เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง

ตอนที่ 2 — ม่านหมอกลวงตา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 899 คำ

เสียงกระดาษถูกขยำดังก้องอีกครั้งในลานประลองกลางแจ้งของวัดร้าง แสงตะวันยามบ่ายแก่ลอดผ่านซากหลังคาที่ผุพังลงมาเป็นลำ แสงนั้นตกกระทบใบหน้าคมสันของวายุ ที่บัดนี้สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องไปที่กระดาษที่ถูกขยำอีกต่อไป แต่กลับทอดไกลออกไปเบื้องนอกกำแพงวัดที่แตกร้าว

“หมดเวลาแล้วสินะ” เสียงทุ้มต่ำหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากบาง เขายืดเส้นยืดสาย ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบๆ ‌สังเกตการณ์ทุกซอกทุกมุม ราวกับว่าทุกอณูของอากาศล้วนมีความหมาย

“ท่านพยัคฆ์” เสียงเรียกที่แฝงความเคารพดังมาจากมุมหนึ่งของลาน ชายร่างท้วมในชุดนักบวชเก่าแก่ปรากฏกายออกมาจากเงา เขาคืออาจารย์ของวายุ นักพรตผู้เดียวดายที่เก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ที่วัดร้างแห่งนี้มานานนับสิบปี

วายุหันกลับมา ใบหน้าฉายแววสงบนิ่ง “อาจารย์ ​มีอะไรรึขอรับ”

“เจ้ามีภารกิจใหม่” อาจารย์กล่าว น้ำเสียงของท่านแฝงความเคร่งขรึม “ข่าวที่ส่งมานั้นเร่งด่วนมาก”

วายุขมวดคิ้วเล็กน้อย “ภารกิจอันใดเล่าขอรับ”

“มีกลุ่มบุคคลลึกลับ พยายามจะเข้าถึง ‘แก่นแท้แห่งมังกร’ ข้อมูลที่ข้าได้รับมาบ่งชี้ว่า ‍พวกมันกำลังเคลื่อนไหวอย่างลับๆ ในมหานครแห่งหนึ่งทางฝั่งตะวันตก” อาจารย์กล่าว พลางยื่นแผ่นกระดาษอีกแผ่นหนึ่งให้วายุ

วายุรับกระดาษมาอ่านอย่างรวดเร็ว ข้อมูลบนนั้นเต็มไปด้วยรหัสลับและแผนผังที่ซับซ้อน แต่สำหรับวายุแล้ว มันเหมือนกับเปิดตำราเล่มโปรด “แก่นแท้แห่งมังกร” ‌คำนี้ทำให้เลือดในกายของวายุสูบฉีด เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่สิ่งของธรรมดาทั่วไป แต่มันคือพลังงานโบราณที่มีอำนาจมหาศาล สามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของโลกได้ หากตกไปอยู่ในมือคนผิด

“มหานครแห่งนั้นชื่อว่า ‘เซนต์แอนเจลิส’ เมืองแห่งแสงสี ที่ซึ่งอาชญากรรมและความฟอนเฟินดำรงอยู่คู่กัน” ‍อาจารย์กล่าวต่อ “กลุ่มที่พวกเจ้าเรียกกันว่า ‘เงาทมิฬ’ กำลังวางแผนจะใช้ความสับสนอลหม่านของเมืองนั้นเป็นฉากบังหน้าในการเคลื่อนไหว”

วายุพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ” เขากำกระดาษในมือแน่น “กลุ่มเงาทมิฬ... ไม่เคยหยุดพักจริง”

“เจ้าต้องรีบไป ​วายุ” อาจารย์เตือน “เวลาเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด”

“ข้าทราบขอรับ” วายุโค้งคำนับอาจารย์ “หากไม่มีสิ่งใดแล้ว ข้าขอตัว”

“ระวังตัวให้มาก” อาจารย์กล่าวอวยพร “พลังแห่ง ​‘เงาทมิฬ’ นั้นร้ายกาจเกินกว่าที่เจ้าจะประมาทได้”

วายุพยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังให้กับวัดร้างที่อบอุ่น เขาเดินออกจากลานประลอง สัมผัสได้ถึงอากาศที่เย็นลงเล็กน้อย เงาของเขาทอดยาวไปบนพื้นดิน สื่อถึงบางสิ่งที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น


อีกหนึ่งวันต่อมา ณ ​มหานครเซนต์แอนเจลิส

แสงนีออนสีฉูดฉาดสาดส่องไปทั่วท้องถนนที่เปียกชื้นไปด้วยละอองฝน กลิ่นอายของความวุ่นวายและอันตรายลอยปะปนมากับสายลม ฝูงชนเบียดเสียดกันไปมาบนทางเท้า บ้างก็รีบร้อน บ้างก็เมามายไปกับสีสันของราตรี

วายุในคราบของนักธุรกิจหนุ่มผู้มีอันจะกิน ยืนพิงเสาไฟข้างถนน ดวงตาคู่คมกวาดมองไปรอบๆ ตึกระฟ้าสูงตระหง่านเสียดฟ้าสะท้อนแสงไฟหลากสีราวกับอัญมณีประดับจักรวาล ท่ามกลางความงดงามที่แฝงไว้ด้วยความเสื่อมทราม

“ที่นี่... ช่างน่าตื่นตาตื่นใจเสียจริง” เขาพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างยากจะจับได้

เขาปลดปล่อยสัมผัสพิเศษของตนเองออกไป ราวกับคลื่นเสียงที่มองไม่เห็น แผ่กระจายออกไปรอบๆ เพื่อตรวจจับความผิดปกติของพลังงานรอบตัว มีบางอย่างที่ผิดแผกไปจากธรรมชาติของเมืองนี้ พลังงานที่เย็นเยียบและมืดมิด แฝงตัวอยู่ภายใต้ความศิวิไลซ์

“พบแล้ว” เขาคิดในใจ “กลิ่นอายของเงาทมิฬ...”

เขาเดินเข้าไปในตรอกแคบๆ ที่มืดมิดและชวนขนลุก กลิ่นขยะและน้ำเน่าลอยคละคลุ้ง “ความสะดวกสบายของเมืองใหญ่ มักจะซ่อนความสกปรกไว้ในมุมอับเสมอ” เขาคิด

ไม่นานนัก เขาก็มาถึงทางเข้าของบาร์ใต้ดินแห่งหนึ่ง ประตูเหล็กบานใหญ่ดูแข็งแรงและน่ากลัว รอบข้างมีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากหลอดไฟนีออนที่กะพริบเป็นระยะ

วายุผลักประตูเข้าไป ทันทีที่ก้าวเข้าไป เสียงดนตรีเร้าใจและเสียงผู้คนอึกทึกก็ถาโถมเข้ามา กลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์คละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ

เขาเดินสำรวจไปรอบๆ บาร์ สังเกตการณ์ทุกสายตา ทุกการเคลื่อนไหว ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ หลากหลายอาชีพ นั่งดื่ม กิน และพูดคุยกันอย่างออกรส บางคนแฝงมาด้วยจุดประสงค์ที่อันตราย

สายตาของเขาหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของบาร์ เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์รูปร่างใหญ่โต นั่งรวมกลุ่มกัน พวกเขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำสนิท และดูไม่น่าไว้ใจ

วายุเดินเข้าไปใกล้ พยายามจะฟังบทสนทนาของพวกเขา แต่เสียงดนตรีที่ดังเกินไปทำให้เป็นเรื่องยาก

“พวกมันคงจะอยู่ที่นี่จริงๆ” เขาคิด

ทันใดนั้นเอง ประตูบาร์ก็เปิดออกอีกครั้ง ชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท เดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย ใบหน้าของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยว

“นั่นไง” วายุพึมพำ “หัวหน้าของพวกมัน”

ชายในชุดสูทเดินตรงไปยังโต๊ะของกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านั้น เมื่อเขามาถึง ทุกคนในโต๊ะก็ลุกขึ้นยืนทำความเคารพ

“ท่านประมุข” ชายร่างท้วมคนหนึ่งกล่าว “เราได้รับคำสั่งแล้ว”

“ดี” ชายในชุดสูทกล่าวเสียงเย็น “การเคลื่อนไหวจะต้องเป็นไปอย่างราบรื่น”

วายุขยับตัวเล็กน้อย เขาต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เขาต้องรู้ว่า ‘แก่นแท้แห่งมังกร’ จะถูกนำไปที่ไหน และแผนการของพวกมันคืออะไร

ขณะที่เขากำลังจะหาจังหวะแฝงตัวเข้าไปใกล้กว่านี้ จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นจากด้านนอก “ตำรวจ! ปิดล้อมบาร์ไว้!”

ความโกลาหลเกิดขึ้นทันที ผู้คนในบาร์ต่างพากันตกใจและวิ่งหนีอย่างอลหม่าน

“เป็นการล่อลวง!” วายุคิดได้ในทันที เขาหันไปมองทางโต๊ะของชายในชุดสูท แต่พวกเขากลับดูไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าคาดการณ์เหตุการณ์นี้ไว้แล้ว

“พวกมันรู้ว่าข้าอยู่ที่นี่!” ความคิดนั้นแล่นเข้ามาในหัวของวายุ

ทันใดนั้นเอง ชายในชุดสูทก็หันมาทางวายุ ดวงตาคู่คมกริบของเขาสบเข้ากับดวงตาของวายุอย่างแม่นยำ

“เจ้านั่นเอง” ชายในชุดสูทกล่าวเสียงเย็น “พยัคฆ์”

วายุยืนนิ่ง เขาไม่ได้คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัวตนของเขาเร็วขนาดนี้

“เจ้าคิดว่าสามารถซ่อนตัวในเงาของเมืองแห่งนี้ได้งั้นรึ” ชายในชุดสูทกล่าวต่อ “เซนต์แอนเจลิส เต็มไปด้วยเงาเช่นกัน แต่เงาของข้า... นั้นลึกล้ำกว่า”

ก่อนที่วายุจะทันได้ตอบโต้ ชายในชุดสูทก็ยกมือขึ้น พร้อมกับสัญญานบางอย่าง

ทันใดนั้นเอง บาร์ทั้งบาร์ก็มืดสนิท ไฟทั้งหมดดับลง ผู้คนกรีดร้องด้วยความตกใจ

วายุใช้สัญชาตญาณของตนเองในการหาทิศทาง เขารู้สึกได้ถึงการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของศัตรู

“นี่มัน... ม่านหมอกลวงตา!” วายุคิด

เสียงฝีเท้าดังขึ้นรอบทิศทาง เขาต้องหาทางออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

“พวกเจ้าคิดว่าแค่นี้จะหยุดข้าได้รึ” วายุตะโกนกลับไปในความมืด “เจ้าคิดผิดแล้ว!”

เขาปล่อยพลังพิเศษของตนเองออกไปอย่างเต็มที่ สัมผัสพิเศษที่เคยใช้ตรวจจับความผิดปกติ บัดนี้ถูกแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นพลังที่มองไม่เห็น พยายามผลักดันสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็นออกไป

แต่สิ่งที่เขาพบกลับเป็นเพียงอากาศว่างเปล่า ราวกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างในบาร์ได้หายไป

“พวกมันหายไปแล้ว!” ความคิดนั้นทำให้วายุใจเย็นลงชั่วขณะ

เขารู้ดีว่านี่คือกับดัก การล่อลวงที่แยบยล

“แต่ข้าจะตามพวกเจ้าไปให้ถึงที่สุด!” วายุตัดสินใจ

เขาใช้ความคล่องแคล่วว่องไวของตนเอง หลบหลีกการโจมตีที่มองไม่เห็นจากรอบทิศทาง เขาเคลื่อนไหวไปตามสัญชาตญาณ พุ่งตรงไปยังทิศทางที่เขารู้สึกว่ามีพลังงานมืดมิดมากที่สุด

ท่ามกลางความมืดมิดและเสียงโกลาหล วายุได้แต่ภาวนาว่าเขาจะสามารถตาม ‘เงาทมิฬ’ ไปได้ทันเวลา ก่อนที่ ‘แก่นแท้แห่งมังกร’ จะตกไปอยู่ในมือของพวกมัน

แต่เขาไม่รู้เลยว่า ยิ่งเขาเข้าไปลึกเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งจะพบกับอันตรายที่คาดไม่ถึง... อันตรายที่ซ่อนอยู่ในมหานครแห่งแสงสีนี้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง

เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!