขาต้องรอดชีวิตกลับไป
“เสียงไซเรน” รอยกระซิบ “ดังมาจากข้างนอก”
คมชะงัก นัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “เร็วเข้า!”
ทั้งสองเร่งฝีเท้า ฝ่ามือหยาบกร้านผลักบานประตูไม้โอ๊คหนักอึ้งออกอย่างแรง เผยให้เห็นโถงทางเดินที่กว้างขวาง โอ่อ่า และเต็มไปด้วยรูปภาพวาดราคาแพงที่ประดับประดาอยู่เต็มผนัง แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมระย้าขนาดใหญ่สาดส่องลงมา อาบไล้บรรยากาศอันหรูหราให้ดูน่าเกรงขาม
แต่ความหรูหรานั้นกลับถูกคั่นด้วยเสียงฝีเท้าที่กำลังดังใกล้เข้ามาจากอีกด้านหนึ่งของโถงทางเดิน “พวกมันมาแล้ว” รอยพึมพำ “เราต้องหาที่ซ่อน”
คมเหลือบมองซ้ายมองขวาอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาสะดุดเข้ากับฉากกั้นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมผนังด้านหนึ่ง ซึ่งถูกใช้เป็นที่วางแจกันดอกไม้ประดับขนาดมหึมา
“ตรงนั้น!” คมชี้ “ไปเร็ว!”
ทั้งสองพุ่งตัวไปหลบอยู่หลังฉากกั้น หายใจหอบถี่ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ เสียงโลหะเสียดสีกันเป็นสัญญาณบอกว่าศัตรูกำลังถืออาวุธ
“หยุด!” เสียงตะโกนดังขึ้น “ใครอยู่ตรงนั้น! ออกมาเดี๋ยวนี้!”
คมและรอยสบตากัน แววตาบอกเป็นนัยว่าการเผชิญหน้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
“มันไม่ใช่คนของบอสใหญ่” รอยกระซิบ “เสียงมันไม่คุ้น”
“ใครก็ได้” คมสวนกลับ “ถ้ามันเข้ามาในนี้ มันก็คือศัตรูของเรา”
ร่างสูงใหญ่หลายร่างก้าวเข้ามาในโถงทางเดินอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่ใช่ลูกน้องชุดดำที่คุ้นเคย แต่เป็นหน่วยรักษาความปลอดภัยที่สวมชุดสีเทาเข้ม ติดตราสัญลักษณ์ที่คมไม่เคยเห็นมาก่อน อาวุธในมือของพวกเขาดูทันสมัยและอันตรายยิ่งกว่า
“ไม่เห็นมีใคร” หนึ่งในหน่วยรักษาความปลอดภัยกล่าว “แน่ใจเหรอว่าได้ยินเสียง?”
“ได้ยินสิ” อีกคนตอบ “เสียงเหมือนคนวิ่ง”
คมกลั้นหายใจ พยายามทำให้ร่างกายไร้การเคลื่อนไหวราวกับเป็นส่วนหนึ่งของฉากกั้น เขาได้ยินเสียงกุกกักเบาๆ จากทางด้านรอย รอยกำลังพยายามจะหยิบมีดสั้นที่เหน็บไว้ที่ข้อเท้า
“พวกมันกำลังจะเดินผ่าน” รอยกระซิบ “รอให้มันไปก่อน”
แต่โชคชะตาเหมือนจะเล่นตลก จู่ๆ แจกันดอกไม้ขนาดมหึมาที่อยู่ข้างๆ ฉากกั้นก็เกิดการสั่นไหวเบาๆ ชนิดที่แทบจะมองไม่เห็น
“อะไรน่ะ?” หน่วยรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งหันมามอง
คมรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเหลือบไปมองรอย รอยมีสีหน้าซีดเผือด
“อาจจะเป็นแรงสั่นสะเทือนจากข้างนอก” รอยพยายามแก้ตัว “หรืออาจจะเป็น...”
“หยุดพูด!” คมส่งเสียงกระซิบ แต่ก็สายเกินไป
หน่วยรักษาความปลอดภัยคนนั้นเดินตรงเข้ามายังฉากกั้นอย่างรวดเร็ว “ไหนล่ะ?”
คมตัดสินใจทันที เขากระโจนออกจากที่ซ่อน หันปืนพกเล็งไปที่ศีรษะของหน่วยรักษาความปลอดภัยคนแรก
“ตูม!”
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโถงทางเดิน กระสุนเจาะเข้าร่างของมันอย่างแม่นยำ ร่างนั้นเซถลา ก่อนจะล้มลงอย่างหมดสภาพ
“แย่แล้ว!” รอยตะโกนพร้อมกับพุ่งออกมาจากที่ซ่อนเช่นกัน เขาใช้มีดสั้นฟาดฟันเข้าใส่หน่วยรักษาความปลอดภัยอีกสองคนที่กำลังจะยกอาวุธขึ้น
การต่อสู้ปะทุขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความหรูหราของคฤหาสน์ เกิดเป็นภาพที่ตัดกันอย่างรุนแรง หน่วยรักษาความปลอดภัยอีกสามคนพุ่งเข้ามา หมายจะยิงคมและรอย แต่ทั้งสองก็มีทักษะการต่อสู้ที่เหนือกว่า
คมใช้ฉากกั้นเป็นที่กำบัง กระสุนเฉียดผ่านไปอย่างหวุดหวิด เขาเห็นรอยกำลังต่อสู้กับหน่วยรักษาความปลอดภัยสองคนในระยะประชิด รอยใช้มีดสั้นของเขาได้อย่างคล่องแคล่ว หลบหลีกการโจมตีได้อย่างชาญฉลาด ก่อนจะแทงสวนเข้าที่ลำคอของคู่ต่อสู้คนหนึ่ง
“ชิ่ว! ชิ่ว!” เสียงกระสุนปืนกลดังมาจากด้านบน
คมเงยหน้าขึ้นมอง เขาเห็นหน่วยรักษาความปลอดภัยอีกสองคนกำลังลุกขึ้นจากบันไดวนที่อยู่ปลายโถงทางเดิน พวกเขากำลังกราดยิงลงมา
“ระวัง!” คมตะโกน พยายามหลบกระสุนที่ปะทะกับฉากกั้นจนเศษไม้กระเด็น
รอยที่เพิ่งจัดการกับคู่ต่อสู้ไปได้หนึ่งคน ก็ต้องผงะกับการโจมตีจากด้านบน เขาพยายามจะยิงสวนขึ้นไป แต่ก็ถูกกระสุนปืนกลยิงเฉี่ยวแขน
“อ๊าก!” รอยร้องเสียงหลง
“รอย!” คมตะโกนด้วยความตกใจ
คมรู้ว่านี่คือโอกาสสุดท้าย เขาตัดสินใจเสี่ยง กระโดดออกจากหลังฉากกั้น พุ่งตัวไปหาบันไดวนอย่างรวดเร็ว
“ตูม! ตูม! ตูม!”
เขายิงสกัดอย่างต่อเนื่อง พยายามกดดันฝ่ายตรงข้ามให้ไม่สามารถยิงตอบโต้ได้ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ
หน่วยรักษาความปลอดภัยสองคนที่อยู่บนบันไดวนต้องล่าถอยกลับไปเล็กน้อย แต่พวกเขาก็ยังคงตั้งป้อมเล็งปืนลงมา
คมเหลือบมองรอยที่กำลังใช้มืออีกข้างกดห้ามเลือดที่แขนอย่างทุลักทุเล เขาต้องรีบจัดการกับพวกนี้ให้เร็วที่สุด
“ไปทางไหนต่อ?” รอยถามขณะที่ค่อยๆ คลานมายังคม
“ไม่รู้” คมตอบ “แต่เราต้องหนีออกจากที่นี่ให้ได้”
ทันใดนั้น เสียงประกาศที่ดังมาจากลำโพงที่ซ่อนอยู่ทั่วคฤหาสน์ก็ดังขึ้น “ผู้บุกรุกโปรดทราบ ท่านได้ล่วงละเมิดเขตหวงห้าม โปรดวางอาวุธและมอบตัว หากขัดขืนจะถือว่าเป็นการประกาศสงคราม”
“บ้าเอ๊ย!” คมสบถ “พวกมันรู้แล้ว”
“แล้วเราจะไปไหน?” รอยถามอีกครั้ง เสียงเต็มไปด้วยความกังวล
คมมองไปยังประตูบานใหญ่ที่เคยเป็นทางออก แต่ตอนนี้กลับมีหน่วยรักษาความปลอดภัยอีกสองสามคนกำลังยืนขวางอยู่
“ต้องหาทางอื่น” คมกล่าว “ทางที่จะพาเราออกไปจากพายุลูกนี้ได้”
เขาเหลือบมองไปทางหน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่ริมโถงทางเดิน บรรยากาศภายนอกยังคงมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากรถตำรวจที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้
“ทางนั้น!” คมชี้ “หน้าต่าง”
รอยมองตาม เขาเห็นเพียงความมืดและความสูงที่น่าหวาดเสียว
“แต่ว่า...” รอยเริ่มจะคัดค้าน
“ไม่มีแต่!” คมเสียงดังขึ้น “ถ้าเราไม่ออกไปตอนนี้ เราก็จะไม่มีโอกาสอีก!”
เขาคว้าปืนพกของหน่วยรักษาความปลอดภัยที่ล้มอยู่ข้างๆ และโยนมันให้กับรอย “ไปกัน!”
คมพุ่งตัวไปที่หน้าต่าง ใช้ปลายปืนกระแทกกระจกจนแตกละเอียด เขาปีนออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งตัวลงสู่ความมืดเบื้องล่าง
รอยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกัดฟันตามคมออกไป ร่างของเขาทิ้งตัวลงไปในความมืดเช่นกัน
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งจากภายในคฤหาสน์ แต่เป็นเสียงที่อยู่ห่างออกไปแล้ว
คมและรอยลงมายืนอยู่บนพื้นหญ้าที่เย็นเฉียบของสวนหลังคฤหาสน์ เสียงไซเรนดังใกล้เข้ามาทุกขณะ พวกเขารู้ว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม
“จะไปไหนต่อ?” รอยถามเมื่อทั้งสองวิ่งไปตามพุ่มไม้
คมมองไปยังป่าทึบที่อยู่ไม่ไกล “ที่นั่น” เขาตอบ “ป่าทึบ คือที่ที่เราจะซ่อนตัว”
ทั้งสองวิ่งหายเข้าไปในเงามืดของป่า ทิ้งไว้เพียงความโกลาหลและความขัดแย้งที่ยังคงปะทุอยู่ในคฤหาสน์หลังงาม
คืนนี้ พายุหมากเลือดได้เริ่มพัดกระหน่ำอย่างแท้จริง และคมคือหมากตัวหนึ่งที่ต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในสมรภูมิที่ไม่มีวันปรานี
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)

หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก