ตอนที่ 1 — แสงสุดท้าย ณ นครแห่งดาว

ตอนที่ 1 — แสงสุดท้าย ณ นครแห่งดาว

พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว · 30 ตอน

ลมหนาวเหน็บราวกับจะผ่ากลางร่าง สาดกระหน่ำเข้าใส่ใบหน้าคมสันของ ‘เมษ’ ร่างของเขาถูกผลักกระเด็นไปตามแรงปะทะของเกล็ดน้ำแข็งที่คมกริบราวกับใบมีด แต่ดวงตาสีรัตติกาลของเขายังคงแน่วแน่ จ้องมองไปยังทิศทางเดียวเบื้องหน้า ภายใต้ฟ้าสีเลือดที่กำลังจะลาลับ

ดาวเคราะห์ ‘อาร์คาเนีย’ ‌ไม่ได้เป็นเพียงแค่ดาวเคราะห์อีกต่อไป มันกลายเป็นเพียงเศษซากของความรุ่งโรจน์ในอดีต พลเมืองอาร์คาเนีย นักรบแห่งจักรวาลที่เคยเกรียงไกร บัดนี้กำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายเพื่อเอาชีวิตรอดจากมหันตภัยที่คืบคลานเข้ามา แสงอาทิตย์ที่เคยสาดส่องหล่อเลี้ยงชีวิต บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นเพลิงสีโลหิตที่กำลังจะดับมอด ท้องฟ้าที่เคยเต็มไปด้วยหมู่ดาวอันพร่างพราว ​บัดนี้เหลือเพียงเงามืดที่กลืนกินทุกสิ่ง

เมษยืนอยู่ท่ามกลางสมรภูมิที่กำลังจะแตกสลาย เขาคือหนึ่งในนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งเผ่าพันธุ์อาร์คาเนีย ผู้ถูกขนานนามว่า ‘ผู้กุมชะตากรรม’ ด้วยพลังอันไร้ขอบเขตที่สถิตในกาย พลังที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน พลังที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้แบกรับความหวังสุดท้ายของเผ่าพันธุ์

“ท่านเมษ! อย่าเข้าไปเลยขอรับ! ‍ที่นั่นอันตรายเกินไป!” เสียงตะโกนของ ‘ไค’ สหายร่วมรบผู้ภักดีดังขึ้นมาท่ามกลางเสียงพายุ เขาพุ่งเข้ามาประคองร่างของเมษที่กำลังเซถลา

เมษปัดมือของไคออกอย่างแผ่วเบา “ข้าต้องไป ไค นี่คือโอกาสสุดท้ายของเรา”

“แต่…แต่ว่า!” ‌ไคพยายามจะทักท้วง แต่ก็ทำได้เพียงมองตามร่างของเมษที่ก้าวเดินไปอย่างเด็ดเดี่ยว

‘นครแห่งดาว’ คือชื่อเรียกของสถานที่ที่เมษกำลังมุ่งหน้าไป มันคือศูนย์กลางแห่งอาร์คาเนีย ที่ตั้งของ ‘แก่นดาว’ แหล่งพลังงานสุดท้ายที่จะสามารถยื้อชีวิตของดาวเคราะห์ดวงนี้ไว้ได้ แต่เส้นทางสู่แก่นดาวนั้นเต็มไปด้วยอันตราย ‍มหันตภัยจากธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ และสิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น คือ ‘เงามายา’ เหล่าอสูรกายจากห้วงมิติอื่นที่หลั่งไหลเข้ามาเพื่อช่วงชิงแก่นดาวไป

เมษก้าวผ่านสมรภูมิที่เต็มไปด้วยซากยานรบที่แตกหัก เศษซากของอาคารสูงที่เคยสง่างาม บัดนี้เหลือเพียงโครงกระดูกอันน่าเวทนา ผู้คนอาร์คาเนียที่บาดเจ็บล้มตาย ​นอนกองอยู่ตามพื้น ผสมปนเปไปกับเลือดที่หลั่งริน

“ทั้งหมด…ต้องจบลงที่นี่” เมษพึมพำกับตัวเอง สายตาของเขาทอประกายความมุ่งมั่นที่มิอาจสั่นคลอน

เขาก้าวเข้าสู่เขตอันตรายยิ่งขึ้น เกล็ดน้ำแข็งเริ่มหนาแน่นขึ้นจนกลายเป็นกำแพงสูงเสียดฟ้า ลมพายุก็โหมกระหน่ำจนแทบมองไม่เห็นหนทาง ทว่า เมษกลับเคลื่อนไหวราวกับปีกผีเสื้อ ​ลัดเลาะผ่านพายุได้อย่างง่ายดาย พลังที่สถิตในกายของเขาแผ่รัศมีออกมา ขับไล่ความหนาวเหน็บและความมืดมิดให้ล่าถอยไป

พลัน! เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นมาจากเบื้องหน้า ร่างมหึมาสีดำทะมึนปรากฏขึ้นจากม่านหมอก ร่างกายของมันปกคลุมไปด้วยเกล็ดหินที่แข็งแกร่ง ดวงตาเป็นสีแดงฉานส่องประกายด้วยความกระหายเลือด

“เงามายา…?” เมษเอ่ยขึ้น ​เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง แม้จะเผชิญหน้ากับศัตรูที่น่ากลัวเพียงนี้

เงามายาตัวนั้นไม่รอช้า มันพุ่งเข้าใส่เมษด้วยความเร็วสูง กรงเล็บอันแหลมคมของมันฟาดฟันลงมาหมายจะฉีกร่างของเมษให้ขาดเป็นชิ้นๆ

แต่เมษไม่หลบเลี่ยง เขากลับยกมือขึ้น ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองเจิดจ้า พลังงานสีขาวบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือ สกัดกั้นกรงเล็บของเงามายาไว้ได้อย่างง่ายดาย

“เจ้า…ไม่อาจทำอันตรายข้าได้” เมษกล่าวเสียงเรียบ

เงามายาตัวนั้นผงะถอยด้วยความตกตะลึง มันไม่เคยพบเจอกับมนุษย์ที่สามารถต้านทานพลังของมันได้เช่นนี้

เมษก้าวเดินเข้าหาอย่างช้าๆ เขายกมือขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ ปลายนิ้วของเขาเรืองแสงเป็นสีรุ้ง พลังงานอันบริสุทธิ์ที่สถิตในปลายนิ้วของเขาก็รวมตัวเป็นลำแสงสีทองพุ่งเข้าใส่เงามายา

แสงนั้นสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ย่อมๆ มันสาดส่องไปทั่วร่างของเงามายา ร่างของมันเริ่มสั่นสะท้าน ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นฝุ่นผงและสลายไปในอากาศ

“อีกเพียงนิดเดียว…” เมษกล่าวพลางมองไปยังทิศทางที่เงามายาเคยยืนอยู่

เขาเดินหน้าต่อไป ครานี้เส้นทางก็เริ่มยากลำบากยิ่งขึ้น ปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้นรอบตัวเขา แสงจากดาวที่กำลังจะดับสั่นไหวราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พลังงานมหาศาลหมุนวนรอบตัวเขา ก่อให้เกิดสนามพลังที่มองไม่เห็น

เมษสัมผัสได้ถึงพลังงานที่กำลังบิดเบือน เขารู้ดีว่านี่คือสัญญาณของการล่มสลาย ที่กำลังจะมาถึง

“ข้าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น” เมษย้ำคำเดิม

เขามาถึงหน้าประตูทางเข้า ‘นครแห่งดาว’ ประตูที่แกะสลักอย่างงดงามด้วยลวดลายแห่งดวงดาว บัดนี้กลับแตกร้าว บิดเบี้ยว ราวกับจะถูกพลังงานมหาศาลบีบคั้น

ก่อนที่เมษจะก้าวผ่านประตูเข้าไป เสียงกระซิบอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นในหัวของเขา

“เจ้า…ไม่อาจหยุดยั้งการล่มสลายได้…เมษ”

เมษหยุดชะงัก เขารู้ว่าเสียงนี้ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่มันมาจากสิ่งที่มีอำนาจเหนือกว่า

“ใคร…?” เมษเอ่ยถาม

“ข้าคือ ‘เงาจักรวาล’ ผู้เฝ้ามองการเกิดและการดับสูญ…ของทุกสิ่ง” เสียงกระซิบนั้นดังขึ้นอีกครั้ง “และเจ้า…ก็เป็นเพียงจุดเล็กๆ ในกระแสธารแห่งกาลเวลา”

“ข้าไม่เชื่อ!” เมษตะโกนกลับ “ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะไม่ยอมให้ทุกสิ่งสูญสลายไป!”

“ความพยายามของเจ้า…ไร้ประโยชน์” เงาจักรวาลหัวเราะเยาะ “ดวงดาวกำลังจะดับสูญ…จักรวาลกำลังจะถึงจุดจบ…นี่คือ…พรหมลิขิต”

เมษไม่สนใจคำพูดของเงาจักรวาล เขากระชับหมัดแน่น ดวงตาของเขาลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความมุ่งมั่น

“พรหมลิขิต…ข้าจะสร้างมันขึ้นมาเอง!”

เขาพุ่งทะลวงผ่านประตู ‘นครแห่งดาว’ เข้าไป ทันทีที่ก้าวเข้าไป โลกทั้งใบก็เปลี่ยนไป

เบื้องหน้าของเขาคือภาพที่น่าตะลึงงัน ‘นครแห่งดาว’ มิได้เป็นเพียงอาคารหรือสิ่งก่อสร้าง แต่มันคือมิติที่ถูกสร้างขึ้นจากพลังงานบริสุทธิ์ แสงดาวนับพันนับหมื่นดวงสถิตอยู่รอบตัวเขา ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่งดงามราวกับอยู่ในสรวงสวรรค์

แต่ท่ามกลางความงดงามนั้น กลับมีสิ่งที่น่าหวาดหวั่นซ่อนอยู่

ณ จุดศูนย์กลางของ ‘นครแห่งดาว’ คือ ‘แก่นดาว’ แหล่งพลังงานสุดท้ายที่กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง เปลวเพลิงสีทองที่เคยส่องสว่างเจิดจ้า บัดนี้กลับอ่อนแรงลงทุกขณะ

และตรงหน้าแก่นดาวนั้น… คือร่างของ ‘มหาเทพ’ ผู้ปกป้องอาร์คาเนีย ที่กำลังยืนต่อสู้กับ ‘เงามายา’ จำนวนมหาศาล

มหาเทพ…ดูอ่อนแรงลงทุกขณะ ร่างกายของท่านถูกปกคลุมไปด้วยบาดแผลมากมาย

“ท่านมหาเทพ!” เมษร้องเรียกด้วยความตกใจ

มหาเทพหันมามองเมษ ดวงตาของท่านเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า แต่ก็ยังมีประกายแห่งความหวัง

“เมษ…เจ้ามาแล้ว…” มหาเทพกล่าวเสียงแหบพร่า “เจ้า…คือความหวังสุดท้ายของเรา…”

“กระผม…จะทำทุกอย่าง…เพื่อปกป้องทุกสิ่ง!” เมษตอบรับด้วยความเด็ดเดี่ยว

“แต่…พลังของข้า…ใกล้จะหมดสิ้นแล้ว…” มหาเทพกล่าว “หากเจ้า…ต้องการจะช่วย…เจ้าต้อง…รวมพลังกับข้า…”

เมษพยักหน้า เขาก้าวเดินเข้าไปหา มหาเทพ และเงามายา

การต่อสู้ครั้งสุดท้าย…กำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ณ จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล…ที่กำลังจะดับสูญ

เรื่องราวของเมษ… ผู้ที่จะลิขิตชะตาแห่งดวงดาว…กำลังจะถูกจารึก…

[โปรดติดตามตอนต่อไป]

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!