ตอนที่ 14 — วงล้อมแห่งกาลเวลา
พรหมลิขิต...ร้อยพันดวงดาว · 30 ตอน
ความเงียบงันที่เข้าปกคลุมนั้นหนักอึ้งยิ่งกว่าอวกาศอันเวิ้งว้าง มันไม่ใช่ความสงบ แต่เป็นความปวดร้าวที่แผ่ซ่านออกมาจากใจกลางของดวงดาวอันใกล้ดับสูญ ดวงดาวที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดั่งดวงประทีปส่องนำทาง เป็นหัวใจเต้นของกาแล็กซี กำลังจะมอดไหม้ลงอย่างช้าๆ แสงสีม่วงเข้มที่เคยเป็นเอกลักษณ์ บัดนี้เหลือเพียงริบหรี่ราวกับลมหายใจสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สิ้นอายุขัย
เมษยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าที่แผ่ปกคลุม ความรู้สึกราวกับถูกฉีกกระชากจากภายในยังคงค้างคาอยู่ในจิตวิญญาณ ไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความทรมานอันแสนสาหัสที่บีบคั้นจนยากจะหายใจ เขาพยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไหร่ กลับยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลุดลอยไปในห้วงแห่งความสับสน
"นี่มัน...อะไรกันแน่" เสียงของเขาแผ่วเบา ราวกับจะหลุดลอยไปกับสายลมที่ไม่มีอยู่จริง
ภาพของดวงดาวที่กำลังจะดับสูญสะท้อนอยู่ในดวงตาของเมษ มันคือภาพที่บีบคั้นหัวใจยิ่งกว่าสิ่งใด โลกใบนี้ ดาวเคราะห์ดวงนี้ มิใช่วันสิ้นโลกธรรมดา แต่มันคือจุดสิ้นสุดของยุคสมัย จุดสิ้นสุดของพลังงานอันยิ่งใหญ่ที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตนับไม่ถ้วน
"ท่านเมษ!" เสียงที่ดังขึ้นฉับพลันทำให้เมษสะดุ้ง เขาหันไปมอง เห็นร่างของ อาร์กอน ที่กำลังพุ่งเข้ามาหาด้วยความเร่งรีบ ท่ามกลางความมืดสลัวที่เริ่มคืบคลานเข้ามา
"อาร์กอน...เจ้ามาได้ยังไง" เมษเอ่ยถาม น้ำเสียงของเขายังคงสั่นเครือ
"ข้าตามกลิ่นอายของท่านมาพ่ะย่ะค่ะ" อาร์กอนตอบ ดวงตาของเขาสะท้อนความกังวล "ดวงดาว...มันกำลังสิ้นอายุขัยจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ"
เมษพยักหน้าช้าๆ "ใช่...มันกำลังจะดับสูญ และเมื่อมันดับสูญ...ทุกสิ่งก็จะดับสูญไปด้วย"
"ไม่! เราต้องหาทางออก" อาร์กอนกล่าวเสียงหนักแน่น "เราไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้"
"หาทางออก? แล้วจะหาจากไหนเล่า" เมษกล่าวอย่างสิ้นหวัง "พลังงานทั้งหมดกำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในความว่างเปล่าที่มองไม่เห็น"
ทันใดนั้นเอง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าของเมษก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน แสงสีม่วงที่เคยหรี่แสงลง กลับพลันสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้สว่างไสวด้วยความหวัง แต่มันสว่างไสวด้วยพลังงานอันบ้าคลั่งที่กำลังปั่นป่วน
"นั่นมันอะไร!" อาร์กอนอุทานด้วยความตกใจ
เมษจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง พลังงานสีม่วงที่เคยสงบ กลับพลุ่งพล่านราวกับจะระเบิดออกมา มันบิดเบี้ยว หมุนวนเป็นเกลียวราวกับปากปล่องภูเขาไฟแห่งจักรวาล
"มันกำลัง...ปลดปล่อย" เมษกล่าวเสียงแหบพร่า "มันกำลังปลดปล่อยทุกสิ่งออกมา...พร้อมกัน"
ทันใดนั้นเอง ร่างของเมษก็พลันลอยขึ้นจากพื้นดิน เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนเองได้อีกต่อไป แรงดึงดูดอันมหาศาลกำลังฉุดกระชากเขาให้ลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
"ท่านเมษ!" อาร์กอนตะโกนเรียก พยายามจะคว้าแขนของเมษ แต่ก็เอื้อมไม่ถึง
"อาร์กอน...หลบไป!" เมษตะโกนกลับ เสียงของเขาดังขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับพลังงานที่กำลังประทุขึ้นมา
ภาพตรงหน้าของเมษพร่ามัว เขามองเห็นดวงดาวที่กำลังแตกสลายออกเป็นเสี่ยงๆ แสงสีม่วงที่เคยงดงาม บัดนี้กลายเป็นคมดาบแห่งพลังงานที่พุ่งกระจายไปทั่วทุกทิศทาง
"นี่คือ...จุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล" เสียงกระซิบอันเย็นเยียบดังขึ้นในโสตประสาทของเมษ "ที่นี่คือจุดเริ่มต้น...และจุดจบ"
เมษรู้สึกราวกับว่าจิตวิญญาณของเขากำลังถูกดึงออกไปจากร่าง เขาเห็นภาพอดีต ภาพอนาคต ภาพเหตุการณ์นับพันนับหมื่นปี ย้อนกลับไปกลับมาในพริบตา
"ไม่! ข้าจะไม่ยอมให้ทุกอย่างจบลงแค่นี้!" เมษตะโกนก้อง เขาพยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ภายในตัว
ขณะที่เมษกำลังต่อสู้กับพลังงานอันบ้าคลั่งที่กำลังถาโถมเข้ามา ทันใดนั้นเอง เขาก็สัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่แตกต่างออกไป
"นี่มัน...อะไรกัน" เมษพึมพำ
เขาเห็นแสงสว่างสีทองอร่าม กำลังค่อยๆ ส่องสว่างขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิด แสงนั้นไม่ใช่แสงแห่งการทำลายล้าง แต่มันคือแสงแห่งการเยียวยา แสงแห่งความหวัง
"ท่านเมษ! นั่นคือ..." อาร์กอนที่กำลังมองอยู่จากเบื้องล่าง อุทานด้วยความประหลาดใจ
แสงสีทองนั้นกำลังรวมตัวกันเป็นรูปร่าง รูปร่างของ...ดวงดาว
"นี่คือ...พรหมลิขิต" เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ได้เย็นเยียบ แต่กลับอบอุ่นและคุ้นเคย "ดวงดาวที่แท้จริง...กำลังจะถือกำเนิด"
เมษรู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานอันบริสุทธิ์ที่ไหลเวียนเข้ามาในร่างของเขา มันค่อยๆ เยียวยาบาดแผลทางจิตวิญญาณที่เขาได้รับมาจากการต่อสู้
"ข้า...เข้าใจแล้ว" เมษกล่าว เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ "นี่ไม่ใช่จุดจบ...แต่มันคือการเริ่มต้นใหม่"
ขณะเดียวกัน พลังงานสีม่วงอันป่าเถื่อนก็เริ่มอ่อนแรงลง มันถูกดูดกลืนเข้าไปในแสงสีทองที่กำลังแผ่ขยายออกไปอย่างช้าๆ
"มันกำลัง...เปลี่ยนไป" อาร์กอนกล่าวด้วยความทึ่ง
เมษมองเห็นภาพเบื้องหน้าของเขาอีกครั้ง ดวงดาวที่เคยแตกสลาย บัดนี้กำลังก่อตัวขึ้นใหม่ แสงสีม่วงที่เคยน่าสะพรึงกลัว บัดนี้ได้ถูกหลอมรวมเข้ากับแสงสีทอง กลายเป็นแสงสีใหม่ ที่สวยงามและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
"นี่คือ...วงล้อมแห่งกาลเวลา" เสียงกระซิบดังขึ้นในหัวของเมษ "เมื่อสิ่งเก่าดับสูญ สิ่งใหม่ก็ถือกำเนิด...ภายใต้พลังแห่งดวงดาว"
เมษรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในตัวเขาเอง พลังที่เคยสั่นคลอนจิตวิญญาณ บัดนี้ได้ถูกหลอมรวมเข้ากับพลังงานใหม่ที่เขาได้รับมา
"ข้า...พร้อมแล้ว" เมษกล่าว
แสงสีทองอร่ามได้แผ่ขยายออกไปครอบคลุมทั่วทั้งบริเวณ ดวงดาวที่กำลังจะดับสูญ บัดนี้กลับสว่างไสวขึ้นมาอีกครั้ง ด้วยแสงแห่งชีวิตใหม่
"ท่านเมษ...ท่านทำได้" อาร์กอนกล่าว เสียงของเขาเต็มไปด้วยความยินดี
เมษยิ้มเล็กน้อย เขาก้มมองลงไปยังอาร์กอน
"นี่ไม่ใช่เพียงแค่ตัวข้า...แต่มันคือพลังของพวกเราทุกคน" เมษกล่าว
ขณะที่แสงสว่างกำลังจางหายไป เมษก็มองเห็นภาพเบื้องหน้าของเขาอีกครั้ง
เบื้องหน้าของเขา...คือจุดศูนย์กลางแห่งจักรวาล ที่ซึ่งกาลเวลาและอวกาศบรรจบกัน
แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น...ไม่ใช่ความว่างเปล่า หรือความมืดมิด
หากแต่เป็น...ประตู
ประตูที่ส่องแสงสว่างไสว เชิญชวนให้ก้าวผ่านเข้าไป
"ต่อไป...เราจะไปที่ไหนกัน" อาร์กอนถาม
เมษหันไปมองอาร์กอน ดวงตาของเขาสะท้อนประกายแห่งความมุ่งมั่น
"ไปยังที่ที่เราจะต้องเผชิญหน้า...กับทุกสิ่ง" เมษกล่าว
เขาหันกลับไปมองประตูที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
"นี่คือ...การเดินทางครั้งใหม่"
และแล้ว เมษก็ก้าวเดินต่อไป... สู่เบื้องหน้าแห่งประตูบานนั้น.
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก