กลุ่มควันสีเทาเข้มที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยร้าวบนพื้นคอนกรีตของลานประลองนั้น ไม่ใช่เพียงแค่ควันธรรมดา ดวงตาของวายุที่คมกริบราวกับเหยี่ยวสังเกตเห็นถึงความผิดปกติทันที มันไม่ใช่ควันที่เกิดจากการเผาไหม้ แต่เป็นกลุ่มไอเย็นจัดที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือพื้น คล้ายกับหมอกหนาทึบที่ค่อยๆ แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว
"นี่มันอะไรกัน!" เสียงตะโกนของอาคมดังขึ้น กองกำลังรักษาความปลอดภัยที่เหลืออยู่ต่างพากันถอยกรูดด้วยความตกใจ ใบหน้าของแต่ละคนซีดเผือดเมื่อเห็นหมอกสีเทาเริ่มกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว
วายุเองก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติอย่างฉับพลัน อากาศรอบตัวเขาเย็นยะเยือกขึ้นอย่างน่าประหลาด เย็นจนเส้นผมปลายจมูกเริ่มแข็งตัว เขาเงยหน้ามองเพดานของลานประลองที่อยู่สูงลิบลิ่ว พยายามหาต้นตอของความผิดปกตินี้ แต่ไม่มีวี่แววใดๆ
"มันไม่ใช่แค่หมอกธรรมดา!" วายุตะโกนเตือนพลางชักมีดสั้นคู่ใจออกมาเตรียมพร้อม "ระวังตัว!"
เพียงพริบตา หมอกสีเทาก็แผ่ปกคลุมลานประลองจนหมดสิ้น ทัศนวิสัยกลายเป็นศูนย์ ทุกสิ่งรอบตัวพร่าเลือนไปในพริบตา เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของเหล่าเจ้าหน้าที่ดังระงมปะปนไปกับเสียงสั่นเครือของอาคม
"พยัคฆ์! แกอยู่ไหน! ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย!" อาคมตะโกนถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"ฉันอยู่นี่!" วายุตอบกลับ พยายามรักษาความสงบ แม้ว่าภายในใจจะเริ่มรู้สึกถึงอันตรายที่มองไม่เห็น "อย่าขยับไปไหน! หมอกนี่มันอันตราย!"
เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในม่านหมอกสีเทาเหล่านั้น มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย มันเป็นเสียงกรอบแกรบของบางสิ่งที่แห้งแล้งราวกับใบไม้ที่กำลังจะแตกสลาย
พลัน! วายุรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาทางรูขุมขน ร่างกายของเขาเริ่มชา รู้สึกหนักอึ้งไปทั่วทุกอณู เขาไอโขลกๆ สัมผัสได้ถึงเสมหะเหนียวหนืดที่เกาะอยู่ภายในลำคอ
"ไม่นะ...นี่มัน..." วายุพึมพำกับตัวเอง ความรู้สึกเย็นจัดที่กำลังกัดกินร่างกายมันไม่ใช่แค่ความหนาวเย็นทั่วไป แต่มันคือความเย็นที่กำลังปลิดชีพ
"หมอกนี่มัน...มันกำลังดูดพลังชีวิตของพวกเรา!" เสียงของอาคมแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ชัดเจนว่าเขาก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
วายุพยายามใช้ประสาทสัมผัสที่เหลืออยู่ของเขา เขาได้ยินเสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของคนรอบข้างที่กำลังจะหยุดลง ภาพในหัวของเขากลับชัดเจนขึ้นอย่างน่าประหลาด เขามองเห็นเงาร่างที่บิดเบี้ยว เคลื่อนไหวไปมาอย่างเชื่องช้าภายในหมอกสีเทา รูปร่างของพวกมันเหมือนโครงกระดูกที่ปกคลุมด้วยหนังสัตว์ที่แห้งเหี่ยว
"อสูรกาย!" วายุอุทานออกมา เขาจำได้ถึงตำนานที่เคยได้ยินมาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ใต้โลก ที่เกิดจากคำสาปและพลังงานมรณะ
"อะไรนะ! อสูรกายอะไรกัน!" อาคมถามเสียงขาดห้วง
"พวกมันคือ...ผู้พิทักษ์...หรือ...ผู้ทำลาย...กันแน่!" วายุพูดอย่างยากลำบาก ลมหายใจของเขาติดขัด
วายุยกมือขึ้นควานหาผนังใกล้ๆ เขาต้องหาทางออกให้เร็วที่สุด ก่อนที่พลังชีวิตของเขาจะถูกดูดกลืนจนหมดสิ้น เขาขยับตัวอย่างระมัดระวัง พยายามหลีกเลี่ยงสัมผัสจากหมอกมรณะนี้
ทันใดนั้น มือของเขาก็สัมผัสเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่เย็นยะเยือกและมีลักษณะคล้ายเกล็ดปลาขนาดใหญ่ มันไม่ใช่ผนัง! มันคือสิ่งมีชีวิต!
วายุผงะถอยหลังทันที แม้จะมองไม่เห็น แต่เขาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากสิ่งนั้น
"พยัคฆ์! เกิดอะไรขึ้น!" อาคมตะโกนอีกครั้ง แต่เสียงของเขาฟังดูอ่อนแรงลงกว่าเดิมมาก
"มีบางอย่างอยู่ตรงหน้าฉัน!" วายุตอบกลับ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตึงเครียด "มันใหญ่มาก...และมันก็กำลังเคลื่อนไหว!"
วายุสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความตายที่รุนแรงยิ่งขึ้น หมอกสีเทายิ่งทวีความหนาทึบจนแทบจะไม่มีอากาศให้หายใจ เขาพยายามสูดอากาศเข้าปอดเท่าที่จะทำได้ แต่ยิ่งสูดเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังสูดเอาความตายเข้าไป
"ฉัน...ฉันรู้สึก...เหมือนจะ...หมดแรง..." เสียงของอาคมขาดหายไป
"อาคม! อาคม! ตอบฉันสิ!" วายุตะโกน แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ มีเพียงความเงียบอันน่าสะพรึงกลัวที่ปกคลุมไปทั่ว
วายุรู้ดีว่าเขาต้องรีบทำอะไรสักอย่างก่อนที่จะสายเกินไป เขาไม่รู้ว่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าเขาคืออะไร แต่เขารู้ว่ามันคือภัยคุกคามร้ายแรง เขาเงื้อมีดในมือ เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีที่อาจจะมาถึงได้ทุกเมื่อ
"ใครก็ตามที่ส่งพวกแกมา...จะต้องชดใช้!" วายุคำรามออกมา ดวงตาของเขาซึ่งยังคงมองเห็นได้เลือนลางในความมืดสลัวของหมอก จ้องเขม็งไปยังทิศทางที่เขาสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตปริศนา
เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนใต้พื้นคอนกรีต มันไม่ใช่แค่การสั่นสะเทือนธรรมดา แต่มันคือการเคลื่อนไหวของสิ่งที่มีน้ำหนักมหาศาล กำลังดันตัวขึ้นมาจากเบื้องล่าง
"ไม่นะ..." วายุพึมพำ เขาสัมผัสได้ถึงรอยร้าวบนพื้นคอนกรีตที่กำลังขยายตัวออกไปเรื่อยๆ แสงสีแดงสลัวๆ เริ่มลอดผ่านรอยร้าวนั้นออกมา
"พวกเขา...กำลังจะออกมา..."
ทันใดนั้น! พื้นคอนกรีตเบื้องหน้าวายุระเบิดออก! เศษหินคอนกรีตแตกกระจายไปทั่ว ร่างมหึมาสีดำทะมึนพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว มันคืออสูรกายที่มีรูปร่างคล้ายแมลงยักษ์ มีเกล็ดสีดำมันวาวปกคลุมทั่วทั้งตัว ดวงตาหลายดวงของมันเรืองแสงสีแดงก่ำ ส่องประกายออกมาจากท่ามกลางหมอกมรณะ
วายุเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ร่างของมันสูงใหญ่กว่าตึกระฟ้าหลายชั้น บัดนี้มันได้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขาอย่างเต็มตา
"นี่แหละ...คือความจริงที่ซ่อนอยู่..." วายุพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
อสูรกายยักษ์กางกรงเล็บแหลมคมของมันออก ส่งเสียงร้องคำรามที่ราวกับจะทำให้พื้นโลกสั่นสะเทือน หมอกสีเทาเริ่มจางหายไป เผยให้เห็นถึงภาพอันน่าสะพรึงกลัวเบื้องหน้า
"ข้า...คือ...ผู้ที่เคยถูก...กลืนกิน..." เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกลองศึกดังขึ้นมาจากปากของอสูรกายยักษ์ มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากลำคอ แต่เป็นเสียงที่ดังสะท้อนมาจากภายในตัวของมันเอง
วายุยืนนิ่งราวกับถูกสาป เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี การต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตระดับนี้มันเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
"ข้า...จะ...ทวงคืน...สิ่งที่...สูญเสียไป..." อสูรกายยักษ์ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ ส่งกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพที่ตายไปนานแล้วโชยออกมา
วายุรู้ดีว่านี่คือจุดแตกหัก เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องสู้! เขาเงื้อมีดในมืออีกครั้ง ดวงตาของเขาฉายแววเด็ดเดี่ยว
"ถ้าอย่างนั้น...ก็มาดูกัน!" วายุตะโกนกลับ พร้อมที่จะเข้าปะทะกับอสูรกายยักษ์ตนนี้
การต่อสู้สุดชีวิตครั้งใหม่ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ภายใต้ซากปรักหักพังของลานประลองที่เคยสง่างาม...

เงาทมิฬ...พยัคฆ์ลายสิบสอง
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก