โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,265 คำ
ความเงียบที่เคยถูกโอบล้อมด้วยเกล็ดน้ำแข็งที่หมุนวนราวกับภูตผีปีศาจ บัดนี้กำลังถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบแผ่วเบาของสายลมที่เริ่มอ่อนแรงลงอย่างน่าอัศจรรย์ เมษยืนนิ่งราวกับรูปสลักโบราณ ดวงตาคู่คมยังคงเบิกกว้างจ้องมองไปยังเบื้องหน้า ท้องฟ้าสีเทาหม่นที่เคยขมุกขมัวเริ่มเผยให้เห็นริ้วสีทองอร่ามของแสงอาทิตย์สุดท้ายที่กำลังจะอัสดงลงบนดาวเคราะห์ที่กำลังจะดับสูญแห่งนี้
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น" เสียงแหบพร่าของเมษดังขึ้นในความเงียบ เขากระชับกำปั้นแน่น รู้สึกถึงพลังบางอย่างที่กำลังไหลเวียนอยู่ภายในกาย พลังที่คุ้นเคยแต่ก็แฝงไปด้วยความไม่คุ้นเคยอย่างประหลาด ราวกับว่าพายุหิมะเมื่อครู่ไม่ได้มีเพียงแต่ความหนาวเหน็บ แต่ยังพัดพาเอาบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาด้วย
ภาพความทรงจำเมื่อครู่ฉายชัดขึ้นในห้วงความคิดของเขา พายุหิมะที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ปรานี เกล็ดน้ำแข็งที่คมกริบราวกับใบมีด แต่แล้ว... ในจังหวะที่เขาคิดว่ากำลังจะสิ้นลมหายใจ ร่างกายของเขากลับตอบสนองอย่างเหนือความคาดหมาย ร่างกายที่เคยรู้สึกหนาวเหน็บจนกระดูกจะแข็ง กลับพลันร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างฉับพลัน เปลวไฟสีทองอร่ามราวกับดวงสุริยะแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา สลายเกล็ดน้ำแข็งที่พุ่งเข้าใส่ให้กลายเป็นไอระเหยไปในพริบตา
"ไม่... มันเป็นไปไม่ได้" เมษพึมพำกับตัวเอง เขาไม่เคยเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์ หรือพลังเหนือธรรมชาติใดๆ มาก่อนตลอดชีวิตที่ผ่านมา ชีวิตของเขามีเพียงการต่อสู้ ดิ้นรน และเอาชีวิตรอด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันขัดแย้งกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยรับรู้
"เป็นไปได้สิ" เสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้องกังวานจากห้วงอวกาศดังขึ้นจากด้านหลัง เมษสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมอง เสียงนั้นมาจากใครกัน?
ร่างสูงโปร่งของชายชราผู้หนึ่งปรากฏขึ้นจากเงามืดของก้อนหินขนาดมหึมา ชายชราผู้นั้นสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ที่ทอจากใยแสงจันทร์ ดวงตาของท่านเปล่งประกายสีฟ้าเข้มราวกับห้วงอวกาศยามราตรี ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่กลับแฝงไว้ด้วยความสงบนิ่งที่น่าเกรงขาม
"ท่าน... คือใคร" เมษถามด้วยน้ำเสียงระแวดระวัง เขาสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากชายชราผู้นั้น มันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เขาเคยเผชิญหน้ามาทั้งหมด
"ข้าคือผู้ดูแลแห่งดวงดาว... และเจ้าคือเมษ ผู้ถูกเลือก" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่น
"ผู้ถูกเลือก? ถูกเลือกให้ทำอะไร?" เมษขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจเลยสักนิด
"ถูกเลือกให้เป็นผู้กอบกู้... กอบกู้จักรวาลนี้จากความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา" ผู้ดูแลแห่งดวงดาวตอบ ดวงตาของท่านจับจ้องไปที่เมษอย่างลึกซึ้ง
"จักรวาล? ความมืดมิด? ข้าเป็นเพียงทหารผ่านศึกธรรมดาๆ ที่พยายามเอาชีวิตรอดบนดาวเคราะห์ที่กำลังจะดับสูญแห่งนี้" เมษปฏิเสธ
"เจ้าไม่ใช่ทหารธรรมดาอีกต่อไปแล้ว เมษ... พลังที่เจ้าแสดงออกมาเมื่อครู่ มันคือการปลุกพลังที่หลับใหลอยู่ในสายเลือดของเจ้า พลังที่สืบทอดมาจากบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่" ชายชราอธิบาย
"พลังบรรพชน? พลังแห่งดวงดาว?" เมษนึกย้อนกลับไปถึงตำนานที่เคยได้ยินมาตั้งแต่เด็ก เรื่องเล่าเกี่ยวกับผู้กล้าในอดีต ผู้ซึ่งมีสายเลือดแห่งดวงดาวไหลเวียนในกาย แต่เขาไม่เคยเชื่อเรื่องเหล่านั้นเลย
"ใช่แล้ว... เจ้ามีสายเลือดแห่ง 'อัคนี' อยู่ในกาย พลังแห่งเปลวเพลิงที่สามารถหลอมรวมทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นหนึ่งเดียว พลังที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคบรรพกาล" ผู้ดูแลแห่งดวงดาวกล่าว
เมษนิ่งอึ้งไป เขาพยายามประมวลผลทุกอย่างที่ได้ยิน ความรู้สึกประหลาดที่ไหลเวียนอยู่ในกาย ความร้อนผ่าวที่เคยสัมผัสเมื่อครู่ มันคือทั้งหมดนี้จริงหรือ?
"แล้ว... แล้วเหตุใดข้าถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน"
"เพราะเวลานั้นยังไม่มาถึง... โชคชะตาได้กำหนดไว้แล้วว่าเจ้าจะตื่นขึ้นในยามที่จักรวาลต้องการเจ้ามากที่สุด"
"ยามที่จักรวาลต้องการข้า... หมายความว่า?"
"หมายความว่า... สงครามครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เมษ... สงครามที่จะตัดสินชะตากรรมของสรรพชีวิตทั้งมวล" ผู้ดูแลแห่งดวงดาวกล่าว ใบหน้าของท่านเคร่งขรึมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"สงครามครั้งสุดท้าย? กับใคร?" เมษถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่เชื่อ
"กับ 'จอมมารแห่งความว่างเปล่า' ผู้ที่ต้องการกลืนกินทุกสรรพสิ่งให้กลับคืนสู่ความมืดมิดอันนิรันดร์"
"จอมมารแห่งความว่างเปล่า..." เมษทวนคำ เขาไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน แต่กลับรู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่
"พลังของเขามีอำนาจทำลายล้างที่ไม่อาจหยั่งถึง... เขาได้เริ่มคืบคลานเข้ามาในจักรวาลของเราแล้ว ดาวเคราะห์ดวงนี้... กำลังจะดับสูญ ก็เป็นเพียงสัญญาณเตือนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น"
เมษเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีแดงเพลิงราวกับจะหลอมละลาย รัศมีแห่งความสิ้นหวังแผ่กระจายไปทั่วทุกอณูของดาวเคราะห์ดวงนี้ เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่เกิดขึ้นจากแกนกลางของดาว
"นี่คือ... ร่องรอยพลังของมันงั้นหรือ?" เมษถาม
"ใช่... มันกำลังดูดกลืนพลังชีวิตของดาวเคราะห์ดวงนี้... และหากมันสำเร็จ... ดาวเคราะห์นับพันนับหมื่นก็จะดับสูญตามไปด้วย" ผู้ดูแลแห่งดวงดาวตอบ
เมษกำหมัดแน่น ความโกรธแค้นและความหดหู่ถาโถมเข้ามา เขาเคยสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างมามากพอแล้วบนดาวเคราะห์อันแร้นแค้นดวงนี้ การที่ต้องมาเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมอีก ยิ่งทำให้เขารู้สึกสิ้นหวัง
"แล้ว... ข้าจะทำอะไรได้? ข้าเป็นเพียงคนเดียว"
"เจ้าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง เมษ... เจ้ายังมี 'หงส์' ผู้มาจากแดนไกล... และ 'พยัคฆ์' ผู้แข็งแกร่งแห่งเผ่าพันธุ์โบราณ... พวกเขาคือผู้ที่โชคชะตาได้นำพามาพบเจ้าเช่นกัน"
"หงส์? พยัคฆ์? พวกเขาอยู่ที่ไหน?"
"พวกเขาอยู่ที่ 'วิหารแห่งดวงดาว' อันเป็นจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล... ที่นั่นคือสถานที่ที่การต่อสู้ครั้งสุดท้ายจะอุบัติขึ้น"
"จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล? วิหารแห่งดวงดาว?" เมษทวนคำ เขารู้สึกถึงกระแสลมที่เริ่มพัดแรงขึ้น คราวนี้ไม่ใช่ลมหนาว แต่เป็นกระแสลมที่เต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างที่มองไม่เห็น
"ใช่... แต่การเดินทางไปที่นั่นไม่ง่าย... หนทางเต็มไปด้วยอุปสรรค และการทดสอบมากมาย... เจ้าจะต้องพิสูจน์ตัวเอง... ว่าคู่ควรกับพลังแห่ง 'อัคนี' ที่เจ้าครอบครอง"
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าสีแดงเพลิงพลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เปลวไฟสีทองอร่ามที่เคยส่องสว่างบัดนี้ถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดที่แผ่ขยายออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังฉีกม่านฟ้าออกเป็นชิ้นๆ
"อะไรน่ะ!" เมษอุทานด้วยความตกใจ
"มันมาถึงแล้ว... จอมมารแห่งความว่างเปล่า... มันรับรู้ถึงพลังของเจ้าแล้ว" ผู้ดูแลแห่งดวงดาวกล่าว เสียงของท่านเต็มไปด้วยความกังวล
เงาดำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศ มันมีรูปร่างที่บิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัว ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นจากความสิ้นหวังและความมืดมิดของจักรวาล ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงเลือด มองมาที่เมษด้วยความอาฆาตแค้น
"เจ้า... ตัวเล็กๆ... กล้าดียังไง... มาขวางทางข้า!" เสียงคำรามกึกก้องสะท้อนไปทั่วห้วงอวกาศ มันเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างที่ทำให้เมษรู้สึกราวกับว่าร่างกายของเขาจะแหลกสลาย
"ข้าไม่รู้ว่าเจ้าคือใคร... แต่ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายจักรวาลนี้!" เมษตะโกนกลับ ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีทองอร่าม พลังแห่ง 'อัคนี' เริ่มไหลเวียนในกายเขาอย่างรุนแรง
"หึ... เจ้าคิดว่าพลังเล็กๆ น้อยๆ ของเจ้า... จะหยุดยั้งข้าได้งั้นรึ! เจ้าโง่เง่า!" จอมมารแห่งความว่างเปล่าหัวเราะเยาะ
"ลองดูสิ!" เมษไม่ยอมแพ้ เขากระโจนเข้าใส่เงาดำด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ แสงสีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นรอบร่างของเขา
การต่อสู้ครั้งแรกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... การต่อสู้ที่ไม่ได้มีเพียงแค่การเอาชีวิตรอด แต่เป็นการต่อสู้เพื่อชะตากรรมของจักรวาลทั้งมวล!
เมษสัมผัสได้ถึงพลังอันมหาศาลที่ปะทะเข้าใส่ร่างของเขา มันไม่ใช่เพียงแค่แรงกายภาพ แต่เป็นพลังที่บั่นทอนจิตวิญญาณ ทำให้เขารู้สึกถึงความหนาวเหน็บอันมืดมิดที่พยายามกัดกินเปลวเพลิงแห่งชีวิตของเขา
"นี่คือ... พลังของความว่างเปล่า..." เมษกัดฟันกรอด รู้สึกถึงความอ่อนล้าที่เริ่มคืบคลานเข้ามา
"ใช่แล้ว... พลังที่จะกลืนกินทุกสิ่ง... รวมถึงความหวังของเจ้าด้วย!" จอมมารแห่งความว่างเปล่าตะโกนก้อง
แต่แล้ว... ในจังหวะที่เมษกำลังจะพ่ายแพ้ ภาพใบหน้าของ 'หงส์' และ 'พยัคฆ์' ก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเขา เสียงกระซิบอันแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของพวกเขาดังขึ้นในใจ
"อย่าท้อถอย เมษ... เจ้าคือความหวังของเรา"
"จงเชื่อมั่นในพลังของเจ้า... เจ้าคือผู้กอบกู้!"
คำพูดเหล่านั้นปลุกพลังที่หลับใหลอยู่ในส่วนลึกของจิตใจเมษให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เปลวเพลิงสีทองอร่ามรอบกายเขาพลันลุกโชนขึ้นอย่างรุนแรง ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ
"ไม่! ข้าจะไม่ยอมแพ้!" เมษตะโกนก้อง เขารวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ผลักดันมันออกไปจากร่าง เป็นคลื่นพลังสีทองอร่ามขนาดมหึมา พุ่งเข้าปะทะกับเงาดำของจอมมารแห่งความว่างเปล่า
เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ แสงสีทองและสีดำปะทะกันอย่างรุนแรง สร้างแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้ดาวเคราะห์ทั้งดวงสั่นคลอน
เมษรู้สึกว่าร่างกายของเขาถูกกระชากอย่างแรงราวกับจะฉีกเป็นชิ้นๆ แต่เขาก็ยังคงยึดมั่นในพลังที่ส่งออกไป
เมื่อแสงจางลง... เมษพบว่าเงาดำของจอมมารแห่งความว่างเปล่าได้ถอยร่นออกไปเล็กน้อย แต่มันก็ยังคงอยู่ตรงนั้น... ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่รุนแรงกว่าเดิม
"เจ้า... กล้าทำให้ข้าเจ็บ! เจ้าจะไม่มีวันรอด!" มันคำราม
"ข้าจะหยุดเจ้าให้ได้... ไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม!" เมษประกาศกร้าว
ผู้ดูแลแห่งดวงดาวมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด "ถึงเวลาแล้ว... ที่เจ้าจะต้องเดินทางสู่ 'วิหารแห่งดวงดาว'"
จู่ๆ แสงสว่างสีฟ้าอ่อนๆ ก็สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า มันค่อยๆ ก่อตัวเป็นประตูมิติที่หมุนวนอยู่กลางอากาศ
"นั่นคือ... ประตูสู่จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล" ผู้ดูแลแห่งดวงดาวกล่าว
เมษมองไปยังประตูมิติด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความกลัว ความหวัง และความมุ่งมั่น "ข้าพร้อมแล้ว"
เขาหันไปมองผู้ดูแลแห่งดวงดาวอีกครั้ง "แล้ว... ท่านล่ะ จะอยู่ที่นี่รึ?"
"ข้าจะอยู่ที่นี่... เพื่อคอยเฝ้ามอง... และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย... จงไปเถิด เมษ... ไปพบกับ 'หงส์' และ 'พยัคฆ์'... และเตรียมตัวให้พร้อม... เพราะชะตากรรมของจักรวาล... อยู่ในกำมือของพวกเจ้าทั้งสามแล้ว"
เมษพยักหน้ารับ เขาตัดสินใจแน่วแน่ เดินตรงไปยังประตูมิติที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า
การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่... เพื่อจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล... กำลังจะเริ่มต้นขึ้น...
นี่คือจุดเริ่มต้นของการผจญภัยที่แท้จริงของเมษ... การเดินทางที่จะพาเขาไปเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยจินตนาการ... การเดินทางที่จะพาเขาไปสู่ "พรหมลิขิต... ร้อยพันดวงดาว"

พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก