ตอนที่ 21 — ดาบศักดิ์สิทธิ์ ปลดปล่อยพลังเทพ
และเรื่องย่อสำหรับนิยายแนว พระเอกเทพ จำนวน 30 ตอน ตามที่คุณต้องการครับ · 30 ตอน
ภาพสะท้อนในบึงมรณะยังคงหลอกหลอนนที ราวกับเป็นกระจกเงาที่สะท้อนความจริงอันเจ็บปวดที่เขาพยายามจะลืมเลือน เศษเสี้ยวความทรงจำที่ผุดขึ้นมานั้น ช่างเจ็บปวดราวกับหนามแหลมที่ทิ่มแทงเข้าสู่จิตใจ ภาพใบหน้าของใครบางคน... หญิงสาวที่เขาไม่คุ้นเคย แต่กลับรู้สึกผูกพันอย่างน่าประหลาด เสียงกระซิบแผ่วเบาที่พร่ำบอกถึงความผิดบาปและความสูญเสียดังวนเวียนอยู่ในหูของเขา
“นี่มันอะไรกันแน่” นทีพึมพำกับตัวเอง มือข้างหนึ่งยกขึ้นสัมผัสใบหน้าของตนเอง สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบของผิวหนัง ราวกับว่าเลือดในกายได้กลายเป็นน้ำแข็ง “ทำไมข้าถึงรู้สึกแบบนี้”
เขาพยายามสะบัดศีรษะไล่ความคิดที่ตีรวน แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ ภาพเหล่านั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้น ความทรงจำที่ถูกผนึกไว้กำลังจะถูกปลดปล่อยออกมาทีละน้อย พร้อมๆ กับพลังที่เริ่มปะทุขึ้นภายในกายของเขา
ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นมาจากด้านหลัง บ่งบอกถึงการมาถึงของใครบางคน นทีหันกลับไปมองด้วยความระแวดระวัง
“เจ้ายังไม่ไปอีกรึ นที” เสียงทุ้มลึกของอาจารย์ชราดังขึ้น ดวงตาของท่านสุกสกาวภายใต้คิ้วสีขาวโพลน “ข้าเห็นว่าเจ้ามาที่นี่นานแล้ว”
นทีถอนหายใจเบาๆ “ข้า… ข้าแค่กำลังหาคำตอบบางอย่างอยู่ครับอาจารย์”
อาจารย์ชราเดินเข้ามาใกล้ ยืนเคียงข้างนที มองดูภาพสะท้อนในบึงมรณะด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “บางครั้ง คำตอบที่เจ้าตามหาก็อยู่ใกล้กว่าที่เจ้าคิดเสียอีก” ท่านกล่าวพลางผายมือไปยังม่านหมอกที่ปกคลุมอยู่ “แต่ก็บางครั้ง คำตอบนั้นก็ซ่อนเร้นอยู่ในความมืดมิด ที่เจ้าไม่อยากเผชิญหน้า”
นทีเงยหน้ามองอาจารย์ชรา “ท่านหมายความว่าอย่างไรครับ”
“ความทรงจำที่เจ้าเห็น… มันคือส่วนหนึ่งของเจ้า นที” อาจารย์ชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “มันคือสิ่งที่เจ้าพยายามจะหลีกหนีมาตลอด”
คำพูดของอาจารย์ชราเหมือนน้ำเย็นที่สาดลงมาใส่ใบหน้าของนที เขาไม่เคยคิดเลยว่าภาพเหล่านั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของตัวเขาเอง “แต่… ข้าไม่เข้าใจ”
“ความจริงบางครั้งก็เจ็บปวดเกินกว่าที่เราจะยอมรับ” อาจารย์ชรากล่าว “แต่การยอมรับมัน คือก้าวแรกสู่การปลดปล่อย”
ทันใดนั้นเอง เสียงร้องโหยหวนอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นมาจากเบื้องลึกของหุบเขา พร้อมกับพื้นดินที่สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“เกิดอะไรขึ้น!” นทีอุทานด้วยความตกใจ
“มารร้าย… มันกำลังตื่นขึ้น” อาจารย์ชรากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “พลังของมันกำลังแผ่ขยายไปทั่วทั้งหุบเขา”
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะฉีกกระชากผืนฟ้าให้ขาดสะบั้น ฝุ่นควันและเศษหินดินร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ บึงมรณะที่เคยนิ่งสงบก็พลันปั่นป่วน คลื่นน้ำสีดำซัดสาดเข้าสู่ฝั่งอย่างบ้าคลั่ง
“เราต้องไป!” อาจารย์ชราคว้าแขนนที “หากปล่อยให้มารร้ายตนนี้สำแดงฤทธิ์เดชเต็มที่ เกรงว่าหายนะจะมาเยือนมิใช่เพียงแค่หุบเขานี้… แต่จะลามไปถึงเมืองหลวงด้วย!”
นทีไม่รอช้า รีบพยักหน้า เขาเองก็สัมผัสได้ถึงพลังอันชั่วร้ายที่กำลังคืบคลานเข้ามา มันไม่ใช่พลังแบบที่เขาเคยเจอมาก่อน แต่เป็นพลังที่ทั้งมืดมิดและแฝงด้วยความอาฆาตแค้นที่ยากจะหยั่งถึง
ทั้งสองรีบวิ่งออกจากบริเวณบึงมรณะ มุ่งหน้าไปยังใจกลางของหุบเขา ที่ซึ่งเสียงร้องโหยหวนดังมาจากที่นั่น เมื่อพวกเขาไปถึง ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้นทีแทบจะยืนไม่ไหว
ใจกลางหุบเขาที่เคยเป็นลานกว้าง บัดนี้กลับกลายเป็นหลุมยุบขนาดมหึมา ลึกลงไปมองไม่เห็นก้นบึ้ง จากภายในหลุมนั้น มีกลุ่มควันสีดำทะมึนพวยพุ่งออกมาอย่างไม่ขาดสาย พร้อมกับแสงสีแดงฉานที่ริบหรี่ราวกับดวงตาของสัตว์ร้ายกำลังจ้องมอง
“นั่นมัน… อสูรแห่งความมืด…” อาจารย์ชราพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “ตำนานที่เล่าขานกันมา… ว่ามันถูกผนึกไว้ที่นี่ตั้งแต่ครั้งโบราณกาล”
“แต่… ทำไมมันถึงตื่นขึ้นตอนนี้” นทีถามด้วยความสงสัย
“พลังของมนุษย์ เทพ และมาร… กำลังเกิดความปั่นป่วนในโลก” อาจารย์ชราอธิบาย “เส้นแบ่งที่เคยชัดเจน บัดนี้เลือนรางลงทุกที เป็นการเปิดช่องให้สิ่งชั่วร้ายสามารถหลุดรอดออกมาได้”
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกัน แสงสีแดงฉานจากหลุมยุบก็สว่างวาบขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนที่ร่างมหึมาสีดำทะมึนจะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากเงามืด ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำสนิทที่แหลมคม ดวงตาแดงก่ำทั้งสองข้างฉายประกายแห่งความอำมหิต ปากของมันอ้ากว้าง เผยให้เห็นฟันแหลมคมเรียงรายนับไม่ถ้วน
“อ๊ากกกกก!” เสียงคำรามของอสูรแห่งความมืดดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง
“ข้า… ข้าต้องหยุดมัน!” นทีกล่าวด้วยความมุ่งมั่น
“เจ้าคนเดียว… จะทำได้อย่างไร!” อาจารย์ชราห้ามปราม “พลังของมันนั้นมหาศาลเกินกว่าที่เจ้าจะรับมือไหว”
“แต่ข้า… ข้าไม่สามารถปล่อยให้มันไปทำลายผู้บริสุทธิ์ได้!” นทีกล่าว ดวงตาของเขาทอประกายแห่งความเด็ดเดี่ยว “ข้าจะสู้!”
ทันใดนั้นเอง อสูรแห่งความมืดก็พ่นลำแสงสีดำออกมาจากปาก ลำแสงนั้นพุ่งตรงมายังที่ที่นทียืนอยู่
“นที!” อาจารย์ชราตะโกน
แต่นทีไม่ได้หลบหนี เขาเพียงหลับตาลงชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในกาย
“ดาบแห่งแสง… จงปรากฏ!”
สิ้นเสียงของนที ดาบยาวสีเงินยวงก็ลอยออกมาจากฝักที่เอวของเขา แสงสีทองอันเจิดจรัสสาดส่องออกมาจากตัวดาบ ปะทะเข้ากับลำแสงสีดำของอสูรแห่งความมืด
เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขา แรงอัดมหาศาลซัดร่างของนทีและอาจารย์ชราให้กระเด็นไปคนละทิศละทาง
เมื่อนทีลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาเห็นภาพที่น่าอัศจรรย์ใจ ดาบแห่งแสงได้ตัดผ่านลำแสงสีดำของอสูรแห่งความมืดได้อย่างง่ายดาย ก่อนที่แสงสีทองจะแผ่ขยายออกไป ทำให้ร่างของอสูรแห่งความมืดสั่นสะท้าน
“เป็นไปได้อย่างไร…” อาจารย์ชราอุทานด้วยความตกตะลึง
นทีเองก็รู้สึกประหลาดใจไม่แพ้กัน เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าดาบเล่มนี้จะมีพลังมากถึงเพียงนี้
“นี่คือ… พลังที่แท้จริงของข้าหรือ” นทีพึมพำกับตัวเอง
อสูรแห่งความมืดคำรามด้วยความโกรธแค้น มันไม่เคยพบเจอสิ่งใดที่สามารถต่อกรกับพลังของมันได้เช่นนี้
“เจ้า… มนุษย์กระจอก!” อสูรแห่งความมืดคำราม “เจ้าจะไม่มีวันหยุดยั้งข้าได้!”
ร่างของอสูรแห่งความมืดเริ่มสลายกลายเป็นเงามืด แล้วหายไปในอากาศ เหลือไว้เพียงเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในหุบเขา
นทีทรุดตัวลงคุกเข่า หอบหายใจอย่างหนัก ดาบแห่งแสงยังคงส่องประกายอยู่ในมือของเขา แสงนั้นอบอุ่น และให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด
“เจ้าทำได้… นที” อาจารย์ชราเดินเข้ามาหา “เจ้าสามารถขับไล่อสูรแห่งความมืดไปได้”
นทีเงยหน้ามองอาจารย์ชรา “แต่… มันยังไม่ตายใช่ไหมครับ”
“ยัง… แต่มันอ่อนแอลงไปมาก” อาจารย์ชรากล่าว “และเมื่อมันกลับไปอีกครั้ง พลังของมันจะน้อยกว่าเดิม”
“เราจะต้องตามหาทางผนึกมันให้ได้” นทีกล่าวด้วยความมุ่งมั่น
“ใช่… แต่มันไม่ใช่เรื่องง่าย” อาจารย์ชรากล่าว “เส้นทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และเต็มไปด้วยอันตราย”
ขณะนั้นเอง นทีก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผุดขึ้นมาในใจ ความทรงจำที่ถูกผนึกไว้กำลังค่อยๆ คลายออกทีละน้อย เขาเห็นภาพใบหน้าของหญิงสาวคนเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้ชัดเจนขึ้น… หญิงสาวผมสีเงินยวง นัยน์ตาสีม่วงราวกับอัญมณี เธอยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
“นที… เจ้าต้องเข้มแข็งนะ” เสียงของหญิงสาวดังขึ้นในโสตประสาทของเขา
“นั่น… ใครกัน…” นทีถามด้วยความสงสัย
“นั่นคือ… ความทรงจำที่เจ้าต้องค้นหา” อาจารย์ชรากล่าว “และอาจจะเป็นเบาะแสสำคัญที่จะนำพาไปสู่การผนึกอสูรแห่งความมืด”
นทีเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้น เขาตระหนักดีว่าการเดินทางของเขาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่รอให้เขาค้นพบ และอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาต้องเผชิญหน้า
“ข้าพร้อมแล้ว” นทีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร ข้าจะสู้!”
แสงอรุณเริ่มสาดส่องเข้ามาในหุบเขา ทาบทาด้วยสีทองอ่อนๆ บ่งบอกถึงการเริ่มต้นของวันใหม่ แต่สำหรับนที การเดินทางของเขาเพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น พลังที่เขาเพิ่งค้นพบ และความทรงจำที่เริ่มปรากฏขึ้น จะนำพาเขาไปสู่เส้นทางใด… และเขาจะสามารถค้นหาความจริงทั้งหมดได้หรือไม่…
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก