ตอนที่ 6 — เปลวเพลิงแห่งศรัทธา ปะทะ พายุแห่งความมืด

ตอนที่ 6 — เปลวเพลิงแห่งศรัทธา ปะทะ พายุแห่งความมืด

พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว · 30 ตอน

ลมหนาวที่เคยสาดกระหน่ำราวกับจะฉีกร่างของเมษให้แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย บัดนี้พลันอ่อนกำลังลงอย่างน่าประหลาด เกล็ดน้ำแข็งที่หมุนวนเป็นพายุหิมะคลั่งเริ่มสงบลงช้าๆ ท้องฟ้าสีเทาหม่นที่เคยเต็มไปด้วยม่านหมอกหนาทึบ บัดนี้เริ่มปรากฏช่องว่างให้แสงสลัวๆ สาดส่องลงมา เป็นแสงที่ไม่ได้อบอุ่น แต่ก็ยังดีกว่าความมืดมิดไร้สิ้นสุดที่เคยปกคลุม

เมษ ‌ล้มตัวลงนั่ง ท่ามกลางพื้นผิวที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นอีกต่อไป แต่เป็นผลกระทบจากพลังงานมหาศาลที่เพิ่งปะทะกันเมื่อครู่ ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาจนแทบจะหมดแรง แต่ประกายในดวงตาของเขากลับไม่เคยดับลง

“สำเร็จแล้วสินะ…” เสียงแหบพร่าดังขึ้นจากด้านหลัง ​เมษหันไปมอง เห็นเงาร่างสูงโปร่งของ ‘เซน’ ยืนตระหง่านอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเซนซีดเผือด แต่แววตาคมกริบยังคงฉายแววเด็ดเดี่ยว

“เกือบสำเร็จ” เมษตอบ เขาพยายามลุกขึ้น ‍แต่ก็ต้องทรุดตัวลงอีกครั้ง “พลังงานของ ‘เงา’ ยังคงแผ่กระจายอยู่ เพียงแต่เบาบางลงเท่านั้น”

เซนก้าวเข้ามาใกล้ เขาเห็นรอยร้าวเล็กๆ บนเกราะพลังงานที่ปกคลุมรอบตัวเมษ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ‌“เจ้าบาดเจ็บ”

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่” เมษปฏิเสธ เขาใช้มือข้างหนึ่งกดไปที่หน้าอก รู้สึกได้ถึงความปวดร้าวที่ยังคงค้างอยู่ “สิ่งที่สำคัญคือ ‘แก่นแท้แห่งเงา’ ถูกทำลายไปส่วนหนึ่งแล้ว การแพร่กระจายของความมืดจะช้าลง”

“แต่ก็ยังไม่หยุดยั้ง” ‍เซนพึมพำ ใบหน้าเคร่งเครียด “ถ้าหากเราไม่สามารถหยุดมันได้อย่างสมบูรณ์ ดาวเคราะห์ดวงนี้ก็จะถูกกลืนกินอยู่ดี”

เมษเงยหน้ามองท้องฟ้า “ใช่… และเวลาของเราเหลือน้อยเต็มที”

เขาค่อยๆ ใช้พลังที่เหลือรวบรวมความเย็นที่ยังคงเจือจางอยู่รอบตัว มาหล่อเลี้ยงร่างกายที่อ่อนล้า ​เกราะพลังงานรอบตัวเขากระพริบเป็นจังหวะ แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ปกป้องเขาจากความหนาวเหน็บที่เกือบจะกลืนกินเขาไปเมื่อครู่

“เจ้าแน่ใจหรือว่า ‘แก่นแท้แห่งเงา’ มันคืออะไร?” เซนถาม เขาเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘เงา’ มาบ้าง ​แต่ไม่เคยเข้าใจถึงแก่นแท้ของมันอย่างถ่องแท้

“มันคือความสิ้นหวัง… คือความหวาดกลัว… คือทุกสิ่งที่บั่นทอนจิตใจของสิ่งมีชีวิต” เมษอธิบาย เสียงของเขายังคงแหบพร่า แต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น “เมื่อมันสมบูรณ์ มันจะกัดกินทุกสิ่งทุกอย่าง ​จนเหลือเพียงความว่างเปล่า”

“แล้วทำไมเราถึงต้องต่อสู้กับมัน?”

“เพราะเราคือ ‘ดวงดาว’… คือแสงสว่างที่ถูกลิขิตให้ส่องนำทาง” เมษมองเซน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ไม่ใช่แค่เพื่อดาวเคราะห์ดวงนี้ แต่เพื่อจักรวาลทั้งมวล”

พลัน… เสียงกรีดร้องอันโหยหวนดังมาจากเบื้องล่าง ท้องฟ้าที่เริ่มปรากฏช่องว่าง ถูกฉีกขาดออกอีกครั้งด้วยพายุหิมะที่รุนแรงกว่าเดิม เกล็ดน้ำแข็งสีขาวโพลนพุ่งเข้าหาพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง

“มันรู้ตัวแล้ว!” เซนอุทาน เขาชักดาบพลังงานออกมาทันที แสงสีฟ้าสว่างจ้าสาดส่องขับไล่ความมืดมิดรอบข้าง

“มันกำลังพยายามซ่อมแซมตัวเอง” เมษกล่าว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล “เราต้องรีบไป ‘จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล’ ก่อนที่มันจะแข็งแกร่งเกินกว่าจะต่อกรได้”

“แต่เจ้า… เจ้ายังบาดเจ็บอยู่” เซนกังวล

“ความเจ็บปวดคือสิ่งที่เราต้องเผชิญ” เมษกล่าว ใบหน้าของเขาฉายแววของนักรบที่ผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วน “หากเราไม่กล้าเผชิญหน้ากับความมืด เราก็ไม่มีวันได้พบกับแสงสว่างที่แท้จริง”

เขาสูดหายใจลึกๆ พลังแห่ง ‘ดวงดาว’ ที่เคยอ่อนแรง เริ่มกลับมาไหลเวียนในกายอีกครั้ง มันไม่ใช่พลังที่ร้อนแรง แต่เป็นพลังที่บริสุทธิ์ เย็นสงบ และเปี่ยมไปด้วยความหวัง

“ข้าจะนำทาง” เมษกล่าว เขาเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้า ท่ามกลางพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ การก้าวเดินแต่ละก้าวเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่เขาก็ยังคงก้าวต่อไป

เซนรีบเดินตาม เมษใช้ดาบพลังงานของเขาปัดป้องเกล็ดน้ำแข็งที่พุ่งเข้ามา และใช้พลังที่เหลือสร้างเกราะป้องกันให้แก่เซนด้วย

“เจ้ากำลังจะไปที่ไหน?” เซนถามขณะที่พวกเขาเคลื่อนที่ไปข้างหน้า

“ไปยังที่ที่ ‘พรหมลิขิต’ กำหนดไว้” เมษตอบ “ไปยัง ‘จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล’ ที่ซึ่งทุกสรรพสิ่งถือกำเนิดขึ้น และที่ซึ่งทุกสรรพสิ่งจะถูกตัดสิน”

“ท่านแน่ใจหรือว่าท่านจะรับมือกับมันได้?”

“ข้าไม่เคยแน่ใจในสิ่งใดเลย… นอกจากสิ่งเดียว” เมษหยุดนิ่ง มองไปยังทิศทางที่เขาจะมุ่งไป “คือศรัทธา… ศรัทธาในแสงสว่าง… ศรัทธาในความเป็นนิรันดร์”

ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ภาพเบื้องหน้าของพวกเขาเริ่มบิดเบี้ยว ราวกับมิติเวลาและอวกาศกำลังถูกฉีกกระชาก

“เกิดอะไรขึ้น!” เซนตะโกนถาม

“‘เงา’ กำลังพยายามปิดกั้นเส้นทางของเรา” เมษตอบ ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความตึงเครียด “มันไม่ต้องการให้เราไปถึงจุดนั้น”

เบื้องหน้าพวกเขา ปรากฏเป็นกำแพงแห่งความมืดมิดที่หนาทึบยิ่งกว่าเดิม เกล็ดน้ำแข็งสีดำปะปนกับสีขาว พุ่งเข้าชนกำแพงนั้นอย่างบ้าคลั่ง ก่อเกิดเป็นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว

“เราจะผ่านมันไปได้อย่างไร?” เซนถาม

เมษหลับตาลง เขาปล่อยให้พลังแห่ง ‘ดวงดาว’ ไหลผ่านร่างของเขาอย่างอิสระ ความเย็นที่เคยกัดกินกาย บัดนี้กลายเป็นพลังที่บริสุทธิ์ คลื่นพลังงานสีฟ้าอ่อนๆ แผ่กระจายออกมาจากตัวเขา

“ข้าจะเปิดทางให้” เมษกล่าว เขายกมือขึ้นเหนือศีรษะ ดาบแห่งแสงสีฟ้าที่เขาเคยใช้ในการต่อสู้ ปรากฏขึ้นในมืออีกครั้ง มันส่องสว่างเจิดจ้า ราวกับดวงอาทิตย์ขนาดย่อม

“นี่คือ… ‘เพลงแห่งดวงดาว’!” เมษตะโกน พร้อมกับฟาดฟันดาบลงไปบนกำแพงแห่งความมืด พลังอันมหาศาลแผ่กระจายออกไป เกิดเป็นคลื่นพลังงานสีฟ้าที่สาดส่องไปทั่วบริเวณ

กำแพงแห่งความมืดเริ่มสั่นสะเทือน มันกรีดร้องโหยหวน ราวกับกำลังถูกเผาไหม้ เกล็ดน้ำแข็งสีดำเริ่มละลาย กลายเป็นน้ำแข็งสีเทาที่ไหลลงสู่เบื้องล่าง

“เร็วเข้า! รีบตามข้ามา!” เมษเร่งเซน

ทั้งสองรีบพุ่งทะยานผ่านช่องว่างที่เมษเปิดขึ้นไป ท้องฟ้าด้านหลังพวกเขาถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดอีกครั้ง ราวกับจะปิดกั้นไม่ให้ใครสามารถย้อนกลับไปได้

เมื่อก้าวผ่านกำแพงแห่งความมืดนั้นมาได้ โลกเบื้องหน้าของพวกเขาก็พลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ความหนาวเหน็บหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ แต่เป็นความอบอุ่นที่แตกต่างออกไป มันไม่ใช่ความอบอุ่นจากดวงอาทิตย์ แต่เป็นความอบอุ่นที่มาจากเบื้องลึกของจิตวิญญาณ

เบื้องหน้าพวกเขา คือทุ่งกว้างที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากสีสันที่กำลังเบ่งบาน ท้องฟ้าเป็นสีทองอร่าม สว่างไสวราวกับเป็นสวรรค์ชั้นฟ้า

“นี่มัน… ที่ไหนกัน?” เซนถามอย่างตะลึงงัน

“ที่ที่ ‘พรหมลิขิต’ เชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งเข้าด้วยกัน” เมษตอบ ใบหน้าของเขาฉายแววแห่งความปีติยินดี “ที่นี่คือ ‘แก่นแท้แห่งจักรวาล’… ที่ซึ่งเราจะต้องเผชิญหน้ากับ ‘เงา’ เป็นครั้งสุดท้าย”

แต่เมื่อพวกเขาก้าวลึกลงไปในทุ่งดอกไม้อันงดงามนั้น ภาพอันน่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า…

ใจกลางทุ่งนั้น คือหลุมดำขนาดมหึมา กำลังดูดกลืนทุกสรรพสิ่งรอบข้างเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง และท่ามกลางหลุมดำนั้น ร่างเงาอันดำมืด ที่ใหญ่โตมโหฬาร กำลังลอยเด่นอยู่ มันคือ ‘เงา’ ในรูปแบบที่สมบูรณ์ที่สุด

“มัน… มันคือ ‘ผู้กลืนกิน’!” เซนอุทานด้วยความหวาดกลัว

“ใช่… และมันกำลังรอคอยเราอยู่” เมษกล่าว

เขาเดินตรงไปข้างหน้า โดยไม่หวั่นเกรงต่ออันตรายใดๆ เซนรีบคว้าแขนเมษไว้

“ท่านจะทำอะไร! มันอันตรายเกินไป!”

“ข้าไม่สามารถปล่อยให้มันทำลายทุกสิ่งทุกอย่างได้” เมษตอบอย่างหนักแน่น “นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย… การต่อสู้เพื่อ ‘พรหมลิขิต’… การต่อสู้เพื่อ ‘ดวงดาว’!”

เมษสะบัดแขนของเซนออก เขาชูดาบแห่งแสงสีฟ้าขึ้นเหนือศีรษะ เปล่งประกายเจิดจ้ากว่าที่เคย

“ข้าคือ ‘เมษ’… ผู้ถูกลิขิตให้เป็น ‘แสงสว่าง’… ข้าจะไม่มีวันยอมให้ความมืดมิดกลืนกินจักรวาลนี้!”

เสียงกึกก้องของเมษสะท้อนไปทั่ว ‘แก่นแท้แห่งจักรวาล’ เขาพุ่งทะยานเข้าหา ‘ผู้กลืนกิน’ อย่างไม่ลังเล

การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว…

แต่แล้ว… สิ่งที่น่าประหลาดใจก็เกิดขึ้น…

ก่อนที่เมษจะเข้าถึงตัว ‘ผู้กลืนกิน’ ร่างเงาขนาดมหึมานั้นพลันสั่นสะเทือน ร่างกายของมันค่อยๆ จางหายไป เหลือทิ้งไว้เพียงเสียงกระซิบอันเย็นเยียบ

“เจ้า… คิดว่า… แค่นี้… จะหยุดข้า… ได้งั้นหรือ…”

แล้ว… แสงสว่างอันเจิดจ้า ก็ปรากฏขึ้นจากเบื้องลึกของหลุมดำ… แสงสว่างที่ไม่ใช่ของ ‘ดวงดาว’… แต่เป็นแสงสว่างที่… เย็นยะเยือก… น่าขนลุก…

“อะไรกัน… นี่มัน…!” เมษอุทานด้วยความตกตะลึง

สิ่งที่ปรากฏขึ้นมานั้น… ไม่ใช่ ‘เงา’… แต่มันคือ… ‘ผู้สร้าง’! ผู้สร้างที่ถูก ‘เงา’ กลืนกิน!

“โชคชะตา… ไม่เคย… ยุติธรรม…” เสียงของ ‘ผู้สร้าง’ ดังขึ้น…

เมษยืนนิ่ง… เขาไม่เข้าใจ… ว่าเกิดอะไรขึ้น…

การต่อสู้ที่เขาคิดว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย… กลับกลายเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริง…

เขาจะรับมือกับ ‘ผู้สร้าง’ ที่ถูก ‘เงา’ ครอบงำได้อย่างไร… และ ‘พรหมลิขิต’ ที่แท้จริง… มันคืออะไรกันแน่…?

หน้านิยาย
หน้านิยาย

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!