ตอนที่ 5 — แสงดาวที่ดับสูญ, พลังที่ตื่นขึ้น
พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว · 30 ตอน
ลมหนาวที่เคยสาดกระหน่ำราวกับจะฉีกร่างของเมษให้แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย บัดนี้พลันอ่อนกำลังลงอย่างน่าประหลาด เกล็ดน้ำแข็งที่หมุนวนเป็นพายุหิมะคลั่งเริ่มสงบลงช้าๆ ท้องฟ้าสีเทาหม่นที่เคยเต็มไปด้วยม่านหมอกน้ำแข็ง ค่อยๆ เปิดเผยให้เห็นกลุ่มดาวอันไกลโพ้นระยิบระยับ ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยความโศกเศร้า สวยงามราวกับรอยยิ้มของคนกำลังจะสิ้นใจ
เมษยังคงคุกเข่าอยู่บนผืนหินที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง เขาเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้า ดวงตาสีรัตติกาลของเขาสะท้อนภาพหมู่ดาวที่กำลังจะลาลับ เขาคือหนึ่งในผู้รอดชีวิตจากดาวเคราะห์ไซรอน ดาวเคราะห์ที่เคยรุ่งเรืองด้วยอารยธรรมอันก้าวหน้า แต่บัดนี้กำลังจะถูกความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดกลืนกิน
"อีกไม่นาน..." เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากลำคอของเขา "ทุกอย่างจะจบลง"
ความหนาวเย็นยังคงเกาะกินไปทั่วร่าง แต่เมษกลับรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในกาย เขาหลับตาลง สัมผัสถึงกระแสธารแห่งพลังที่ไหลเวียนอยู่ในสายเลือด พลังที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ พลังแห่ง 'มหาจักรวาล'
เมื่อครั้งที่ดาวไซรอนยังรุ่งเรือง เหล่าบรรพชนได้ค้นพบความลับแห่งจักรวาล พวกเขาได้ฝึกฝนพลังที่เรียกว่า 'มหาจักรวาล' พลังที่สามารถควบคุมสรรพสิ่ง สรรค์สร้างและทำลายล้างได้ตามประสงค์ ทว่าพลังนี้ก็มาพร้อมกับคำสาป ในทุกๆ หลายพันปี จะต้องมีผู้ถูกเลือกให้เป็น 'ผู้แบกรับ' ผู้ที่ต้องเสียสละทุกสิ่ง เพื่อรักษาสมดุลของจักรวาล
และในครั้งนี้ เมษ คือผู้ถูกเลือก
ความทรงจำอันเลือนรางค่อยๆ ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง ภาพของ 'เอลล่า' หญิงสาวผู้เป็นที่รัก ใบหน้าเปื้อนน้ำตาขณะที่เธอกำลังพยายามยื้อยุดฉุดรั้งเขาไว้ "เมษ อย่าไปเลย! ที่นี่คือบ้านของเรา!"
"ข้าไปเพื่อบ้านของเรา เอลล่า" เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ "ข้าจะกลับมาพร้อมชัยชนะ"
แต่ชัยชนะที่เขาเคยหวัง บัดนี้กลับเลือนรางเต็มที ดาวไซรอนกำลังจะดับสูญ ผู้คนส่วนใหญ่ได้อพยพหนีไปยังดาวเคราะห์ดวงอื่นแล้ว เหลือเพียงไม่กี่คนที่ตัดสินใจจะสู้จนถึงที่สุด รวมถึงตัวเขาเอง
เมษลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แสงสุดท้ายของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าสาดส่องมายังใบหน้าของเขา เน้นให้เห็นรอยแผลเป็นที่ขมับซ้าย ซึ่งเป็นเครื่องเตือนใจถึงการต่อสู้ครั้งก่อน เขาจำได้ว่าในครั้งนั้น เขาเกือบจะพ่ายแพ้ แต่แล้วพลังอันมหาศาลก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในตัว ขับไล่ศัตรูออกไปได้สำเร็จ
"ข้าไม่สามารถแพ้ได้" เมษพึมพำกับตัวเอง "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ข้าต้องทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ"
เขากำหมัดแน่น ความเย็นยะเยือกที่เคยกัดกินร่างกาย บัดนี้กลับกลายเป็นประกายแห่งพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายใน เมล็ดพันธุ์แห่ง 'มหาจักรวาล' ที่ถูกปลูกฝังมานาน กำลังจะผลิบาน
ทันใดนั้นเอง เสียงก้องกังวานอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังขึ้นทั่วทั้งผืนดาว ราวกับเสียงร้องคร่ำครวญของเทพเจ้าที่กำลังจะสิ้นใจ
"พวกแก...หนีไม่พ้นหรอก...อิสระ...ไม่มีอยู่จริง!"
เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความสิ้นหวัง เป็นเสียงของ 'มอร์ทิส' จอมมารผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งสู่ความว่างเปล่า
เมษเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาสั่นไหวด้วยความตกตะลึง เขาเห็นเงาดำทะมึนขนาดมหึมาค่อยๆ แผ่ปกคลุมไปทั่วกลุ่มดาวที่กำลังจะดับสูญ เงาที่เต็มไปด้วยความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด
"มอร์ทิส..." เมษกัดฟันกรอด "แก...กล้าดียังไง!"
มอร์ทิสคือศัตรูที่แท้จริงของจักรวาล เป็นผู้ที่ต้องการจะทำลายล้างทุกสิ่งให้สิ้นซาก เพื่อที่จะได้ครอบครองความว่างเปล่าอันเป็นนิรันดร์ เมษรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ จะเป็นครั้งสุดท้าย เป็นการเผชิญหน้าครั้งสำคัญระหว่างแสงสว่างและความมืดมิด
"ข้าจะหยุดแกเอง มอร์ทิส!" เมษตะโกนก้อง เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว "ข้าจะไม่ยอมให้แกทำลายทุกอย่างที่ข้ารัก!"
ทันใดนั้นเอง ร่างของเมษก็พลันสว่างวาบขึ้น แสงสีทองอร่ามเปล่งประกายออกมาจากภายในกายของเขา แสงนั้นเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นดวงอาทิตย์ขนาดย่อมที่ล้อมรอบร่างของเขาไว้ เกล็ดน้ำแข็งที่อยู่รอบๆ ตัวเริ่มละลายกลายเป็นไอน้ำ
พลังแห่ง 'มหาจักรวาล' กำลังตื่นขึ้นอย่างเต็มที่!
เมษยกมือขึ้น กำหมัดอย่างแรง ความรู้สึกร้อนผ่าวแผ่กระจายไปทั่วร่าง พลังงานมหาศาลไหลบ่าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ราวกับสายน้ำที่ทะลักจากเขื่อนที่พังทลาย
"นี่แหละ...พลังที่แท้จริง..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความยินดี "ข้าพร้อมแล้ว!"
เขาหลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยให้จิตใจล่องลอยไปในห้วงแห่งจักรวาล สัมผัสถึงกระแสพลังอันมากมายที่ไหลเวียนอยู่รอบตัว เขาเห็นภาพของดวงดาวต่างๆ ที่กำลังจะดับสูญ เห็นความสิ้นหวังของผู้คน เห็นความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา
แต่ท่ามกลางความสิ้นหวังนั้น เขากลับเห็นแสงสว่างเล็กๆ ที่ยังคงริบหรี่ แสงแห่งความหวัง แสงแห่งการต่อสู้ แสงแห่ง 'มหาจักรวาล'
เมษลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเขาส่องประกายราวกับดวงดาวที่กำลังจะถือกำเนิดใหม่
"ข้าจะใช้พลังนี้...เพื่อปกป้องจักรวาล!"
เขาเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้า ร่างกายของเขาเคลื่อนไหวอย่างสง่างามราวกับนักรบผู้ไม่เคยแพ้พ่าย ทุกย่างก้าวที่เหยียบลงบนผืนน้ำแข็ง ล้วนทิ้งรอยประทับแห่งพลังเอาไว้
ความมืดมิดของมอร์ทิสเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ อากาศรอบตัวเย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม แต่เมษกลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในกาย
"แก...มาถึงแล้วสินะ มอร์ทิส" เมษพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความท้าทาย
เงาดำทะมึนของมอร์ทิสแผ่กว้างออกไปอย่างรวดเร็วราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า ท้องฟ้าที่เคยมีหมู่ดาวระยิบระยับ บัดนี้ถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดจนแทบไม่เหลืออะไร
"แก...คือผู้โง่เขลาที่สุด เมษ" เสียงของมอร์ทิสดังขึ้นอีกครั้ง เย็นเยียบและไร้ความปรานี "ความพยายามของแก...สูญเปล่า!"
"สูญเปล่าหรือ?" เมษหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ "แกไม่เข้าใจอะไรเลย มอร์ทิส! พลังแห่ง 'มหาจักรวาล' ไม่ได้มีไว้เพื่อทำลายล้าง แต่มีไว้เพื่อรักษาสมดุล!"
ทันใดนั้นเอง เมษก็ยกมือขึ้นไปบนท้องฟ้า แสงสีทองอร่ามจากร่างของเขาก็พลันสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงยิ่งกว่าเดิม แสงนั้นสาดส่องไปทั่วผืนฟ้าราวกับดวงอาทิตย์ที่กำลังจะถือกำเนิดใหม่
"ถึงเวลาแล้ว!" เมษตะโกนก้อง "ถึงเวลาที่ดวงดาวจะต้องร่ายรำอีกครั้ง!"
เขาเริ่มร่ายรำ พลังแห่ง 'มหาจักรวาล' ไหลเวียนไปตามท่วงท่าการร่ายรำของเขา ท่ามกลางเกล็ดน้ำแข็งที่กำลังละลาย กลายเป็นประกายแสงสีทองอร่ามที่ล่องลอยไปในอากาศ
เมษรู้สึกได้ถึงพลังอันมหาศาลที่กำลังหลั่งไหลเข้ามาในตัวเขา พลังที่สามารถบิดเบือนกาลเวลาและอวกาศ พลังที่สามารถสรรค์สร้างโลกใบใหม่ได้
"ข้าจะใช้พลังนี้...เพื่อสร้าง...จักรวาลใหม่!"
ขณะที่เมษกำลังร่ายรำ พลังแห่ง 'มหาจักรวาล' ได้เริ่มก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง เป็นเหมือนกับดวงดาวที่กำลังถือกำเนิดขึ้นใหม่ทีละดวง ทีละดวง ดวงดาวเหล่านั้นส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรพลอยที่ประดับประดาอยู่บนผืนฟ้า
มอร์ทิสคำรามอย่างเกรี้ยวกราด "หยุดนะ! แก...อย่าได้ทำลายความว่างเปล่าของข้า!"
"ความว่างเปล่า...ไม่มีอยู่จริง!" เมษตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แข็งแกร่ง "มีแต่...การดำรงอยู่!"
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล เมษผู้แบกรับพลังแห่ง 'มหาจักรวาล' ต้องเผชิญหน้ากับมอร์ทิส จอมมารผู้ปรารถนาจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งให้จมดิ่งสู่ความว่างเปล่า
ชะตากรรมของจักรวาล...ขึ้นอยู่กับเขาแล้ว!
แสงสว่างอันเจิดจ้าเริ่มแผ่กระจายไปทั่วผืนฟ้า กลบเกลื่อนความมืดมิดของมอร์ทิส ดวงดาวที่กำลังจะดับสูญ พลันสว่างไสวขึ้นอีกครั้งราวกับว่าได้รับชีวิตใหม่
แต่แล้ว...ท่ามกลางแสงสว่างอันเจิดจ้านั้นเอง เมษพลันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ
พลังแห่ง 'มหาจักรวาล' ที่เขาใช้...กำลังจะหมดไป!
เขาไม่ได้คาดคิดว่าพลังของมอร์ทิสจะรุนแรงถึงเพียงนี้ พลังที่กำลังจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง ราวกับหลุมดำมหาศาลที่กำลังดูดกลืนดวงดาว
เมษรู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าที่คืบคลานเข้ามา ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทา
"ไม่นะ..." เขาพึมพำ "ยัง...ยังไม่จบ!"
ทันใดนั้นเอง เงาดำทะมึนของมอร์ทิสก็พลันพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า ราวกับจะฉีกร่างของเมษให้แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เมษหลับตาลง...เตรียมพร้อมรับชะตากรรม
แต่แล้ว...ก่อนที่เงาดำนั้นจะถึงตัวเขา เขากลับรู้สึกได้ถึงแรงดึงอันมหาศาล ดึงเขาไปยังทิศทางหนึ่ง...
...ทิศทางที่เต็มไปด้วยแสงสว่างอันเจิดจ้า...
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก