เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง

ตอนที่ 24 — คลื่นอาฆาต ล่าพยัคฆ์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,337 คำ

กลุ่มควันสีเทาเข้มที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยร้าวบนพื้นคอนกรีตของลานประลองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ควันธรรมดา ดวงตาของวายุที่คมกริบราวกับเหยี่ยวสังเกตเห็นถึงความผิดปกติทันที มันไม่ใช่ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ แต่เป็นหมอกลวงที่คล้ายจะบิดเบือนการรับรู้ของผู้ที่สูดดมเข้าไป มันแผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วเกินคาด ชนิดที่ว่าสายตาของวายุที่เคยว่องไวที่สุดยังตามไม่ทัน

"นี่มันอะไรกัน!" เสียงห้าวของไอรันดังขึ้น ‌พร้อมกับภาพที่วายุเห็นรางๆ ว่าไอรันกำลังยกแขนป้องปากและจมูก พลางถอยกรูดออกไป

วายุพยายามเพ่งมองผ่านม่านหมอกสีเทาที่หนาขึ้นเรื่อยๆ เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามา ไม่ใช่ความเย็นจากธรรมชาติ แต่เป็นความเย็นที่แฝงไปด้วยพิษสงบางอย่าง เขาหรี่ตาลงพยายามแยกแยะรูปทรงของสิ่งมีชีวิตที่กำลังก่อตัวขึ้นจากกลุ่มควันเหล่านั้น

"ไม่ใช่แค่หมอก... แต่มันคือ ​'เงา' ที่มีชีวิต!" เสียงเยือกเย็นดังขึ้นจากด้านหลังของวายุ มันคือเสียงของมาสเตอร์ หยาง อดีตผู้ฝึกสอนของวายุ ที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบราวกับผี

วายุหันขวับไปมอง ภาพที่เห็นทำให้หัวใจของเขากระตุกวูบ ‍มาสเตอร์ หยางไม่ได้ยืนอยู่ลำพัง แต่มีร่างของบุรุษอีกสองคนยืนเคียงข้าง หนึ่งคือ ชายร่างยักษ์ที่แขนเต็มไปด้วยรอยสักรูปพยัคฆ์สีแดงเพลิง และอีกคนคือ หญิงสาวผมสีม่วงที่ดวงตาเปล่งประกายวาวโรจน์ราวกับดวงดาว

"พยัคฆ์... เจ้าเจอคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อแล้ว" ‌มาสเตอร์ หยางกล่าว น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความเหนื่อยหน่ายและสิ้นหวัง

"คู่ต่อสู้?" วายุเลิกคิ้ว "ท่านกำลังหมายถึงเจ้าพวกนี้อย่างนั้นหรือ? ดูเหมือนจะมาจาก 'คลับเงา' ของท่านนะ"

"คลับเงา... ‍ไม่ใช่แค่คลับ แต่มันคือองค์กรลับที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อกำจัดผู้ที่แข็งแกร่งเกินไป" มาสเตอร์ หยางตอบ "และชายสองคนนี้คือ 'เงา' ที่แท้จริงของมัน"

ขณะที่มาสเตอร์ หยางพูด ​ร่างของชายร่างยักษ์ที่แขนเต็มไปด้วยรอยสักรูปพยัคฆ์สีแดงเพลิงก็เริ่มเปล่งแสงสีแดงออกมา รอยสักบนแขนของเขามันขยับไหวราวกับมีชีวิตจริง!

"นี่คือ 'อัคนี' สหายเก่าของข้า" มาสเตอร์ หยางกล่าว "และหญิงสาวผมสีม่วงผู้นั้น คือ ​'วายุคณา' ผู้ที่สามารถควบคุมกระแสลมได้ดั่งใจ"

วายุขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากทั้งสองคน โดยเฉพาะอัคนี เขาสามารถรับรู้ได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของอัคนี ราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่ใกล้กับภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุ

"กระแสลม? ควบคุมกระแสลม?" วายุพึมพำกับตัวเอง ​ภาพของกระแสลมปั่นป่วนที่เขาเคยเห็นในอดีตผุดขึ้นมาในหัว

"ใช่... พยัคฆ์" มาสเตอร์ หยางกล่าว "พลังของพวกเขาทั้งสองนั้นร้ายกาจยิ่งนัก พวกเขาได้สังหารนักสู้มานับไม่ถ้วนแล้ว"

ทันใดนั้นเอง กลุ่มควันสีเทาเข้มที่เคยหนาทึบก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่าง รูปร่างที่คล้ายกับสัตว์ร้ายหลายชนิดที่กำลังคำรามและเคลื่อนไหวอย่างน่ากลัว

"นั่นคือ 'เงาอสูร' ของคลับเงา" มาสเตอร์ หยางอธิบาย "พวกมันคือสิ่งที่เกิดจากพลังงานด้านลบที่ถูกรวมตัวกัน และถูกควบคุมโดยอัคนีกับวายุคณา"

วายุจ้องมองเงาอสูรเหล่านั้นด้วยสายตาที่เฉียบคม เขาเห็นถึงความว่องไวและความแข็งแกร่งที่แฝงอยู่ในทุกการเคลื่อนไหวของพวกมัน

"แล้วท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มาสเตอร์?" วายุถาม พยายามหาจังหวะหลบเลี่ยงการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น

"ข้ามาเพื่อเตือนเจ้า... และเพื่อมอบสิ่งนี้ให้เจ้า" มาสเตอร์ หยางกล่าว พร้อมกับยื่นวัตถุบางอย่างให้กับวายุ

มันคือสร้อยคอที่ทำจากหินสีดำขลับ มีสัญลักษณ์รูปพยัคฆ์สีขาวสลักอยู่ตรงกลาง เมื่อวายุรับมันมา เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ไหลเวียนเข้ามาในร่างกาย ราวกับว่ามันกำลังชาร์จพลังชีวิตของเขาให้เต็มเปี่ยม

"นี่คือ 'หินพยัคฆ์' ของข้า" มาสเตอร์ หยางกล่าว "มันจะช่วยเสริมพลังให้กับเจ้า และปกป้องเจ้าจากพลังงานด้านลบ"

"หินพยัคฆ์?" วายุทวนคำ เขารู้สึกได้ถึงความอุ่นภายในสร้อยคอ มันปลุกสัญชาตญาณบางอย่างของเขาให้ตื่นตัว

"ใช่... พยัคฆ์" มาสเตอร์ หยางกล่าว "จงใช้มันให้เป็นประโยชน์"

ขณะที่วายุรับสร้อยคอมา อัคนีก็ไม่รอช้า เขากระโจนเข้าใส่วายุอย่างรวดเร็ว แขนที่เต็มไปด้วยรอยสักรูปพยัคฆ์สีแดงเพลิงเหวี่ยงเข้าใส่ด้วยความแรงที่น่าสะพรึงกลัว

"รับไปซะ! พยัคฆ์!" อัคนีตะโกนเสียงดัง

วายุตั้งท่ารับ เขาเห็นถึงเปลวเพลิงสีแดงที่ลุกโชนอยู่รอบๆ หมัดของอัคนี เขาตัดสินใจใช้ความคล่องแคล่วของตนเองในการหลบหลีก

"วูบ!"

วายุหมุนตัวหลบการโจมตีของอัคนีไปได้อย่างหวุดหวิด หมัดของอัคนีพลาดเป้าไปโดนพื้นคอนกรีต ทำให้เกิดรอยร้าวลึกและมีเปลวเพลิงปะทุขึ้นมาเล็กน้อย

"ไม่เลว!" อัคนีเย้ยหยัน "แต่เจ้าจะหลบได้นานแค่ไหน!"

ทันใดนั้นเอง วายุคณาก็ชูมือขึ้นเหนือศีรษะ ลมหมุนวนเริ่มก่อตัวขึ้นรอบตัวเธอ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่วายุเป็นกระแสลมที่รุนแรงราวกับพายุ

"กรีดร้องไปซะ พยัคฆ์!" เสียงของวายุคณาแหลมเล็กแฝงไปด้วยอำนาจ

วายุเห็นถึงกระแสลมที่กำลังพุ่งเข้ามา เขารู้ว่าถ้าเขาโดนกระแสลมนั้นเข้า เขาอาจจะกระเด็นไปไกล หรืออาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัส

"หึ... อย่าดูถูกข้าไปหน่อยเลย" วายุยิ้มมุมปาก เขายกมือขึ้นข้างหนึ่ง เปิดใช้งานพลัง 'คลื่นพยัคฆ์' ของเขา

"ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!"

คลื่นพลังสีทองที่มองเห็นเป็นรูปพยัคฆ์สามตัว พุ่งออกไปปะทะกับกระแสลมของวายุคณา เกิดเป็นแรงปะทะที่รุนแรงจนพื้นคอนกรีตสั่นสะเทือน

"อึ๊บ!" วายุคณาทำหน้าตกใจเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าวายุจะสามารถต้านทานพลังของเธอได้

"พลังของเจ้า... มาจากไหนกัน!" อัคนีตะโกนถาม พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดวายุอีกครั้ง

"มาจากในตัวข้านี่แหละ!" วายุตอบ พร้อมกับพุ่งเข้าปะทะกับอัคนี

การต่อสู้ดุเดือดขึ้นทันที อัคนีโจมตีด้วยหมัดที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิง ขณะที่วายุใช้ฝีเท้าที่รวดเร็วและหมัดที่หนักหน่วงในการตอบโต้

"ฟุ่บ! ฟุ่บ!"

วายุหลบหลีกหมัดของอัคนีอย่างฉิวเฉียด เขาเห็นถึงประกายไฟที่เกิดจากการเสียดสีของหมัดอัคนีกับอากาศ

"นี่แหละ... การต่อสู้ที่ข้าตามหา!" วายุตะโกนด้วยความสะใจ

ขณะเดียวกัน วายุคณาก็ไม่หยุดการโจมตี เธอปล่อยกระแสลมที่พุ่งตรงเข้าใส่วายุอย่างต่อเนื่อง ราวกับว่าเธอต้องการจะพัดให้วายุปลิวไปจากสนามประลอง

"ฮึ่ม..." วายุครางเบาๆ เมื่อเขาต้องใช้พลัง 'หมัดพายุ' ของเขาในการปัดป้องกระแสลมที่เข้ามา

"วู้วววว!"

หมัดของวายุพุ่งออกไปเป็นวงกว้าง สร้างแรงลมสวนกลับไปปะทะกับกระแสลมของวายุคณา ทำให้กระแสลมนั้นอ่อนกำลังลง

"เจ้ามันน่ารำคาญ!" วายุคณาเริ่มหงุดหงิด

"น่ารำคาญงั้นหรือ? ข้าว่าเจ้าต่างหากที่น่ารำคาญ" วายุตอบพร้อมกับหมุนตัวหลบหมัดที่กำลังจะโจมตีจากด้านหลังของอัคนี

"กรรรร!"

เสียงร้องของเงาอสูรกระหึ่มขึ้น อัคนีและวายุคณาได้สั่งให้เงาอสูรเข้าโจมตีวายุพร้อมกัน

เงาอสูรหลายสิบตัว พุ่งเข้าใส่จากทุกทิศทุกทาง ราวกับฝูงหมาป่าที่กำลังรุมทึ้งเหยื่อ

วายุรู้ว่าเขาไม่สามารถหลบหลีกเงาอสูรทั้งหมดได้ เขาจึงตัดสินใจใช้พลัง 'พยัคฆ์สิบสอง' ของเขา

"พริบตาเดียว!"

วายุหมุนตัวอย่างรวดเร็วราวกับพยัคฆ์ที่กำลังล่าเหยื่อ เขาปล่อยหมัดออกไปอย่างต่อเนื่อง แต่ละหมัดคือการโจมตีที่แม่นยำและรุนแรง

"ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ! ผัวะ!"

เงาอสูรหลายตัวถูกหมัดของวายุทะลวงเข้าใส่ ก่อนที่จะสลายกลายเป็นควันสีดำจางๆ

"ไม่น่าเชื่อ... เจ้าสามารถทำลายเงาอสูรได้ด้วยพลังของเจ้าเอง!" มาสเตอร์ หยางอุทานด้วยความประหลาดใจ

"แต่พลังของเจ้าก็ยังมีขีดจำกัดนะ พยัคฆ์" อัคนีกล่าว พร้อมกับรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์ "ลองรับการโจมตีนี้ดู!"

อัคนีรวบรวมพลังทั้งหมดของเขา พลังงานสีแดงเพลิงสว่างวาบไปทั่วร่างของเขา รอยสักรูปพยัคฆ์บนแขนของเขายิ่งลุกลามราวกับไฟที่กำลังเผาไหม้

"นี่คือ 'เพลิงพยัคฆ์' ของข้า!" อัคนีตะโกน พร้อมกับปล่อยหมัดที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานเข้าใส่วายุ

เปลวเพลิงที่ร้อนระอุราวกับจะหลอมละลายทุกสิ่งทุกอย่าง พุ่งเข้าใส่วายุด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัว

วายุเห็นถึงพลังอันมหาศาลที่พุ่งเข้ามา เขาตัดสินใจใช้ 'หินพยัคฆ์' ของเขา

"พลังจงมา!"

วายุยกมือขึ้น เปิดใช้งานพลังของหินพยัคฆ์ สร้อยคอที่คอของเขาส่องแสงสีทองอ่อนๆ พลังงานที่อบอุ่นไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของวายุ ทำให้เขารู้สึกถึงพละกำลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

"ครืนนน!"

วายุปล่อยหมัดออกไปพร้อมกับ 'คลื่นพยัคฆ์' ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม เพื่อปะทะกับ 'เพลิงพยัคฆ์' ของอัคนี

การปะทะกันของพลังทั้งสอง สร้างแรงระเบิดที่รุนแรงจนพื้นคอนกรีตแตกกระจาย เศษหินและฝุ่นคละคลุ้งไปทั่วลานประลอง

"ข้า... ข้าจะไม่อ่อนแออีกต่อไป!" วายุตะโกนลั่น

แต่ก่อนที่วายุจะได้พักหายใจ วายุคณาก็ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขาอย่างรวดเร็ว

"ตอนนี้... เป็นตาของข้าบ้าง!" วายุคณากล่าว พร้อมกับชูมือขึ้นเหนือศีรษะ

ลมหมุนวนที่รุนแรงกว่าเดิม ก่อตัวขึ้นรอบตัวเธอ ราวกับว่าพายุกำลังจะมาเยือน

"กรีดร้องไปซะ พยัคฆ์!"

วายุคณาปล่อยกระแสลมที่แหลมคมราวกับใบมีด พุ่งเข้าใส่ร่างของวายุอย่างไม่ปรานี

วายุที่กำลังเหนื่อยล้าจากการปะทะกับอัคนี ยังไม่มีเวลาตั้งตัวทัน

"ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!"

กระแสลมบาดลึกเข้าที่ไหล่และสีข้างของวายุ ทำให้เขาล้มลงไปกองกับพื้น

"อ๊าก!" วายุร้องด้วยความเจ็บปวด

"เป็นไงล่ะ พยัคฆ์? อ่อนแอเกินไปแล้ว!" อัคนีกล่าวอย่างเย้ยหยัน

วายุพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายของเขาหนักอึ้งราวกับจะถูกแรงโน้มถ่วงดึงลงไป

"อย่า... อย่าเพิ่งยอมแพ้... พยัคฆ์..." เสียงของมาสเตอร์ หยางแผ่วเบา

วายุเงยหน้าขึ้นมองอัคนีและวายุคณา ที่กำลังยิ้มอย่างผู้ชนะ

"ข้า... จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด!" วายุพยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่

เขายกมือขึ้นสัมผัสสร้อยคอ 'หินพยัคฆ์' ที่คอ พลังงานอันอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามา แต่ดูเหมือนจะไม่เพียงพอ

ทันใดนั้นเอง รอยร้าวบนพื้นคอนกรีตที่เคยปล่อยกลุ่มควันสีเทาเข้ม ก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นอีกครั้ง

"วูบ! วูบ! วูบ!"

กลุ่มควันสีเทาเข้ม พวยพุ่งออกมาอย่างรุนแรงกว่าเดิม คราวนี้มันไม่ได้ก่อตัวเป็นเงาอสูรธรรมดา แต่กลับกลายเป็นรูปร่างที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า... รูปร่างที่คล้ายกับพยัคฆ์ดำขนาดมหึมา!

"นี่มันอะไรกัน!" อัคนีอุทานด้วยความตกใจ

"พยัคฆ์ดำ... มันคือ 'เงาทมิฬ' ตัวจริง!" มาสเตอร์ หยางกล่าว ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

เงาทมิฬตัวนั้น ส่งเสียงคำรามที่น่ากลัว ราวกับจะสะกดทุกสรรพสิ่งให้หยุดนิ่ง ดวงตาของมันสีแดงก่ำราวกับถ่านเพลิง จ้องมองมาที่วายุ

"ข้า... คือพยัคฆ์..." เสียงทุ้มต่ำแฝงไปด้วยความอาฆาต ดังออกมาจากเงาทมิฬตัวนั้น

วายุที่นอนอยู่บนพื้น มองเห็นเงาทมิฬตัวนั้นด้วยสายตาที่เบิกกว้าง

"นั่น... คือศัตรูที่แท้จริงของข้า?"

เงาทมิฬค่อยๆ เดินเข้ามาหาวายุ ช้าๆ แต่มั่นคง ราวกับว่ามันกำลังเพลิดเพลินกับการทรมานเหยื่อ

"ดูเหมือนว่า... เจ้าจะเจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าที่คิดแล้วนะ พยัคฆ์" มาสเตอร์ หยางกล่าว

วายุพยายามขยับตัว แต่ร่างกายของเขาไม่อาจขยับได้ตามใจสั่ง เขาเหลือบมองสร้อยคอ 'หินพยัคฆ์' ของเขาอีกครั้ง

"ข้า... ต้องหาทางเอาชนะมันให้ได้!"

เงาทมิฬยืดตัวขึ้น ส่งเสียงคำรามอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงกว่าเดิม จนพื้นคอนกรีตสั่นสะเทือน

วายุได้แต่จ้องมองเงาทมิฬตัวนั้น ด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความกลัวและความมุ่งมั่น

เขาจะสามารถเอาชีวิตรอดจากการเผชิญหน้ากับเงาทมิฬตัวนี้ได้หรือไม่? พลังที่แท้จริงของ 'พยัคฆ์ลายสิบสอง' จะเพียงพอที่จะต่อกรกับความมืดมิดที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าหรือไม่? การต่อสู้ครั้งนี้... จะจบลงอย่างไร?

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง

เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!