กลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ปะปนกับกลิ่นดินชื้นและละอองฝุ่นที่ลอยมาจากตรอกซอกซอยมืดทึบยังคงโชยเข้าจมูกของเสือ เขาพยายามสูดหายใจลึกๆ แต่กลับมีเพียงอากาศเย็นเยียบที่แทรกซึมเข้าปอด บรรยากาศยามรัตติกาลที่เคยอบอุ่นและคุ้นเคย บัดนี้กลับกลายเป็นสนามรบที่เต็มไปด้วยความตาย และเขาคือผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพสหายร่วมงาน
สายตาของเสือยังคงเบิกกว้าง จ้องมองไปยังเงาของคมที่ทาบทับอยู่เบื้องหน้า มันไม่ใช่เพียงเงาของนักฆ่าอีกต่อไป แต่เป็นเงาของยมทูตที่พร้อมจะพรากชีวิตไปทุกเมื่อ ลมหายใจของเขากระชั้นถี่ เหงื่อเย็นไหลซึมไปทั่วร่างราวกับถูกราดด้วยน้ำแข็ง
"แก...แกทำบ้าอะไรวะ" เสือเอ่ยเสียงสั่นเครือ ขณะที่ขาของเขาก้าวถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัว
คมยืนนิ่งราวกับรูปสลัก ดวงตาคมกริบภายใต้หน้ากากสีดำสนิทจ้องมองเสือด้วยแววตาเย็นชา ปราศจากความรู้สึกใดๆ ปืนพกคู่ที่เคยสาดกระสุนสังหารสหายของเสือ ตอนนี้ถูกลดลง แต่ยังคงอยู่ในท่าเตรียมพร้อม "คำถามของคนใกล้ตาย มักจะไร้ความหมาย" เสียงของคมแหบพร่า ทว่าทรงพลัง ราวกับเสียงฟ้าร้องที่ดังมาจากขุมนรก
"อย่า...อย่าเข้ามานะโว้ย!" เสือตะโกน พลางยกปืนพกที่สั่นเทาขึ้นมา แต่กระสุนในรังเพลิงนั้น เขาแน่ใจว่ามันเหลือเพียงไม่กี่นัด และด้วยสภาพจิตใจที่ย่ำแย่เช่นนี้ โอกาสที่เขาจะยิงโดนเป้าหมายก็แทบจะเป็นศูนย์
คมไม่ตอบ เขาเพียงก้าวเดินเข้ามาหาเสืออย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับเต็มไปด้วยความหมาย ราวกับนักล่ากำลังย่างเข้าหาเหยื่อ เสียงฝีเท้าของเขาเหยียบย่ำไปบนพื้นดินที่เปียกชื้นไปด้วยเลือด ทำให้เกิดเสียงดัง “แฉะๆ” เป็นจังหวะที่น่าขนลุก
"แกมันปีศาจ! แกมันปีศาจชัดๆ!" เสือพร่ำพรรณนาอย่างเสียสติ เขารู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับคมในตอนนี้คือการฆ่าตัวตาย แต่สัญชาตญาณดิบของมนุษย์ก็สั่งให้เขาต้องดิ้นรน
คมหยุดยืนห่างจากเสือเพียงไม่กี่ก้าว เขายกปืนพกขึ้นมาเล็งไปที่เสืออย่างแม่นยำ "ปีศาจที่แท้จริง...คือคนที่ส่งพวกแกมาต่างหาก"
ก่อนที่เสือจะได้ตอบโต้ เสียงของคมก็ดังขึ้นอีกครั้ง "แต่โอกาสสุดท้าย...แกยังพอมี"
เสือตาโตขึ้นด้วยความประหลาดใจ "หมายความว่าไง?"
"ถ้าแกยอมบอก...ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้" คมกล่าว "ฉันอาจจะให้โอกาสแกได้ตายอย่างมีศักดิ์ศรี"
เสือหัวเราะแหะๆ อย่างบ้าคลั่ง "ศักดิ์ศรี? แกจะให้ศักดิ์ศรีกับฉันเนี่ยนะ! แกฆ่าเพื่อนฉันไปหมดแล้วนะเว้ย!"
"เพื่อนแก...ก็เป็นแค่หมากในกระดานของคนอื่น" คมตอบเรียบๆ "และตอนนี้...แกก็กำลังจะเป็นหมากตัวสุดท้าย"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของทั้งสองที่ดังระรัวอยู่กลางตรอกแคบๆ แห่งนั้น คมรอคอยคำตอบจากเสือ ส่วนเสือก็กำลังประมวลผลสถานการณ์ทั้งหมดในหัว การเปิดเผยข้อมูลอาจหมายถึงชีวิตของเขา แต่การเก็บงำไว้ ก็เท่ากับส่งตัวเองไปสู่ความตายที่แน่นอน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังมาจากปากตรอกด้านหนึ่ง เสือหันไปมองด้วยความหวังระคนหวาดกลัว เป็นกลุ่มคนสวมชุดดำคล้ายกับพวกของเขา แต่มีจำนวนมากกว่ามาก และพวกเขาก็มีอาวุธครบมือ
"พวกเรามาแล้ว! เสือ!" เสียงหนึ่งตะโกนดังมา
คมไม่แสดงอาการตกใจ เขาเพียงลดปืนลงเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในท่าเตรียมพร้อม "ดูเหมือน...หมากของฉัน จะมีคนมาช่วย"
เสือใช้โอกาสนี้คว้าปืนขึ้นมายิงสุ่มไปทางคม แต่คมหลบได้อย่างว่องไวราวกับเงา ปืนพกของเสือลั่นไกอย่างติดขัด เสียงปืนขาดห้วง ทำให้เสือยิ่งเสียขวัญ
"ตายซะเถอะ!" เสือตะโกน พลางวิ่งหนีเข้าไปในฝูงคนที่มาใหม่
คมไม่ไล่ตาม เขาเพียงหันไปมองกลุ่มคนเหล่านั้นด้วยแววตาเรียบเฉย จากนั้นเขาก็หันกลับมามองทางที่เสือวิ่งหนีไป ก่อนจะหมุนตัวอย่างรวดเร็ว หายเข้าไปในความมืดของอีกตรอกหนึ่งอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี
ฝูงชนเหล่านั้นเมื่อเห็นคมหายไป ก็สลายตัวเข้าตรอกที่คมหายเข้าไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน แต่พวกเขาก็พลัดหลงกันไปมาในความมืด จนสุดท้ายก็เหลือเพียงเสียงตะโกนด่าทอและเสียงอาวุธกระทบกันเบาๆ
ในขณะเดียวกัน ณ คฤหาสน์หรูของบอสใหญ่ ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับและเสียงเพลงที่ดังคลอเบาๆ ชายวัยกลางคนในชุดสูทหรู กำลังจิบไวน์แดงอย่างสบายอารมณ์ เขากำลังสนทนากับชายอีกคนหนึ่งซึ่งมีท่าทางเจ้าเล่ห์
"เป็นไงบ้าง...แผนของเรา?" ชายชุดสูทถาม
"ทุกอย่างเป็นไปตามแผนขอรับท่าน" ชายเจ้าเล่ห์ตอบ "พวกมันแตกพ่าย และนักฆ่าของเราก็กำลังจัดการกับเสืออยู่"
"ดีมาก...ดีมาก" ชายชุดสูทกล่าวพลางยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับชายเจ้าเล่ห์ "การกำจัดคม...คือสิ่งที่เราต้องทำ และการใช้เสือเป็นเครื่องมือ...ก็เป็นวิธีที่ฉลาดที่สุด"
"แต่...ท่านครับ" ชายเจ้าเล่ห์ชะงักเล็กน้อย "ท่านมั่นใจหรือว่าคมจะตาย? เขาเป็นคนที่อันตรายเกินกว่าที่เราจะประมาท"
ชายชุดสูทหัวเราะเบาๆ "ไม่ต้องห่วง...ถ้าคมไม่ตายในตรอกนั่น เขาก็ต้องตายในป่าทึบที่เราเตรียมไว้...หรือบางที...อาจจะตายด้วยน้ำมือของเสือเองก็ได้"
"เข้าใจแล้วขอรับ" ชายเจ้าเล่ห์ยิ้มอย่างมีเลศนัย
ทั้งสองสนทนากันต่ออย่างออกรส โดยไม่รู้เลยว่า เบื้องนอกประตูห้องนั้น ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ดวงตาคมกริบภายใต้หน้ากากสีดำสนิท กำลังจ้องมองเข้ามาอย่างเงียบงัน
คมได้ยินบทสนทนาทั้งหมด เสียงของคมนั้นไม่สั่นไหว ราวกับถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเหล็กกล้าที่แข็งแกร่งที่สุด เขาได้ยินคำว่า "คม" และ "เสือ" และ "ป่าทึบ"
"หมากสุดท้าย..." คมพึมพำกับตัวเอง "ของยมทูต..."
เขายังคงยืนนิ่งอยู่เบื้องนอก รอคอยเวลาที่เหมาะสม แผนของศัตรูนั้นแยบยล แต่ก็มีจุดบอดที่คมจะใช้ประโยชน์
เมื่อบทสนทนาสิ้นสุดลง ชายทั้งสองก็แยกย้ายกันไป ชายเจ้าเล่ห์เดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่อง เขาเดินไปตามโถงทางเดินที่สว่างไสว
ทันใดนั้น เงาหนึ่งก็พุ่งออกมาจากมุมมืด ร่างของคมพุ่งเข้าใส่ชายเจ้าเล่ห์อย่างรวดเร็ว เสียงร้องโหยหวนของชายเจ้าเล่ห์ดังขึ้นเพียงครู่เดียว ก่อนจะเงียบหายไป พร้อมกับร่างของเขาที่ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น
คมยืนอยู่เหนือร่างของชายเจ้าเล่ห์ ดวงตาของเขามองเห็นภาพสะท้อนของตนเองในดวงตาที่เบิกกว้างของเหยื่อ "แก...คงไม่ทันได้รู้...ว่าหมากที่แกเล่น...มันกำลังจะกลับด้าน"
คมก้มลงไปหยิบเอกสารบางอย่างที่ตกอยู่ข้างร่างของชายเจ้าเล่ห์ จากนั้นเขาก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความมืดที่เข้าครอบงำโถงทางเดินนั้น
บนโต๊ะทำงานของชายชุดสูท ยังคงมีแก้วไวน์แดงวางอยู่ ชายชุดสูทยังคงนั่งดื่มไวน์อย่างสบายอารมณ์ โดยไม่รู้เลยว่า "หมาก" ที่เขาวางแผนไว้นั้น กำลังถูก "ล้างกระดาน" อย่างเงียบๆ
ในขณะที่คมกำลังจะก้าวออกไปจากคฤหาสน์แห่งนี้ เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างบางอย่างที่ผิดปกติ
เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากอีกด้านหนึ่งของคฤหาสน์ไม่ใช่เสียงของคนในชุดสูท หรือคนรับใช้ มันเป็นเสียงฝีเท้าที่หนักแน่น มั่นคง และเต็มไปด้วยเจตนาที่อันตราย
"แผนสำรอง..." คมพึมพำ "อีกแล้วสินะ..."
เขาหันไปมองทางเสียงฝีเท้านั้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและอันตราย
เมื่อคมก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์แห่งนั้น แสงจันทร์สาดส่องลงมา ปรากฏร่างของคมที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืด เขากำเอกสารในมือแน่น ราวกับกำลังถืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด
"บทต่อไป...คงจะสนุกกว่านี้" คมกล่าว ก่อนจะหายลับเข้าไปในเงามืด ทิ้งให้คฤหาสน์หรูแห่งนั้น ยังคงมีความลับอีกมากมายที่รอคอยการเปิดเผย และการต่อสู้ที่ยังคงดำเนินต่อไป...

หมากเลือด สะท้านแผ่นดิน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก