กลุ่มควันสีเทาเข้มที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยร้าวบนพื้นคอนกรีตของลานประลองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ควันธรรมดา ดวงตาของวายุที่คมกริบราวกับเหยี่ยวสังเกตเห็นถึงความผิดปกติทันที มันไม่ใช่ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ แต่เป็นไอระเหยที่มีลักษณะเหนียวข้นผิดธรรมชาติ กลิ่นฉุนรุนแรงปะทะจมูก แม้จะสูดเข้าไปเพียงเล็กน้อยก็รู้สึกได้ถึงอาการแสบคอและระคายเคือง
“นี่มันอะไรกัน!” เสียงตะโกนของวายุเต็มไปด้วยความตระหนก เขาถอยหลังไปสองสามก้าว พยายามสูดอากาศบริสุทธิ์จากรอบกาย แต่หมอกพิษกลับแผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต มันปกคลุมพื้นที่ลานประลองจนมองเห็นกันได้เพียงระยะไม่กี่เมตร
“นี่คือกับดักของพวกมัน!” เสียงของ "เงา" ดังขึ้นจากลำโพงที่ซ่อนอยู่บนเสารั้วของลานประลอง ความโกรธเกรี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของวายุ
“แก!” วายุตะโกนกลับไป พลางยกมือขึ้นป้องปากและจมูก พยายามหายใจทางปากที่สั้นและตื้น
“มันไม่ใช่แค่กับดักธรรมดา พยัคฆ์” เสียงของ "เงา" ยังคงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยความเยาะเย้ย “มันคือสูตรพิเศษของพวกเรา ที่จะทำให้ศัตรูของข้า...อ่อนแอลง”
วายุรู้สึกถึงอาการวิงเวียนศีรษะที่เริ่มคืบคลานเข้ามา ร่างกายเริ่มไร้เรี่ยวแรง เขาพยายามทรงตัวยืนหยัด หันมองไปรอบตัว เขาเห็นร่างของนักฆ่าคนอื่น ๆ ที่ยังคงยืนต่อสู้กับหมอกพิษอย่างยากลำบาก บางคนทรุดตัวลงกับพื้น ไอค่อกแค่กอย่างทรมาน
“แกคิดจะกำจัดพวกเราด้วยวิธีสกปรกแบบนี้อย่างนั้นหรือ!” วายุคำราม เขาเคยเผชิญหน้ากับกับดักมาหลายรูปแบบ แต่ไม่เคยเจออะไรที่เลวร้ายและไร้มนุษยธรรมเท่านี้มาก่อน
“สกปรก? สำหรับข้า มันคือวิทยาศาสตร์ พยัคฆ์” เสียงของ "เงา" แฝงความพึงพอใจ “และตอนนี้...ถึงเวลาที่ข้าจะเดินหมากตัวต่อไป”
ทันใดนั้น พื้นคอนกรีตเบื้องหน้าวายุเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวเดิมขยายใหญ่ขึ้น และจากนั้น...ร่างของชายร่างกำยำ สวมชุดสีดำสนิทก็ทะลุขึ้นมา! เขาไม่มีเส้นผม ใบหน้าของเขามีรอยสักรูปกากบาทสีแดงสดประดับอยู่ ดวงตาของเขาส่องประกายสีอำพันราวกับสัตว์ร้าย
“นี่คือ ‘กากบาท’ นักฆ่าชั้นยอดของข้า” "เงา" แนะนำ “เขาถูกฝึกมาให้ทำงานในสภาวะแวดล้อมที่เป็นพิษ และที่สำคัญ...เขามีภูมิคุ้มกันต่อสารพิษเกือบทุกชนิด”
วายุขมวดคิ้วแน่น เขารู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งอยู่แล้วนั้นยากลำบากเพียงใด นี่เขาต้องมาสู้กับนักฆ่าในขณะที่ร่างกายกำลังอ่อนแอจากพิษ แถมคู่ต่อสู้ยังเป็นผู้ที่ได้เปรียบในสภาวะนี้อีก
“แกมันหน้าตัวเมีย!” วายุตะโกน เขาพยายามใช้กำลังเฮือกสุดท้ายในการทรงตัว
“หน้าตัวเมีย?” "เงา" หัวเราะหึๆ “ข้าแค่รู้จักใช้ทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ชัยชนะเท่านั้นแหละ พยัคฆ์”
"กากบาท" ไม่พูดอะไร เขาก้าวเข้าหา "วายุ" ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ แม้จะมีหมอกพิษหนาทึบ แต่การเคลื่อนไหวของเขากลับคล่องแคล่วราวกับเดินอยู่บนพื้นอากาศ
วายุยกแขนขึ้นป้องกันใบหน้า เขาเห็นลำแสงสีแดงแวบผ่านหมอกพิษ มันคือดาบโค้งที่ "กากบาท" ชักออกมาจากฝักที่คาดอยู่ที่เอว ปลายดาบคมกริบสะท้อนแสงอันริบหรี่
“แกร่งจริงนี่” วายุพึมพำกับตัวเอง แม้ร่างกายจะอ่อนแรง แต่สัญชาตญาณนักสู้ของเขายังคงทำงานอย่างเต็มที่ เขาหลบหลีกการโจมตีแรกของ "กากบาท" ไปได้อย่างหวุดหวิด แรงลมจากการฟาดฟันของดาบยังคงสร้างความปั่นป่วนในอากาศที่เต็มไปด้วยพิษ
“ฮ่าๆๆ” "กากบาท" หัวเราะเสียงดัง “อย่าคิดว่าจะหลบได้ตลอดไปนะ เจ้าเสือลาย!”
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดภายใต้หมอกพิษที่มองเห็นแทบทุกอย่าง "วายุ" อาศัยประสบการณ์และความคล่องแคล่วที่ยังคงเหลืออยู่ในการหลบหลีกการโจมตีอันดุดันของ "กากบาท" แต่เขาก็รู้ดีว่านี่เป็นเพียงการยื้อเวลา ร่างกายของเขากำลังอ่อนล้าลงเรื่อย ๆ
“แกจะรอจนกว่าข้าจะหมดแรงใช่ไหม?” วายุถาม เสียงแหบพร่า
“แน่นอน” "เงา" ตอบกลับมาอย่างเย็นชา “ข้าจะรอชมภาพที่เจ้าทรมานจนหมดลมหายใจ”
วายุสูดหายใจเข้าลึก ๆ แม้จะแสบคอ แต่เขาก็พยายามสูดอากาศให้ได้มากที่สุด เขาเห็น "กากบาท" ถือดาบเตรียมพุ่งเข้ามาอีกครั้ง เขาตัดสินใจแล้ว ว่าเขาจะไม่ยอมเป็นเหยื่อของกับดักนี้ง่าย ๆ
“ถ้าแกอยากให้ข้าตายนัก” วายุพึมพำ “ก็ลองดู!”
เขาใช้จังหวะที่ "กากบาท" พุ่งเข้ามา เขาไม่หลบ แต่กลับพุ่งเข้าปะทะ! เขาใช้ไหล่กระแทกเข้าที่แขนของ "กากบาท" อย่างแรง ทำให้การฟาดฟันของดาบพลาดเป้าไป
“บ้าไปแล้ว!” "กากบาท" อุทานด้วยความประหลาดใจ
วายุไม่รอช้า เขาใช้จังหวะที่ "กากบาท" เสียหลัก เขาใช้เท้าถีบเข้าที่หน้าท้องของ "กากบาท" อย่างแรง ส่งร่างของคู่ต่อสู้กระเด็นถอยหลังไปสองสามก้าว
“แกคิดว่าแค่นี้จะทำให้ข้าหยุดได้หรือ?” "กากบาท" หายใจหอบ แต่แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ไม่” วายุตอบ “แต่มันก็ทำให้แกเสียจังหวะ”
วายุรู้ดีว่านี่เป็นโอกาสเดียวของเขา เขาต้องทำอะไรสักอย่างที่เหนือความคาดหมายของ "เงา" และ "กากบาท" เขาหันไปมองรอบ ๆ ลานประลอง เขาเห็นตู้ควบคุมระบบไฟฟ้าที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
“แกจะทำอะไร?” "เงา" สังเกตเห็นความผิดปกติในสายตาของวายุ
“ก็แค่...หมากรุกเกมใหม่” วายุตอบ
เขาออกวิ่งไปยังทิศทางของตู้ควบคุมไฟฟ้าอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่ร่างกายจะทำได้ "กากบาท" พยายามเข้ามาขวาง แต่การเคลื่อนไหวของเขาเริ่มอืดอาดลง อาจเป็นเพราะพิษที่เริ่มส่งผลกระทบต่อร่างกายเขาบ้างแล้ว
วายุวิ่งไปถึงตู้ควบคุมไฟฟ้า เขาใช้มีดสั้นที่ซ่อนไว้ในรองเท้า ตัดสายไฟที่เชื่อมต่อกับประตูทางเข้าอย่างรวดเร็ว เขาหวังว่าการตัดกระแสไฟฟ้าอาจจะส่งผลต่อการทำงานของระบบปล่อยพิษ
“แกคิดว่าแกกำลังทำอะไรอยู่!” "เงา" ตะโกนด้วยความตื่นตระหนก
“ก็แค่...เพิ่มสีสันให้เกมไง” วายุตอบ เขาใช้เท้าถีบประตูตู้ควบคุมให้เปิดออก แล้วล้วงเข้าไปในนั้น
เขากำลังมองหาอะไรบางอย่างที่สามารถใช้เป็นอาวุธ หรือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์นี้ได้
“ไม่นะ!” "เงา" ตะโกนสุดเสียง
ทันใดนั้น...วายุคว้าเอาสายไฟเส้นหนึ่งออกมา แล้วใช้มันฟาดใส่ "กากบาท" อย่างแรง!
“โอ๊ย!” "กากบาท" ร้องเสียงหลง สายไฟนั้นดูเหมือนจะปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ที่สร้างความเจ็บปวดให้กับเขา
“พลังไฟฟ้าอ่อน ๆ นี่มัน...” "กากบาท" พึมพำ
วายุยิ้มมุมปาก “แกอาจจะมีภูมิคุ้มกันต่อสารพิษ แต่แกมีภูมิคุ้มกันต่อไฟฟ้าด้วยหรือเปล่าล่ะ?”
เขาใช้สายไฟฟาดใส่ "กากบาท" อีกครั้ง การโจมตีของเขาอาจไม่รุนแรงเท่าที่ควร เนื่องจากร่างกายของเขาก็อ่อนแรงลงเช่นกัน แต่การสร้างความสับสนและความเจ็บปวดให้กับคู่ต่อสู้ ก็เพียงพอที่จะทำให้เขามีโอกาส
“แกมัน...” "กากบาท" กำลังจะพุ่งเข้ามา แต่แล้ว...
เสียงระเบิดดังขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง!
ร่างของวายุถูกแรงระเบิดอัดกระเด็นไปติดกับกำแพง เขาหมดสติไปทันที
“พยัคฆ์!” เสียงของ "เงา" ดังมาอย่างสิ้นหวัง
เกิดอะไรขึ้น? ใครเป็นคนจุดชนวนระเบิด? และนี่คือจุดจบของวายุแล้วจริงหรือ?

เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก