กลุ่มควันสีเทาเข้มที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยร้าวบนพื้นคอนกรีตของลานประลองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ควันธรรมดา ดวงตาของวายุที่คมกริบราวกับเหยี่ยวสังเกตเห็นถึงความผิดปกติทันที มันไม่ใช่ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ แต่เป็นไอระเหยที่มีอนุภาคบางเบา แตกต่างจากไอน้ำที่ลอยเอื่อยๆ นี่คือสิ่งที่วายุไม่เคยพบเจอมาก่อนในโลกแห่งการต่อสู้ที่เขาคลุกคลีมานาน
"นี่มันอะไรกัน?" ชายร่างใหญ่ที่มาพร้อมกับวายุ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เขาคือ "ก้อง" สหายคู่ใจผู้มีพละกำลังมหาศาล และมักจะก้าวไปข้างหน้าโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง
วายุไม่ได้ตอบในทันที เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ลานประลองที่ถูกปิดล้อมด้วยกำแพงคอนกรีตสูงตระหง่าน แสงไฟสลัวจากโคมไฟที่ติดอยู่ตามผนังสะท้อนกับพื้นผิวที่เปียกชื้นจากการควบแน่นของไอน้ำที่กำลังก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นอับชื้นปะปนกับกลิ่นฉุนบางเบาที่ไม่คุ้นเคย ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
"ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่ควันธรรมดา" วายุเอ่ยเสียงเรียบ แฝงไปด้วยความระแวดระวัง "มันมีความหนาแน่นผิดปกติ"
ทันใดนั้นเอง ไอร้อนก็เริ่มแปรเปลี่ยนรูปร่าง มันเริ่มก่อตัวเป็นสายธารที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกมา ทำให้ขนแขนของทั้งคู่ตั้งชันขึ้นมาอย่างประหลาด
"ฉันรู้สึกไม่ดีเลยวายุ" ก้องพูดเสียงเครียด เขากำหมัดแน่น เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
"ตั้งสติไว้ก้อง" วายุเตือน "สังเกตทุกการเคลื่อนไหว อย่าประมาทเด็ดขาด"
ร่างเงาที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วปรากฏขึ้นจากกลุ่มควันเหล่านั้น มันไม่ใช่คน เป็นสัตว์ร้ายที่มีรูปร่างคล้ายหมาป่า แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก ลำตัวปกคลุมด้วยขนสีดำสนิทที่ดูดซับแสงจนแทบจะกลืนไปกับความมืด ดวงตาของมันเรืองแสงสีแดงเพลิงอย่างน่ากลัว เขี้ยวแหลมคมที่โผล่พ้นริมฝีปากออกมาบ่งบอกถึงความดุร้ายที่พร้อมจะฉีกกระชากเหยื่อ
"มันคือ...วูล์ฟสปิริต?" ก้องอุทานเสียงหลง เขารู้ดีถึงตำนานของสิ่งมีชีวิตในเงามืดเหล่านี้
"ไม่แน่" วายุตอบ ดวงตาของเขายังคงจดจ่ออยู่ที่สัตว์ร้ายตรงหน้า "มันอาจจะเป็นสิ่งที่คล้ายกัน แต่ดูจากพลังงานที่แผ่ออกมา มันน่าจะอันตรายกว่ามาก"
วูล์ฟสปิริตตัวแรกคำรามเสียงกึกก้อง มันคือสัญญาณที่บ่งบอกว่าการต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ทันใดนั้นเอง ร่างเงาของวูล์ฟสปิริตอีกหลายตัวก็ปรากฏขึ้นจากกลุ่มควัน พวกมันล้อมกรอบวายุและก้องไว้จากทุกทิศทาง
"เวรเอ้ย! พวกมันมากันเป็นฝูง" ก้องสบถ เขาหันไปมองวายุ "แล้วเราจะทำยังไงดี?"
วายุไม่ได้ตอบ เขาย่อตัวลงต่ำ ท่าทางเตรียมพร้อมสำหรับการจู่โจม มือข้างขวาของเขากำแน่น รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านจากปลอกแขนที่ซ่อนอยู่ภายในเสื้อผ้า
"เราต้องหาทางฝ่าวงล้อมออกไป" วายุตัดสินใจ "พวกมันแข็งแกร่ง แต่หากเราเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เราอาจจะมีโอกาส"
วูล์ฟสปิริตตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่ก้องอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า มันกระโจนขึ้นไปในอากาศ หวังจะใช้กรงเล็บแหลมคมตะปบลงบนร่างของก้อง แต่ก้องก็เตรียมพร้อมอยู่แล้ว เขากระโดดหลบหลีกไปด้านข้างอย่างฉิวเฉียด กรงเล็บของวูล์ฟสปิริตข่วนลงบนพื้นคอนกรีต เกิดเป็นรอยลึกราวกับถูกใบมีดกรีด
"แกแน่กว่าที่คิดนะเจ้าหมาป่า!" ก้องตะโกน เขาเหวี่ยงหมัดหนักเข้าใส่ลำตัวของวูล์ฟสปิริต แต่ดูเหมือนว่ามันจะมีเกราะป้องกันบางอย่าง หมัดของก้องกระแทกเข้ากับลำตัวของมันอย่างแรง แต่กลับไม่สามารถทำให้มันสะเทือนได้เลย
ในขณะเดียวกัน วายุได้เผชิญหน้ากับวูล์ฟสปิริตอีกตัวหนึ่ง มันเคลื่อนไหวอย่างพลิ้วไหวและคาดเดาได้ยาก ราวกับเป็นเงาที่กำลังเล่นซ่อนหากับเขา วายุตั้งรับอย่างระมัดระวัง พยายามอ่านการเคลื่อนไหวของมัน
"แกไม่ใช่แค่สุนัขป่าธรรมดา" วายุพูดกับมัน "แกคือสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสังหาร"
วูล์ฟสปิริตตัวนั้นไม่ตอบ มันเพียงแต่คำรามและพุ่งเข้าใส่ วายุเบี่ยงตัวหลบหลีกอย่างฉียดเฉียด กรงเล็บของมันเฉี่ยวผ่านใบหน้าเขาไปเพียงไม่กี่นิ้ว แรงลมจากการเคลื่อนไหวของมันทำให้ผิวของเขารู้สึกแสบร้อน
วายุรู้ดีว่าการต่อสู้ด้วยกำลังเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เขาต้องใช้ไหวพริบและทักษะที่เหนือกว่า
"เจ้าพวกนี้มีอะไรบางอย่างที่พวกมันเชื่อมโยงกัน" วายุสังเกตเห็นว่าวูล์ฟสปิริตทุกตัวกำลังเคลื่อนไหวประสานกันอย่างเป็นระบบ ราวกับมีผู้ควบคุมอยู่เบื้องหลัง
"ฉันเห็นด้วย" ก้องตะโกนกลับมา เขาต่อสู้อย่างดุเดือดกับวูล์ฟสปิริตสองตัวพร้อมกัน "พวกมันเหมือนถูกสั่งการ! ต้องมีใครบางคนอยู่เบื้องหลัง!"
วายุเหลือบมองไปยังกลุ่มควันสีเทาเข้มที่ยังคงพวยพุ่งออกมาจากรอยร้าว เขาคิดว่าต้นตอของปัญหาอาจจะอยู่ที่นั่น
"ก้อง! หาทางสกัดพวกมันไว้ ฉันจะไปดูที่ต้นตอ!" วายุตะโกนสั่ง
"ได้เลย! ระวังตัวด้วย!" ก้องตอบรับ
วายุพุ่งตัวเข้าไปยังบริเวณที่มีควันหนาทึบที่สุด เขาต้องอาศัยความเร็วและทักษะในการหลบหลีก วูล์ฟสปิริตพยายามเข้ามาขวาง แต่พวกมันก็ไม่สามารถตามการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วของวายุได้ทัน
เมื่อวายุมาถึงบริเวณรอยร้าว เขาเห็นบางสิ่งบางอย่างที่น่าตกใจ
ท่ามกลางกลุ่มควัน มีแท่นหินสีดำรูปร่างประหลาดตั้งอยู่ บนแท่นนั้นมีอัญมณีสีม่วงเข้มส่องประกายระยิบระยับ อัญมณีนั้นกำลังปลดปล่อยพลังงานบางอย่างออกมา และพลังงานนั้นเองที่กำลังก่อตัวเป็นวูล์ฟสปิริต
"นี่มันคือแหล่งพลังงาน..." วายุพึมพำ เขารู้ได้ทันทีว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องทำลาย
ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นก็ดังขึ้นจากมุมมืดของลานประลอง "คิดว่าจะทำลายมันได้ง่ายๆ งั้นรึ เจ้าคนโง่!"
ร่างของชายคนหนึ่งปรากฏขึ้น เขาคือชายร่างผอมสูง สวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าของเขาซ่อนอยู่ในเงาของฮู้ด แต่ดวงตาของเขาส่องประกายด้วยความอาฆาตแค้น
"ใครกัน...?" วายุถาม
"ข้าคือผู้ที่ควบคุมเงามืดเหล่านี้" ชายปริศนาตอบ "และเจ้า...คือสิ่งที่ข้าต้องกำจัด"
วายุสัมผัสได้ถึงพลังงานอันชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากชายผู้นี้ เขารู้ว่านี่คือศัตรูที่แท้จริง
"เจ้าคิดผิดแล้ว" วายุพูดเสียงเย็น "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อถูกสังหาร"
วายุยกมือขึ้น ปลอกแขนที่ซ่อนอยู่เผยให้เห็นคมมีดสีดำสนิทที่แหลมคมราวกับเขี้ยวพยัคฆ์ มันคือ "เคียวเงา" อาวุธคู่ใจของเขา
"เจ้าจะเสียใจที่เข้ามายุ่งกับข้า!" ชายปริศนาตะโกน เขาชูมือขึ้นเหนือศีรษะ และทันใดนั้นเอง อัญมณีสีม่วงเข้มก็ส่องแสงวาบขึ้นอย่างรุนแรง
กลุ่มควันสีเทาเข้มยิ่งทวีความหนาทึบขึ้น และวูล์ฟสปิริตก็ยิ่งปรากฏตัวออกมามากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันล้อมกรอบวายุไว้แน่นขึ้นเรื่อยๆ
"เตรียมรับมือให้ดี พยัคฆ์" ชายปริศนาเย้ยหยัน "นี่คือจุดจบของเจ้า!"
วายุยืนหยัดอย่างมั่นคง เคียวเงาในมือของเขาสะท้อนแสงไฟ ส่องประกายวาววับ เขาจ้องมองไปยังชายปริศนา และเหล่าฝูงวูล์ฟสปิริตที่กำลังจ้องกลับมา
การต่อสู้สุดชีวิตกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ในสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายและความมืดมิด...

เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก