กลุ่มควันสีเทาเข้มที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยร้าวบนพื้นคอนกรีตของลานประลองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ควันธรรมดา ดวงตาของวายุที่คมกริบราวกับเหยี่ยวสังเกตเห็นถึงความผิดปกติทันที มันไม่ใช่ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ แต่เป็นสิ่งที่ดูเหมือนถูกปล่อยออกมาจากเบื้องลึกของพื้นดิน การระเหยของสารบางอย่างที่แสนอันตราย
“นี่มันอะไรกัน!” เสียงของเซบาสเตียนดังขึ้นมาด้วยความตกใจ เขาพยายามขยับถอยหลัง แต่ก็ถูกขนาบข้างด้วยกำแพงคอนกรีตสูงเสียดฟ้า
วายุไม่ตอบ เขาหมุนตัวไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว กวาดตามองไปทั่วบริเวณลานประลองอย่างไม่วางตา ควันหนาทึบเริ่มแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว ดุจพายุหมุนที่กลืนกินทุกสิ่งรอบตัว การมองเห็นเริ่มพร่าเลือน แสงไฟนีออนบนเพดานที่เคยสว่างไสว ตอนนี้ดูเหมือนถูกกรองด้วยม่านหมอกสีดำ จนแทบจะมองไม่เห็น
“แย่แล้ว! ควันนี่มัน… มันกัดกินผิวหนัง!” เสียงของหญิงสาวนักฆ่าปริศนาที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดดังขึ้นมา เธอรีบยกมือขึ้นปิดจมูกและปากด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก แต่ก็ดูเหมือนจะช้าเกินไป รอยแดงเริ่มปรากฏขึ้นบนแขนที่โผล่พ้นออกมา
วายุรู้สึกถึงความแสบร้อนจางๆ ที่ผิวหนังทันที เขาไม่รอช้า เขาควักเอาหน้ากากกรองอากาศที่ซ่อนไว้ในช่องลับของเสื้อแจ็คเก็ตออกมาสวมใส่ มันเป็นอุปกรณ์พิเศษที่เขาเตรียมไว้เสมอสำหรับการเผชิญหน้ากับสถานการณ์ไม่คาดฝัน
“รีบใส่หน้ากากซะ!” วายุตะโกนบอกเซบาสเตียนเสียงดัง กลบเสียงกระซิบของควันพิษที่ดูเหมือนจะคืบคลานเข้ามาใกล้ “มันคือยาพิษที่พวกมันเตรียมไว้!”
เซบาสเตียนชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหยิบหน้ากากที่วายุโยนให้มาสวมอย่างลนลาน หน้ากากธรรมดาๆ ของเขาไม่อาจกรองพิษร้ายแรงเช่นนี้ได้เต็มที่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย
“นี่มันอะไรกันแน่ วายุ! แผนของพวกมันคืออะไร!” เซบาสเตียนถามเสียงอู้อี้ผ่านหน้ากาก
“อย่าถามตอนนี้! เราต้องหาทางออกจากที่นี่ก่อน!” วายุตอบ เขาพยายามเพ่งมองผ่านม่านหมอกสีดำเพื่อหาทางออก แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะกลืนหายไปหมดสิ้น
หญิงสาวปริศนาตะเกียกตะกายมาทางวายุ เธอขยับได้ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด รอยแดงบนผิวหนังของเธอเริ่มเข้มขึ้น
“ช่วย… ด้วย…” เสียงของเธอแผ่วเบาลงทุกที
วายุไม่ลังเล เขารีบพุ่งเข้าไปหาเธอ ใช้แขนข้างหนึ่งประคองร่างของเธอไว้ เขาเห็นว่าเธอกำลังจะหมดสติ
“ฉันจะพาเธอออกไป!” วายุบอกเสียงหนักแน่น เขามองไปที่รอยร้าวบนพื้นอีกครั้ง มันยังคงพ่นควันพิษออกมาไม่หยุด ดูเหมือนจะเป็นจุดกำเนิดของหายนะครั้งนี้
“เซบาสเตียน! เปิดทางให้ฉัน!” วายุสั่ง
เซบาสเตียนพยักหน้า เขาปลดอาวุธคู่กายออกมา ปืนพกขนาดใหญ่ถูกยกขึ้นเล็งไปที่ผนังคอนกรีตด้านหนึ่ง
“จะทำอะไร?”
“จะระเบิดทางออก! ถ้าเราไม่สามารถหาทางอื่นได้!”
วายุอุ้มหญิงสาวปริศนาขึ้นแนบอก เขาประเมินน้ำหนักของเธอแล้วก็ออกวิ่งไปทางเซบาสเตียน หวังว่าจะพาเธอไปหลบในที่ปลอดภัยกว่านี้
“ระวัง! ฉันจะยิง!” เซบาสเตียนเตือน
วายุรีบกระโจนหลบไปด้านข้าง ทันใดนั้น เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว!
แรงระเบิดจากการยิงของเซบาสเตียนไม่ได้ทำลายผนังคอนกรีตหนาทึบให้พังทลายลงไป แต่กลับทำให้เกิดรอยแตกขนาดใหญ่ และที่สำคัญ มันได้กวนกลุ่มควันพิษให้ฟุ้งกระจายมากขึ้นไปอีก
“บ้าเอ๊ย!” เซบาสเตียนสบถ เขาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน
“ไม่เป็นไร! อย่างน้อยมันก็ทำให้ควันบางลงชั่วครู่!” วายุตะโกนกลับ เขาเห็นช่องว่างที่เกิดจากการระเบิด การมองเห็นกลับมาดีขึ้นเล็กน้อย
“ทางนี้!” วายุตะโกนบอกเซบาสเตียน เขาพยายามประคองหญิงสาวที่เริ่มหมดสติให้เคลื่อนที่ไปทางรอยแตกที่เซบาสเตียนสร้างขึ้น
“คุณ… คุณคือใครกันแน่?” หญิงสาวถามเสียงแผ่วเบา
“ฉันคือวายุ… หรือที่พวกมันเรียกว่า… พยัคฆ์” วายุตอบ เขาไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้บอกนามแฝงของตัวเองในสถานการณ์แบบนี้
“พยัคฆ์… ฉัน… ได้ยินชื่อคุณมา…” เธอพูดขาดห้วงก่อนจะหมดสติไปจริงๆ
วายุรีบก้าวไปทางรอยแตกนั้นอย่างรวดเร็ว เขาเห็นปลายอุโมงค์ที่ดูมืดมิดและลึกลงไปเบื้องล่าง
“ไปกันเถอะ!” วายุตะโกนบอกเซบาสเตียน
เซบาสเตียนไม่รอช้า เขาตามวายุเข้าไปในอุโมงค์ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นใหม่นี้
“แล้วพวกมันล่ะ?” เซบาสเตียนถาม
“ปล่อยพวกมันไปก่อน! เราต้องเอาเธอไปให้พ้นจากพิษนี่ก่อน!” วายุตอบ เขาประเมินแล้วว่าคู่ต่อสู้ของพวกเขาน่าจะยังมีจำนวนมาก และถ้าพวกมันสามารถควบคุมควันพิษนี้ได้ พวกมันก็คงจะไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่การสังหารพวกตน
ทั้งสามคนก้าวเข้าไปในอุโมงค์ที่มืดมิด ความแสบร้อนบนผิวหนังยังคงอยู่ แต่ดูเหมือนจะเบาบางลงเมื่อเข้ามาในอุโมงค์นี้
“ที่นี่… มันคืออะไร?” เซบาสเตียนถาม เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ
“น่าจะเป็นทางลับ… หรืออุโมงค์ใต้ดินที่พวกมันสร้างขึ้น” วายุตอบ เขาเอามือลูบผนังอุโมงค์ที่เป็นคอนกรีตดิบๆ
“คุณ… รู้ได้อย่างไร?”
“ฉันสังเกตเห็นรอยร้าวบนพื้น… มันดูไม่เหมือนรอยแตกธรรมดา… เหมือนมีกลไกบางอย่างอยู่เบื้องล่าง” วายุอธิบาย “พวกมันคงต้องการกักเราไว้ที่นี่… หรือไม่ก็ทำให้เราตายอย่างทรมาน”
“แล้วเราจะไปไหนกันต่อ?”
“ตามทางนี้ไป… ฉันหวังว่ามันจะพาเราออกไปสู่โลกภายนอก… หรืออย่างน้อยก็ที่ที่ปลอดภัยกว่านี้”
วายุอุ้มหญิงสาวปริศนาที่ยังคงหมดสติไว้ในอ้อมแขน เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ในขณะที่เซบาสเตียนเดินประกบอยู่ด้านหลัง
“คุณแน่ใจเหรอว่าเธอปลอดภัย?” เซบาสเตียนถาม
“เธอได้รับพิษ… แต่หน้ากากของฉันพอจะกรองพิษได้ในระดับหนึ่ง… หวังว่ามันจะไม่รุนแรงจนเกินไป” วายุตอบ
“คุณ… ไม่กลัวเลยเหรอ?”
วายุเงยหน้ามองเพดานอุโมงค์ที่มืดมิด “ความกลัวเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น… เมื่อเรามีเป้าหมายที่ชัดเจน”
“เป้าหมายของคุณคืออะไร?”
“คือการมีชีวิตรอด… และจัดการกับพวกที่คิดจะทำร้ายเรา” วายุตอบ ดวงตาของเขายังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว
ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเดินลึกเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดิน จู่ๆ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นมาจากด้านหลัง!
“มีคนตามมา!” เซบาสเตียนรีบตะโกน
วายุหันกลับไปมอง เขาเห็นเงาตะคุ่มๆ หลายเงากำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้!
“แย่แล้ว… พวกมันคงรู้แล้วว่าเราหนีมาทางนี้!” เซบาสเตียนชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม
“ไม่… ไม่ใช่แค่นั้น” วายุพูดเสียงเครียด “พวกมันกำลังมาพร้อมกับ… อาวุธบางอย่าง”
แสงไฟสีแดงสลัวๆ จากอุปกรณ์บางอย่างที่กลุ่มคนเหล่านั้นถืออยู่เริ่มปรากฏให้เห็นในความมืด มันไม่ใช่แสงไฟฉายธรรมดา
“นั่นมัน… เครื่องสแกน?” เซบาสเตียนเอ่ยปากด้วยความประหลาดใจ
“หรืออาจจะเป็นอาวุธที่ตรวจจับความเคลื่อนไหว… เราต้องรีบไปให้เร็วกว่านี้!” วายุเร่งฝีเท้า
แต่แล้ว… เสียงเครื่องยนต์ก็ดังขึ้นมา!
เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นเคย… เสียงเครื่องยนต์ที่ดังมาจากรถยนต์!
“รถยนต์? ในอุโมงค์ใต้ดินเนี่ยนะ?” เซบาสเตียนตะโกนถามอย่างไม่เชื่อสายตา
ทันใดนั้นเอง ไฟหน้ารถยนต์ที่สว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาในอุโมงค์! รถยนต์คันหนึ่งกำลังพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูง!
“หลบเร็ว!” วายุตะโกน เขาพยายามจะอุ้มหญิงสาวให้หลบไปด้านข้าง แต่ด้วยความเร็วของรถ และความแคบของอุโมงค์ มันดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้!
รถคันนั้น… ไม่ได้มีพวงมาลัย! คนขับ… กำลังบังคับมันด้วยวิธีการที่ประหลาด!
และที่น่ากลัวที่สุด… บนรถคันนั้น… ไม่ใช่คนขับ!
“นั่นมัน… หุ่นยนต์?” เซบาสเตียนอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
วายุเบิกตากว้าง! เขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน!
รถยนต์คันสีดำสนิทที่ไม่มีกระจกบังลมหน้ากำลังพุ่งเข้ามาประชิด! บนที่นั่งคนขับ… มีหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีโครงสร้างที่แข็งแกร่งผิดปกติ! ดวงตาสีแดงก่ำของมันจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างไร้ความรู้สึก!
“เราต้องหยุดมัน!” วายุตะโกน แต่จะทำได้อย่างไร?
ขณะที่วายุกำลังประเมินสถานการณ์ ร่างของเขาก็ถูกกระแทกเข้าอย่างจัง!
“วายุ!” เซบาสเตียนร้องเสียงหลง
วายุถูกแรงกระแทกผลักกระเด็นไปด้านหลัง! เขาเสียการทรงตัว หญิงสาวในอ้อมแขนเกือบจะหลุดมือ!
“นั่นมัน… อะไร?” เขาถามหอบหายใจ
“มัน… มันคือ… รถหุ้มเกราะ!” เซบาสเตียนพยายามจะยิง แต่กระสุนไม่สามารถทะลุผ่านเกราะหนาของรถได้!
วายุเห็นแล้ว… แสงสีแดงที่สว่างวาบจากบนรถคันนั้น… มันคือลำแสงเลเซอร์!
“หลบ!” วายุตะโกนอีกครั้ง
ลำแสงเลเซอร์สีแดงฉานพุ่งออกมาจากด้านหน้าของรถหุ้มเกราะ! มันเฉียดผ่านศีรษะของเซบาสเตียนไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด!
“เราติดกับดักแล้ว!” เซบาสเตียนตะโกน
วายุรู้ดี… พวกเขากำลังถูกไล่ล่าอย่างไม่ลดละ… และศัตรูที่เผชิญหน้าอยู่… ไม่ใช่คนธรรมดา!
แต่… เขาจะยอมแพ้ให้ใคร? ไม่มีวัน!
วายุหันกลับไปมองรถหุ้มเกราะที่กำลังพุ่งเข้ามาหาอีกครั้ง เขาเห็นบางอย่าง… ที่คนขับหุ่นยนต์กำลังจะปล่อยออกมา!
“นั่นมัน… ระเบิด!”
วายุไม่รอช้า เขาตัดสินใจ! เขาต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี… เพื่อปกป้องหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมแขน… และหาทางรอดจากสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนี้!
เขาจะทำอย่างไร? เขาจะสามารถหลบหนีการโจมตีจากหุ่นยนต์สังหารนี้ได้หรือไม่? และใครคือหญิงสาวปริศนาคนนี้… ที่วายุกำลังเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเธอ?
การต่อสู้ครั้งใหม่… ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว… ในความมืดมิดของอุโมงค์ใต้ดิน!

เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก