เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง

ตอนที่ 21 — ม่านหมอกปริศนา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,058 คำ

กลุ่มควันสีเทาเข้มที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยร้าวบนพื้นคอนกรีตของลานประลองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ควันธรรมดา ดวงตาของวายุที่คมกริบราวกับเหยี่ยวสังเกตเห็นถึงความผิดปกติทันที มันไม่ใช่ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ แต่เป็นละอองบางเบาที่มีลักษณะเหนียวหนืดผิดธรรมชาติ ควันเหล่านั้นค่อยๆ ขยายวงกว้างขึ้น ปกคลุมลานประลองที่เคยโล่งเตียนด้วยเงาแห่งความลึกลับ

"นี่มันอะไรกัน?" ‌เสียงของอัสนีดังขึ้นอย่างตกใจ ขณะที่เขายกมือขึ้นปัดป้องละอองควันเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว เหงื่อที่ไหลซึมไปตามขมับยิ่งทำให้เขารู้สึกถึงความระคายเคืองที่เริ่มก่อตัวขึ้น

วายุไม่ตอบ เขากำลังประเมินสถานการณ์ด้วยสัญชาตญาณนักรบผู้เจนสนามรบมานับไม่ถ้วน ควันสีเทาเข้มนี้ไม่ได้มีกลิ่นฉุน หรือแสบจมูกอย่างควันพิษทั่วไป แต่กลับมีกลิ่นอับชื้นคล้ายดินหลังฝนตก ผสมผสานกับกลิ่นอ่อนๆ ​ของอะไรบางอย่างที่เขาไม่คุ้นเคย มันให้ความรู้สึกเย็นยะเยือก ราวกับว่าความเย็นนั้นกำลังแทรกซึมเข้าสู่ทุกอณูของร่างกาย

"ระวังตัวไว้ อัสนี" วายุเตือน เสียงของเขาแฝงไปด้วยความหนักแน่น "นี่ไม่ใช่ควันธรรมดา"

ขณะที่วายุพูด ลานประลองก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง ‍คราวนี้ไม่ได้รุนแรงเท่าครั้งแรก แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่สม่ำเสมอ ราวกับมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่เบื้องล่าง เสียงครืดคราดของแผ่นคอนกรีตที่เสียดสีกันดังเป็นระยะๆ

"พื้นมันยุบ!" อัสนีตะโกน ขณะที่เขาเห็นว่ารอยร้าวที่เคยเป็นเพียงเส้นบางๆ บัดนี้ได้ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ พื้นคอนกรีตบางส่วนเริ่มทรุดตัวลงไป ‌สร้างหลุมเล็กหลุมน้อยกระจายไปทั่วบริเวณ

"ถอยออกมา!" วายุออกคำสั่ง เขาคว้าแขนของอัสนี ดึงให้เขาถอยห่างจากจุดที่ควันหนาทึบที่สุด

ทันใดนั้นเอง ควันสีเทาเข้มก็พลันก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นกลุ่มหมอกหนาทึบขนาดมหึมา ปกคลุมทั่วทั้งลานประลอง บดบังทัศนวิสัยจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใดเลยในระยะห่างเกินห้าก้าว ‍อุณหภูมิของอากาศลดลงอย่างฮวบฮาบ ความเย็นที่แผ่ซ่านเข้ามานั้นกัดกินเข้าถึงกระดูก

"มองไม่เห็นอะไรเลย!" อัสนีร้องเสียงหลง เขาพยายามเพ่งสายตา แต่ม่านหมอกหนาทึบนั้นก็เหมือนกำแพงที่มองไม่ทะลุ

วายุพยายามรวบรวมสมาธิ เขาเคยเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้มาแล้วหลายครั้ง การมองไม่เห็นไม่ใช่ข้อจำกัด แต่เป็นโอกาสที่ซ่อนเร้น ​เขาลองหายใจเข้าลึกๆ พยายามจับสัมผัสถึงสิ่งผิดปกติที่อาจซ่อนอยู่ในม่านหมอกนี้

"ใจเย็นๆ" วายุกล่าว เสียงของเขาแม้จะแผ่วเบาลงในม่านหมอก แต่ยังคงความมั่นคง "ใช้ประสาทสัมผัสอื่น นอกจากการมองเห็น"

อัสนีพยักหน้า เขาพยายามฟังเสียงรอบข้าง ​พยายามจับสัมผัสถึงแรงสั่นสะเทือนที่ยังคงมีอยู่ แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกกลบด้วยเสียงลมที่แผ่วเบา พัดพาละอองหมอกให้เคลื่อนไหวไปมา

"ข้าได้ยินเสียง..." อัสนีเอ่ยขึ้น "เสียงเหมือน...ใครบางคนกำลังเดิน"

วายุตั้งใจฟัง เขาได้ยินเช่นกัน เสียงฝีเท้าที่แผ่วเบา กำลังค่อยๆ ​คืบคลานเข้ามาในม่านหมอก ไม่ได้มีจังหวะที่สม่ำเสมอ แต่ดูเหมือนจะเคลื่อนที่ไปมาอย่างคาดเดาไม่ได้

"มันไม่ใช่คนเดียว" วายุกล่าวอย่างฉับพลัน "มีมากกว่าหนึ่ง"

ทันใดนั้นเอง ร่างเงาที่พร่าเลือนในม่านหมอกก็ปรากฏขึ้น มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ เงาดำทมิฬปรากฏขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี

"พวกมันกำลังโจมตี!" อัสนีตะโกน เขาชักดาบของตนออกมาอย่างรวดเร็ว พยายามปัดป้องการโจมตีที่มองไม่เห็น

วายุไม่รอช้า เขากระโจนหลบหลีกอย่างฉับไว ใช้สัญชาตญาณนำทาง สัมผัสได้ถึงกระแสลมที่เปลี่ยนทิศทางจากการเคลื่อนไหวของศัตรู เขาเห็นเงาหนึ่งพุ่งเข้ามาทางด้านข้าง เขาหมุนตัวหลบและใช้สันมือกระแทกเข้าที่สีข้างของมัน เสียงดัง “ตุ้บ” ราวกับกระทบเข้ากับวัตถุที่นิ่มแต่แข็งแรง

"ตัวอะไรกันแน่?" อัสนีถามขณะที่เขาสะบัดดาบไปมาอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่โดนอะไรเลย

"ไม่ใช่คน" วายุตอบ เขาได้ยินเสียงแหลมเล็กของอะไรบางอย่างดังมาจากทิศทางหนึ่ง มันไม่ใช่เสียงร้องของสัตว์ทั่วไป แต่เป็นเสียงที่น่าขนลุก

ม่านหมอกเริ่มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะหายใจไม่ออก วายุกระแอมไอ เขาพยายามกัดฟันอดทน เขาเห็นเงาอีกร่างกำลังพุ่งเข้ามาทางด้านหลัง เขาไม่ทันได้หันกลับ แต่อีกฝ่ายกลับชะงักงันไปเสียก่อน

"อย่าเข้ามา!" เสียงแหบแห้งและเย็นเยียบดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่งในม่านหมอก

วายุและอัสนีหยุดชะงัก ทั้งคู่หันไปมองตามเสียงนั้น แม้จะมองไม่เห็น แต่พวกเขารู้สึกได้ถึงการปรากฏตัวของบางสิ่งบางอย่างที่ทรงพลังกว่าศัตรูที่โจมตีพวกเขาอยู่

"ใครอยู่ตรงนั้น?" วายุถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

"ผู้สังเกตการณ์" เสียงนั้นตอบกลับมา "ผู้เฝ้ามอง"

"พวกแกเป็นใคร?" อัสนีถามอย่างท้าทาย

"พวกเราคือผู้ที่ถูกส่งมา...เพื่อปิดฉาก" เสียงนั้นกล่าวเน้นย้ำคำสุดท้าย

พลันนั้นเอง ร่างเงาที่เคยโจมตีพวกเขาก็ถอยร่นกลับเข้าไปในม่านหมอก ม่านหมอกเริ่มบางลงเรื่อยๆ เผยให้เห็นเบื้องหลังที่น่าตกตะลึง

ลานประลองที่เคยเป็นพื้นคอนกรีตเรียบๆ บัดนี้กลับกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่สะท้อนภาพท้องฟ้าสีเทาเข้ม ผิวน้ำนิ่งสงบราวกับกระจก แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้นคือ สิ่งมีชีวิตที่โผล่พ้นขึ้นมาจากใต้น้ำนั้น

พวกมันมีลักษณะคล้ายมนุษย์ แต่มีผิวหนังสีเขียวคล้ำ ดวงตาโปนกลมสีดำสนิท ไร้ซึ่งแววตา และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ปากของพวกมันที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมเรียงซ้อนกันหลายชั้น พวกมันมีจำนวนมาก ยืนนิ่งสงบอยู่ในแอ่งน้ำ ราวกับกำลังรอคอยคำสั่ง

"พวกมัน...คืออะไร?" อัสนีถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"สิ่งมีชีวิตในตำนาน...ที่ถูกปลุกขึ้นมา" วายุตอบ เขาจำได้ถึงเรื่องเล่าโบราณเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำที่ปรากฏตัวเมื่อถึงคราอันตราย

"แล้ว 'ผู้เฝ้ามอง' ที่แกพูดถึงล่ะ?" อัสนีถาม

"ข้าอยู่ที่นี่" เสียงแหบแห้งนั้นดังขึ้นอีกครั้ง และคราวนี้ วายุและอัสนีก็มองเห็นร่างนั้น

มันเป็นชายชราคนหนึ่ง สวมชุดคลุมสีดำสนิท ยืนอยู่บนโขดหินที่โผล่พ้นขึ้นมาจากแอ่งน้ำ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยริ้วรอยลึก ดวงตาของเขาเป็นสีเงินยวง เปล่งประกายราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน

"ข้าคือผู้ดูแลแห่งมิติ" ชายชรากล่าว "และพวกแก...ได้ก้าวเข้ามาในเขตหวงห้าม"

"หวงห้าม?" วายุทวนคำ "เราแค่กำลังต่อสู้"

"การต่อสู้ของพวกแก...ได้ปลุกสิ่งที่หลับใหล" ชายชรากล่าว "และสิ่งเหล่านั้น...ไม่ชอบการรบกวน"

วายุเหลือบมองไปยังเหล่าสิ่งมีชีวิตใต้น้ำที่กำลังจ้องมองมายังพวกเขาด้วยสายตาว่างเปล่า ความรู้สึกอันตรายแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ

"พวกมันจะโจมตีพวกเราอีกหรือไม่?" อัสนีถาม

"ถ้าพวกแกยังคงอยู่ในที่นี่...ใช่" ชายชราตอบ "แต่ถ้าพวกแกยอมรับ...ข้าอาจจะช่วยพวกแกได้"

"ช่วยเรา?" วายุถามอย่างไม่ไว้ใจ "ทำไมท่านต้องช่วยเรา?"

"เพราะข้าเกลียดความวุ่นวาย" ชายชราตอบเรียบๆ "และการต่อสู้ของพวกแก...มันสร้างความวุ่นวายมากเกินไป"

"แล้วท่านต้องการอะไร?" วายุถาม

"ข้าต้องการให้พวกแก...ออกจากที่นี่ไป" ชายชรากล่าว "โดยเร็วที่สุด"

วายุครุ่นคิด เขาไม่แน่ใจว่าชายชราผู้นี้จะไว้ใจได้หรือไม่ แต่เขารู้ดีว่า การเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตใต้น้ำเหล่านี้ในขณะที่พวกมันกำลังอยู่ในสภาพพร้อมรบนั้น เป็นความคิดที่แย่ที่สุด

"ถ้าเราออกไป...พวกมันจะเลิกโจมตีพวกเราใช่หรือไม่?" วายุถาม

"ใช่" ชายชราตอบ "แต่พวกแกจะพ้นจากอันตรายนี้ได้หรือไม่...ขึ้นอยู่กับตัวพวกแกเอง"

วายุหันไปมองอัสนี อัสนีพยักหน้าอย่างเข้าใจสถานการณ์ พวกเขากำลังตกอยู่ในอันตรายที่เกินกว่าจะรับมือได้ในตอนนี้

"เราจะไป" วายุกล่าว

ชายชราพยักหน้า เขาชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง "ทางออกอยู่ตรงนั้น...จงรีบไป ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"

วายุและอัสนีไม่รอช้า พวกเขารีบวิ่งไปยังทิศทางที่ชายชราผายมือไป ทิ้งให้แอ่งน้ำอันน่าสะพรึงกลัวและเหล่าสิ่งมีชีวิตใต้น้ำที่จ้องมองอย่างเย็นชาอยู่เบื้องหลัง

ขณะที่พวกเขากำลังวิ่งออกไป วายุเหลือบมองย้อนกลับไป เห็นชายชราผู้นั้นยืนนิ่งสงบอยู่บนโขดหิน ทอดสายตามองไปยังแอ่งน้ำราวกับกำลังเฝ้าดูบางสิ่งบางอย่าง

"อะไรคือ 'มิติ' ที่เขาพูดถึง?" อัสนีถามขณะที่วิ่งตามวายุ

"ข้าไม่รู้" วายุตอบ "แต่ข้ารู้สึกว่า...เราเพิ่งจะหลุดพ้นจากหายนะที่ใหญ่หลวงกว่าที่เราคิด"

ทั้งสองวิ่งต่อไป ท่ามกลางม่านหมอกที่เริ่มจางหายไป เผยให้เห็นภาพของเมืองที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าที่สูงเสียดฟ้า ท่ามกลางแสงไฟนีออนที่สว่างไสว

"เราอยู่ที่ไหนกันแน่?" อัสนีถาม

"ที่ที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม" วายุตอบ สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง "แต่เป็นที่ที่เราต้องไป"

ขณะที่พวกเขากำลังก้าวเข้าสู่เมืองใหญ่แห่งนี้ วายุสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ การมีอยู่ของ "ผู้เฝ้ามอง" และ "สิ่งมีชีวิตในตำนาน" นั้นบ่งบอกว่า การต่อสู้ของเขากับองค์กรเงาทมิฬนั้น ไม่ได้เป็นเพียงการต่อสู้เพื่ออำนาจ หรือเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจอีกต่อไป แต่มันได้ก้าวเข้าสู่มิติที่ลึกซึ้งและอันตรายกว่าที่เขาเคยคาดคิด

การเดินทางของ "พยัคฆ์" กำลังจะเข้าสู่บททดสอบที่แท้จริง...บททดสอบที่จะวัดถึงขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ และความสามารถในการต่อสู้กับอำนาจที่มองไม่เห็น.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง

เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!