พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

ตอนที่ 2 — เปลวเพลิงแห่งความหวัง ณ ปลายขอบฟ้า

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 954 คำ

ลมหนาวเหน็บราวกับจะผ่ากลางร่าง สาดกระหน่ำเข้าใส่ใบหน้าคมสันของ ‘เมษ’ ร่างของเขาถูกผลักกระเด็นไปตามแรงปะทะของเกล็ดน้ำแข็งที่คมกริบราวกับใบมีด แต่ดวงตาสีรัตติกาลของเขายังคงแน่วแน่ จ้องมองไปยังทิศทางเดียว

ดาวเคราะห์ "ซาร์กอส" ยามนี้มิได้มีสภาพเป็นดาวเคราะห์ที่เคยรุ่งเรืองอีกต่อไป ‌หิมะสีดำปกคลุมทุกอณูของพื้นดินที่เคยเป็นผืนแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ บัดนี้เหลือเพียงเศษซากปรักหักพังของอารยธรรมที่สาบสูญ ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีฟ้าสดใสถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกสีเทาหนาทึบ แสงอาทิตย์ที่เคยอบอุ่นได้เลือนหายไป เหลือเพียงแสงสลัวจากดาวเคราะห์ที่กำลังจะดับสูญ ที่สาดส่องลงมาเป็นเงาตะคุ่มราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง

เมษยืนหยัดท้าทายพายุหิมะได้อย่างมั่นคง ราวกับว่าเกล็ดน้ำแข็งเหล่านั้นเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน เขาไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันความหนาวใดๆ ​เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นเพียงชุดสีเข้มที่ดูเรียบง่าย แต่กลับสะท้อนถึงพลังอันไร้ขีดจำกัดที่แผ่ออกมาจากกายของเขา

"ยังอีกไกลนักสินะ" เสียงทุ้มต่ำของเมษดังขึ้น แฝงแววเหนื่อยล้า แต่กลับไม่มีความสิ้นหวังเจือปนอยู่เลย

เบื้องหน้าเขาคือภาพอันน่าสะพรึงกลัวของมหานครที่เคยยิ่งใหญ่ บัดนี้เหลือเพียงโครงสร้างที่บิดเบี้ยว ยอดแหลมของตึกระฟ้าที่เคยเสียดฟ้า บัดนี้กลับหักโค่นลงมา ‍ราวกับกระดูกสันหลังที่หักคร่ำคร่า เศษซากของยานอวกาศที่เคยโลดแล่นอยู่บนฟากฟ้า บัดนี้ถูกแช่แข็งอยู่ในธารน้ำแข็งสีดำ

การเดินทางของเมษบนดาวซาร์กอสนี้ ไม่ใช่การเดินทางเพื่อแสวงหาขุมทรัพย์ หรือค้นหาดินแดนใหม่ แต่เป็นการเดินทางเพื่อตามหา "หัวใจแห่งดวงดาว" อัญมณีศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกกล่าวขานว่ามีพลังในการชุบชีวิตดาวเคราะห์ที่กำลังจะดับสูญ ‌และเป็นความหวังเดียวของชาวซาร์กอสที่ยังคงหลงเหลืออยู่

"ข้าสัมผัสได้ถึงพลังที่อ่อนแรงลงทุกขณะ" เมษกล่าวกับตัวเอง พลังชีวิตของดาวเคราะห์ดวงนี้กำลังจะสิ้นสุดลงจริงๆ

ทันใดนั้นเอง เสียงก้องกังวานอันทรงพลังก็ดังขึ้นจากเบื้องหน้า เสียงนั้นมิใช่เสียงของมนุษย์ หากแต่เป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญา ที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของหิมะและน้ำแข็ง

"เจ้ามาถึงแล้ว... ผู้ที่ถูกลิขิต"

เมษเงยหน้าขึ้น ‍ดวงตาสีรัตติกาลกวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง เขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมาจากทิศทางหนึ่ง

"ใครอยู่ตรงนั้น?" เมษเอ่ยถาม เสียงของเขาดังก้องท้าทาย

เบื้องหน้าเขา ปรากฏร่างของสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีแสงสีฟ้าอ่อนส่องประกายออกมาจากทั่วร่าง ผิวหนังของเขาเป็นสีเงินยวง ​ราวกับสกัดมาจากดวงจันทร์ ดวงตาของเขาสีทองอร่าม ทอประกายแห่งปัญญาและความสงบนิ่ง

"ข้าคือ 'เอลาริออน' ผู้พิทักษ์แห่งซาร์กอส" เสียงทุ้มลึกของเอลาริออนดังขึ้น น้ำเสียงของเขาเปี่ยมไปด้วยความเมตตา แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อย ​"เจ้าคือเมษ ผู้ถูกเลือกจากดวงดาวนับพัน"

เมษก้าวเท้าไปข้างหน้าช้าๆ "ท่านคือผู้ที่เรียกข้ามา?"

"ใช่" เอลาริออนพยักหน้า "ดาวซาร์กอสของเรากำลังจะดับสูญ พลังงานที่หล่อเลี้ยงชีวิตกำลังจะหมดไป หากไม่มีสิ่งใดมาทดแทน มันก็จะกลายเป็นเพียงดาวเคราะห์ที่ว่างเปล่า"

"แล้วหัวใจแห่งดวงดาวเล่า?" ​เมษถาม พลางจ้องมองไปยังเอลาริออนด้วยความหวัง

"หัวใจแห่งดวงดาว... มันคือพลังที่แท้จริงของจักรวาล" เอลาริออนกล่าว "มันไม่ใช่เพียงอัญมณี แต่เป็นแหล่งพลังงานอันบริสุทธิ์ที่สามารถชุบชีวิตสิ่งมีชีวิตและดาวเคราะห์ได้ แต่พลังนั้นก็ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ผู้ใดจะควบคุมได้โดยง่าย"

"ข้าพร้อมที่จะรับผิดชอบ" เมษกล่าวอย่างหนักแน่น

"เจ้ารู้หรือไม่ว่าการครอบครองหัวใจแห่งดวงดาวนั้น จะนำมาซึ่งอำนาจมหาศาลเพียงใด?" เอลาริออนถาม ดวงตาสีทองของเขากวาดมองสำรวจเมษอย่างพิจารณา "อำนาจนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ แม้กระทั่งชะตากรรมของจักรวาล"

"ข้ารู้" เมษตอบ "แต่ข้าไม่ได้แสวงหาอำนาจ ข้าแสวงหาความสมดุลและความหวัง"

เอลาริออนยิ้มบางๆ "คำพูดของเจ้า... ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก แต่เจ้าต้องพิสูจน์ตัวเอง"

ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของเมษก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เกล็ดน้ำแข็งสีดำพุ่งกระจายขึ้นไปบนอากาศ พร้อมกับเสียงคำรามอันน่ากลัว

"อะไรกัน?" เมษอุทาน

"อุปสรรคชิ้นแรก" เอลาริออนกล่าว "เหล่า 'เงามายา' ผู้ปกป้องหัวใจแห่งดวงดาว พวกมันจะทดสอบความแข็งแกร่งและจิตใจของเจ้า"

จากเงามืดที่ก่อตัวขึ้นรอบๆ ร่างของเมษ ปรากฏร่างเงาสีดำทะมึนหลายร่าง มีดวงตาเป็นประกายสีแดงฉาน พวกมันพุ่งเข้าหาเมษอย่างรวดเร็ว

เมษไม่รอช้า เขากระโดดขึ้นกลางอากาศ กายของเขาเรืองแสงสีทองอ่อนๆ เขายกมือขึ้น ประสานฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน

"แสงแห่งจักรวาล จงส่องสว่าง!"

ลำแสงสีทองอันเจิดจ้าพุ่งออกจากฝ่ามือของเมษ สาดส่องเข้าใส่เหล่าเงามายา ร่างเงาเหล่านั้นกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พวกมันพยายามจะหลบเลี่ยง แต่แสงแห่งจักรวาลนั้นติดตามพวกมันไปทุกหนทุกแห่ง

เมษร่อนลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวล เขากวาดตามองเหล่าเงามายาที่กำลังสลายตัวไปกับแสง

"เพียงแค่นี้เองหรือ?" เมษถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความไม่เชื่อ

"นั่นเป็นเพียงการทดสอบขั้นต้น" เอลาริออนกล่าว "พวกมันเป็นเพียงเงาของอดีตที่ถูกสร้างขึ้นจากความสิ้นหวัง หากเจ้าสามารถทะลวงผ่านพวกมันมาได้ แสดงว่าเจ้ามีจิตใจที่เข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริง"

"แล้วความจริงที่แท้จริงเล่าคืออะไร?" เมษถาม

"ความจริงคือ... เจ้าไม่ได้มาที่นี่เพียงลำพัง" เอลาริออนตอบ นัยน์ตาสีทองของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเมษ "ในจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล... จะมีการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายเกิดขึ้น"

คำพูดของเอลาริออนทำให้เมษนิ่งไปชั่วขณะ เขารับรู้ได้ถึงความหมายที่ลึกซึ้งภายใต้คำพูดเหล่านั้น

"การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย..." เมษพึมพำ "กับใคร?"

"กับผู้ที่จะตัดสินชะตากรรมของทุกสรรพสิ่ง" เอลาริออนกล่าว "ผู้ที่ครอบครองพลังอำนาจสูงสุด"

ก่อนที่เมษจะได้เอ่ยถามอะไรไปมากกว่านี้ ท้องฟ้าสีเทาก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ราวกับถูกย้อมด้วยเลือดแห่งดวงดาว

"เวลาของข้าใกล้จะหมดลงแล้ว" เอลาริออนกล่าว "เจ้าต้องรีบเดินทางไปยังจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล ที่นั่นคือที่ที่หัวใจแห่งดวงดาวรอคอยเจ้าอยู่"

"แต่... ข้าจะไปที่นั่นได้อย่างไร?" เมษถาม

"เส้นทางนั้นถูกลิขิตไว้แล้ว" เอลาริออนกล่าว พร้อมกับชี้ไปยังทิศทางที่ไกลออกไป "จงตามหา 'ประตูแห่งดวงดาว' ที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลวเพลิงแห่งความหวัง"

เมษมองไปยังทิศทางที่เอลาริออนชี้ เขาเห็นแสงสว่างสีทองอ่อนๆ ส่องประกายออกมาจากท่ามกลางพายุหิมะที่กำลังโหมกระหน่ำ แสงนั้นดูอบอุ่นและทรงพลัง ราวกับจะเป็นความหวังสุดท้ายของดาวเคราะห์ดวงนี้

"เปลวเพลิงแห่งความหวัง..." เมษกล่าว

"จงไปเถิด เมษ" เอลาริออนกล่าว "ชะตากรรมของจักรวาลอยู่ในมือของเจ้าแล้ว"

ร่างของเอลาริออนค่อยๆ เลือนหายไปกับแสงสว่าง ทิ้งให้เมษยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความหนาวเหน็บและซากปรักหักพัง

เมษหันไปมองยังแสงสีทองที่ส่องประกายอย่างไม่ลดละ เขาตัดสินใจ ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น

"ไม่ว่าชะตากรรมจะเป็นเช่นไร ข้าจะเผชิญหน้ากับมัน"

เมื่อเมษก้าวเข้าไปใกล้แสงสว่างนั้นมากขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันอบอุ่นที่แผ่ออกมา พลังงานนั้นค่อยๆ ขับไล่ความหนาวเย็นออกไป และปลุกพลังที่หลับใหลอยู่ในกายของเขาให้ตื่นขึ้น

เบื้องหน้าของเมษ ปรากฏสิ่งที่คล้ายกับประตูที่สร้างขึ้นจากแสงสีทองอันเจิดจ้า ประตูนั้นหมุนวนราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่รอบตัว

"นี่คือประตูแห่งดวงดาวอย่างนั้นหรือ?" เมษพึมพำ

ทันใดนั้นเอง ร่างเงาสีดำทะมึนอีกกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้น พวกมันมีขนาดใหญ่กว่าเดิม และดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม ดวงตาของพวกมันเป็นสีแดงฉานที่ลุกโชนราวกับไฟนรก

"เจ้าจะไปที่นั่นไม่ได้!" เสียงคำรามอันน่ากลัวดังขึ้น

เมษเตรียมพร้อม เขาตั้งท่าอย่างมั่นคง กายของเขาแผ่รัศมีสีทองอันทรงพลังออกมา

"ข้าจะไป! ผู้ใดก็ตามที่ขวางทางข้า จะต้องพบกับจุดจบ!"

การต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ ใจกลางแห่งดาวเคราะห์ซาร์กอส ที่กำลังจะดับสูญ การเดินทางของเมษยังคงดำเนินต่อไป สู่จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล และการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายที่จะตัดสินทุกสิ่ง

หน้านิยาย
หน้านิยาย
 พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!