กลุ่มควันสีเทาเข้มที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยร้าวบนพื้นคอนกรีตของลานประลองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ควันธรรมดา ดวงตาของวายุที่คมกริบราวกับเหยี่ยวสังเกตเห็นถึงความผิดปกติทันที มันไม่ใช่ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ แต่เป็นไอระเหยที่มีลักษณะเหนียวข้น ผสมผสานกับกลิ่นฉุนแหลมที่บาดจมูกจนทำให้เขาต้องเบิกตากว้างขึ้น
“แย่แล้ว!” วายุอุทานพร้อมกับผงะถอยหลังอย่างรวดเร็ว ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวทันที กลิ่นนี้… มันคุ้นเคยอย่างประหลาดเหมือนเคยได้กลิ่นจากที่ไหนสักแห่งที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีอันตราย
“ไอ้พวกเวร!” เสียงของวายุแหบพร่า เขาไม่รอช้า ยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดจมูกและปากทันที สัญชาตญาณนักสู้ของเขาตะโกนเตือนว่านี่คืออันตรายถึงชีวิต
“วายุ!” เสียงของลดาที่อยู่ไม่ไกลดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก เธอเองก็เริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติเช่นกัน แต่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมราวกับถูกตรึงไว้ด้วยความตกใจ
“ถอยออกไป ลดา! ออกห่างจากตรงนั้น!” วายุตะโกนสวนกลับ เสียงของเขาฟังดูอึดอัดเพราะถูกมือปิดอยู่
แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว กลุ่มควันสีเทานั้นไม่ได้ลอยขึ้นสู่เบื้องบนอย่างช้าๆ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวของลานประลองใต้ดิน มันกลับแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วราวกับพายุหมุนขนาดเล็ก ปกคลุมพื้นที่โดยรอบภายในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ
วายุเห็นร่างของลดาเริ่มเซไปมา ใบหน้าของเธอเริ่มซีดเผือด เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่ควันพิษธรรมดา แต่มันคือสารเคมีที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อทำให้คู่ต่อสู้หมดสติ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
“ต้องหาทางระบายอากาศ!” วายุคิดอย่างรวดเร็ว ลานประลองแห่งนี้อยู่ใต้ดิน การระบายอากาศย่อมทำได้ยากกว่าปกติ เขาเหลือบมองไปรอบๆ อย่างพินิจพินิจ ท่ามกลางความอลหม่านที่กำลังจะเกิดขึ้น
“พวกแก… หลอกให้ข้าติดกับ!” เสียงคำรามดังมาจากทางด้านหลังของวายุ เขาหันไปมอง เห็นร่างของไพรัช ซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก กำลังชะงักงัน ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยวและตกใจ
“ไม่… นี่มันไม่ใช่กับดักของข้า!” เสียงแหบพร่าของชายร่างท้วมที่ยืนอยู่บนแท่นสูง ดังขึ้นมา เขาคือ “เงา” ผู้บงการเบื้องหลังทั้งหมด
“ไม่ใช่ของเจ้าอย่างนั้นหรือ? แล้วใครกันเล่าที่สร้างรอยร้าวนี้ขึ้นมา? ใครกันที่ทำให้ไอ้สารพิษนี่พวยพุ่งออกมา?” ไพรัชตะคอกถาม ดวงตาของเขาวาวโรจน์ราวกับพร้อมจะทะลวงร่างของ “เงา” ด้วยสายตา
“ข้า… ข้ารู้ดีว่ามันคืออะไร และข้าจะควบคุมมัน!” เสียงของ “เงา” ดังขึ้นมาอีกครั้ง น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างน่าประหลาด
วายุไม่สนใจการทะเลาะเบาะแว้งของอีกสองฝ่าย เขาเหลือบมองดูอาการของลดาที่ทรุดลงไปนั่งกับพื้น ใบหน้าของเธอเริ่มมีอาการไออย่างรุนแรง และการหายใจก็เริ่มติดขัด
“ต้องช่วยเธอ!” วายุตัดสินใจ เขากระโจนเข้าไปหาลดาอย่างรวดเร็ว พยายามยกร่างของเธอให้ยืนขึ้น
“วายุ… ข้า… ข้ารู้สึก… เวียนหัว…” ลดาพึมพำ เสียงของเธอแผ่วเบาเต็มที
“อดทนไว้นะลดา! เราต้องออกไปจากที่นี่!” วายุพูดปลอบประโลม พร้อมกับประคองร่างของเธอไว้ เขาพยายามมองหาทางออกที่ใกล้ที่สุด
แต่ทว่า… กลุ่มควันสีเทาก็ยิ่งหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ มันเริ่มกัดกินอากาศที่เคยบริสุทธิ์จนเกือบหมดสิ้น ทำให้การหายใจของวายุเองก็เริ่มติดขัดเช่นกัน
“นี่มัน… สารไซยาไนด์ในรูปแบบของไอระเหย! ความเข้มข้นสูงมาก!” วายุอุทานในใจด้วยความตกใจสุดขีด เขาเคยศึกษาเกี่ยวกับสารพิษต่างๆ สมัยที่ยังทำงานกับหน่วยพิเศษมาก่อน กลิ่นและลักษณะของควันตรงหน้า มันชี้ชัดไปถึงอันตรายร้ายแรง
“ไอ้สารพิษนี่… มันจะฆ่าพวกเราทุกคน!” ไพรัชตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นอาการของลูกน้องบางคนที่เริ่มทรุดลงไปนอนกองกับพื้น
“ฮ่าๆๆ! ใช่แล้ว! ใครที่เข้ามาในรังของพยัคฆ์ร้าย ก็ต้องตกเป็นเหยื่อของมัน!” เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังมาจาก “เงา”
“รังของพยัคฆ์ร้ายอย่างนั้นหรือ? ข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจที่พูดเช่นนั้น!” ไพรัชประกาศกร้าว เขาสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ และพยายามสูดเอาอากาศที่ยังเหลืออยู่เข้าไปให้มากที่สุด
วายุตัดสินใจ เขารู้ว่าการพยายามหนีออกไปในสภาพอากาศแบบนี้เป็นไปได้ยาก เขาต้องหาทางแก้ไขปัญหานี้เฉพาะหน้า
“ลดา! เธอไหวไหม?” วายุถามพลางประคองเธอขึ้น
“ข้า… พอได้… วายุ…” ลดาพยายามตอบ เสียงของเธอขาดห้วง
“ดี! ฟังข้านะ! เธอต้องพยายามหายใจทางปาก และกลั้นลมหายใจให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เข้าใจไหม?” วายุออกคำสั่ง
ลดาพยักหน้าอย่างอ่อนแรง
“ส่วนข้า… ข้าจะหาทาง… ให้เรามีอากาศบริสุทธิ์…” วายุกล่าว
เขาหันไปมองรอบๆ อีกครั้ง สายตาของเขาสะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง… แท่นควบคุมของเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่บนผนังด้านหนึ่งของลานประลอง
“นั่นไง!” วายุอุทานในใจ
แต่การจะไปถึงตรงนั้นได้ เขาต้องผ่านกลุ่มควันพิษที่หนาทึบเสียก่อน
“ไพรัช! แกช่วยข้าได้ไหม?” วายุหันไปตะโกนถามไพรัช เสียงของเขาเริ่มแหบแห้ง
ไพรัชหันมามองวายุด้วยความประหลาดใจ “แก… จะให้ข้าช่วยอย่างนั้นหรือ? ในสภาพแบบนี้?”
“ใช่! ถ้าเราไม่ร่วมมือกัน เราตายแน่! ฉันจะไปเปิดระบบระบายอากาศ ถ้าแกช่วยถ่วงเวลาไอ้สารเลวนั่นไว้ได้!” วายุยื่นข้อเสนอ
ไพรัชมอง “เงา” ที่กำลังหัวเราะอย่างสนุกสนาน ดวงตาของเขามีประกายบางอย่างปรากฏขึ้น
“ตกลง! แต่ถ้าเราสองคนรอดไปได้… เจ้าต้องบอกข้าว่าใครเป็นคนฆ่าคู่หมั้นของข้า!” ไพรัชกล่าว
“เรื่องนั้น… เอาไว้ทีหลัง! ตอนนี้เราต้องรอดก่อน!” วายุไม่รอช้า เขาดันลดาให้พิงกำแพงอย่างระมัดระวัง
“อดทนไว้นะลดา! ข้าจะกลับมา!” วายุกล่าว
เขาเริ่มวิ่งฝ่ากลุ่มควันสีเทาเข้ม ที่ตอนนี้ปกคลุมไปทั่วทั้งลานประลองราวกับหมอกแห่งความตาย ทุกย่างก้าวที่เขาเดินไปนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก อากาศที่เคยหายใจได้ตอนนี้กลับกลายเป็นพิษร้ายกาจที่กัดกินปอดของเขา
ไพรัชเองก็ไม่รอช้า เขาคำรามอย่างบ้าคลั่ง พุ่งเข้าใส่ “เงา” ที่ยืนอยู่บนแท่นสูง “เงา” เองก็ไม่หวั่นไหว เขาสั่งให้ลูกสมุนที่ยังยืนหยัดได้ เข้าสกัดกั้นการโจมตีของไพรัช
การต่อสู้เริ่มขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางกลุ่มควันพิษที่คุกคามชีวิตของทุกคน
วายุพยายามใช้ทุกประสาทสัมผัสที่มีเพื่อหาทางไปยังแท่นควบคุม เขาต้องเร่งมือ! ทุกวินาทีมีค่า
ขณะที่เขากำลังคลำทางไปเรื่อยๆ สายตาของเขาก็ไปกระทบเข้ากับบางสิ่งบางอย่าง… อาวุธ!
มีอาวุธปืนวางทิ้งอยู่บนพื้นจำนวนหนึ่ง เขาหันไปมองหา “เงา” แต่ก็พบว่า “เงา” กำลังยุ่งอยู่กับการต่อสู้ของไพรัช
“นี่ไง!” วายุคิด
เขาไม่รอช้า รีบคว้าปืนพกที่อยู่ใกล้ที่สุดมาไว้ในมือ
“ข้าไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอาไอ้สารนี่มา แต่ข้าจะใช้มันให้คุ้มค่า!” วายุกล่าวกับตัวเอง
เขาเริ่มยิงปืนไปทางกลุ่มควันเบื้องหน้า หวังจะเปิดทางให้ตัวเอง แต่กระสุนปืนก็ไม่ได้มีผลใดๆ กับกลุ่มควันพิษ
“น่าโง่จริงๆ!” เสียงของ “เงา” ดังมาขัดจังหวะ “ไอ้สารพิษของข้า มันไม่ใช่สิ่งที่ปืนธรรมดาจะทำลายได้!”
“ข้าไม่ได้จะทำลายมัน! ข้าจะเปิดทางให้ข้าออกไป!” วายุตะคอกกลับ
เขาเริ่มยิงปืนไปทางทิศทางที่เขาคาดว่าจะเป็นทางเข้าออกของลานประลอง แต่ก็ยังคงไร้ผล
ทันใดนั้นเอง… ร่างของไพรัชก็กระเด็นมาชนเข้ากับวายุเต็มแรง ทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปกองกับพื้น
“แก… ไอ้สารเลว!” ไพรัชตะโกนอย่างเจ็บปวด
“แก… เกือบทำข้าตาย!” วายุสวนกลับ
“ใคร… ใครกันแน่… ที่วางแผน… เรื่องนี้…” ไพรัชถามเสียงขาดห้วง
วายุเหลือบมองไปทาง “เงา” อีกครั้ง “เงา” กำลังหัวเราะอย่างสะใจ
“ข้า… ข้าจำได้แล้ว…” ไพรัชพึมพำ
“จำอะไรได้?” วายุถาม
“ไอ้กลิ่นนี่… ข้าเคยได้กลิ่นมัน… ในห้องทดลองของ… ดร.วิวัฒน์!” ไพรัชกล่าว
“ดร.วิวัฒน์?” วายุทวนคำชื่อนั้น
“ใช่! เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่อง… ที่ข้าเคยร่วมงานด้วย… เขาเคย… พยายามสร้างอาวุธชีวภาพ… ด้วยสารพิษชนิดนี้…” ไพรัชเล่าอย่างยากลำบาก
วายุเบิกตากว้าง เขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน
“นี่… ไม่ใช่ฝีมือของ ‘เงา’ คนเดียว…” วายุคิด
“มัน… มันต้องมีคนอื่น… ช่วยเขา…” ไพรัชพยายามพูดต่อ
ทันใดนั้นเอง… ร่างของ “เงา” ก็พุ่งลงมาจากแท่นสูง พร้อมกับอาวุธปืนในมือ
“พอได้แล้ว! พวกแกจะคุยกันจนกว่าข้าจะลงมือปลิดชีพพวกแกเองรึไง!” “เงา” ตะคอก
เขากระโจนเข้าใส่ไพรัชทันที แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ลงมือ วายุที่กำลังฟื้นตัวจากการถูกชน ก็คว้าปืนที่ตกอยู่ข้างๆ ยิงสวนออกไป
เสียงปืนดังสนั่นลั่นลานประลอง!
กระสุนพุ่งเข้าใส่ “เงา” แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีผลใดๆ ต่อเขามากนัก
“แก… โง่! ไม่รู้หรือไงว่าชุดของข้า… ป้องกันกระสุนได้!” “เงา” เยาะเย้ย
วายุเริ่มตระหนักว่าสถานการณ์กำลังย่ำแย่ลงไปทุกที เขาต้องหาทางอื่น
เขาเหลือบมองไปยังแท่นควบคุมระบบระบายอากาศอีกครั้ง
“ข้าต้องไปที่นั่นให้ได้…” วายุรำพึง
แต่เมื่อเขาพยายามจะลุกขึ้น ร่างของเขาก็ทรุดลงไปอีกครั้ง
“วายุ!” เสียงของลดาที่ดังมาจากที่ไกลๆ ทำให้วายุต้องรีบหันไปมอง
เธอ… ล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว
“ไม่!” วายุตะโกน
เขาต้องรีบช่วยลดา! เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดไปจากที่นี่!
แต่การจะทำเช่นนั้นได้ เขาต้องผ่านกลุ่มควันพิษที่กำลังจะกลืนกินทุกชีวิตในลานประลองแห่งนี้เสียก่อน
และดูเหมือนว่า… เวลาของเขากำลังจะหมดลงแล้ว.

เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก